Overview
Persona 5 Royal คือเวอร์ชันอัปเกรดแบบจัดเต็มของ Persona 5 จากค่าย P Studio ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2019 และตอนนี้พร้อมให้เล่นแล้วทั้งบน PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และ PC ผ่านทาง Steam เนื้อเรื่องดูเหมือนจะเรียบง่าย: เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ย้ายมาโตเกียวในฐานะผู้คุมประพฤติจากคดีที่เขาไม่ได้ก่อ ได้ค้นพบมิติเร้นลับที่เรียกว่า Metaverse และรวบรวมกลุ่มวัยรุ่นนอกคอกเพื่อไปขโมย "ความปรารถนาที่บิดเบี้ยว" (Corrupted Desires) ออกจากเหล่าผู้ใหญ่ใจโฉด สิ่งที่ทำให้เกมนี้ยอดเยี่ยมคือการที่ตัวเกมร้อยเรียงพล็อตเรื่องนี้เข้ากับทุกระบบในเกมได้อย่างลงตัวและมีสไตล์สุดๆ
กลุ่ม Phantom Thieves ต้องปฏิบัติการในสองโลกไปพร้อมๆ กัน ในโลกแห่งความเป็นจริง ตัวเอกอย่าง Joker ต้องไปเรียนที่ Shujin Academy, ทำงานพาร์ทไทม์, สร้างความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นที่เรียกว่า Confidants และบริหารค่าสถานะต่างๆ เช่น Knowledge (ความรู้), Guts (ความกล้า) และ Charm (เสน่ห์) ทุกวันที่ใช้ไปกับการกินราเมงหรือนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟล้วนส่งผลต่อระบบเกมทั้งสิ้น ส่วนใน Metaverse ความสัมพันธ์เหล่านั้นจะช่วยเพิ่มพลังให้กับสกิลของปาร์ตี้คุณภายใน Palaces ซึ่งเป็นดันเจี้ยนเหนือธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากจิตใจที่บิดเบี้ยวของเหล่าวิลเลิน (Villain) แต่ละคน ลูปการเล่นระหว่างแนว Social Sim และ Dungeon Crawler นั้นแน่นปึ้กจนไม่มีส่วนไหนที่รู้สึกว่าเป็นแค่ส่วนเสริมที่น่าเบื่อเลย

Gameplay and mechanics
ระบบต่อสู้หลักใช้ Press Turn System ที่เน้นการโจมตีจุดอ่อน (Elemental Weakness) ของศัตรูเพื่อทำให้พวกมันล้ม (Down) และรับสิทธิ์โจมตีเพิ่ม หากทำให้ศัตรูล้มได้ครบทุกตัวก็จะสามารถปิดฉากด้วย All-Out Attack ได้ เกมนี้มีความเร็วสูงและลงโทษหนักในระดับความยากที่สูงขึ้น ซึ่งบีบให้คุณต้องสร้าง Persona ที่หลากหลายแทนที่จะใช้แค่ตัวโปรดซ้ำๆ

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน Royal มีดังนี้:
- Grappling hook สำหรับใช้เดินทางไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ใน Palaces
- Showtime attacks ท่าไม้ตายคู่สุดอลังการที่กดใช้ได้ระหว่างต่อสู้
- ความสามารถของ Confidants ที่ขยายเพิ่มขึ้นสำหรับตัวละครเดิม
- เทอมที่ 3 แบบเต็มรูปแบบ พร้อม Palace ใหม่และฉากจบทางเลือก
- Jose NPC ใหม่ใน Metaverse ที่ให้คุณนำของสะสมมาแลกเป็นโบนัสค่าสถานะได้
แค่เนื้อหาเทอมที่ 3 ก็คุ้มค่ากับชื่อ Royal แล้ว เพราะมีเนื้อเรื่องยาวประมาณ 20 ชั่วโมง และแนะนำตัวละคร Takuto Maruki ที่ปรึกษาโรงเรียน ซึ่ง Palace และปมเรื่องราวของเขาช่วยยกระดับธีมของเกมไปสู่เรื่องของบาดแผลทางใจ (Trauma) และการยินยอม (Consent) ในมุมมองที่ภาคต้นฉบับยังไม่ได้เจาะลึกเท่านี้
World and setting
โตเกียวในเกมถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความใส่ใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น Shibuya, Shinjuku, Akihabara หรือ Yongen-Jaya ต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และระบบปฏิทินในเกมก็ทำให้เมืองดูมีชีวิตชีวา คุณจะได้ติดตามฤดูกาล ฟังข่าวคราวเกี่ยวกับชื่อเสียงของ Phantom Thieves ที่โด่งดังขึ้นเรื่อยๆ และเห็นบรรยากาศทางสังคมที่เปลี่ยนไปตามเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น
ตัว Palaces เองคือจุดเด่นด้านงานภาพ แต่ละแห่งถูกสร้างขึ้นจากสภาวะจิตใจของเจ้าของ Palace นั้นๆ คุณจึงจะได้เห็นทั้งปราสาท, พิพิธภัณฑ์, ธนาคาร, สถานีอวกาศ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละที่ก็มีตรรกะและดีไซน์พัซเซิลที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วน Palace ที่เพิ่มเข้ามาใน Royal ก็ทำออกมาได้เข้ากับธีมเดิมโดยไม่ซ้ำซาก

Visual and audio design
งานอาร์ตของ Persona 5 Royal นั้นจัดจ้านสุดๆ แค่ UI ที่ใช้โทนสีดำ แดง และขาว พร้อมฟอนต์ตัวอักษรที่ดุดันและการเปลี่ยนฉากแบบคอมมิค ก็สร้างมาตรฐานงานภาพที่เกมส่วนใหญ่เทียบไม่ติด แอนิเมชันของเมนูทุกจุดดูมีพลังและมีสไตล์มาก
เพลงประกอบโดย Shoji Meguro เป็นการผสมผสานระหว่างแจ๊ส, แอซิดร็อค และฮิปฮอปเข้าด้วยกัน ซึ่งฟังดูไม่น่าจะเข้ากันได้แต่กลับลงตัวอย่างเหลือเชื่อ ภาค Royal ยังเพิ่มเพลงใหม่ๆ ที่กลมกลืนกับเพลงเดิมโดยไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน ทั้ง "Gentle Madman" และ "I Believe" ต่างก็เป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้เพลงระดับตำนานอย่าง "Last Surprise" และ "Life Will Change"
What does Persona 5 Royal add for returning players?
Royal ไม่ใช่แค่ Director's Cut ที่เพิ่มฉากพิเศษเข้ามานิดหน่อย แต่เทอมที่ 3 เปลี่ยนมุมมองของเนื้อเรื่องทั้งหมดไปเลย ปมของ Maruki นำเสนอวิลเลินที่มีตรรกะซึ่งยากจะโต้แย้ง ทำให้การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายมีอิมแพ็คมากกว่าภาคปกติมาก นอกจากนี้ อีเวนต์ Confidant ใหม่สำหรับ Akechi และ Kasumi ยังช่วยเติมเต็มบริบทที่ขาดหายไป และพื้นที่ Thieves Den ยังเปิดโอกาสให้คุณย้อนดูความทรงจำและตกแต่งฮับด้วยของสะสมที่หามาได้ตลอดทั้งเกม สำหรับใครที่เคยเล่นภาคต้นฉบับจบแล้ว Royal คือเหตุผลที่ควรกลับไปเล่นซ้ำอีกรอบ

Content and replayability
การเล่นรอบแรกจะใช้เวลาประมาณ 80 ถึง 110 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าคุณเก็บ Confidants และเนื้อหาเสริมละเอียดแค่ไหน โหมด New Game Plus จะโอนย้าย Persona, เงิน และไอเทมมาให้ ทำให้การเล่นรอบสองคุ้มค่าสำหรับคนที่ตามเก็บ Platinum หรืออยากลองเส้นทางที่เคยพลาดไป จำนวน Confidants ที่เพิ่มขึ้น, Thieves Den และฉากจบทางเลือกในเทอมที่ 3 ทำให้ผู้เล่นเก่ามีทางเลือกใหม่ๆ ให้ตัดสินใจมากกว่าแค่การฟาร์มเลเวล Persona 5 Royal บน PlayStation ได้คะแนนรีวิวสูงถึง 4.88 จากผู้เล่นกว่า 17,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าฐานแฟนเกมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเนื้อหาที่เพิ่มเข้ามานั้นทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ











