Overview
Pokémon Alpha Sapphire คือการรีเมคแบบจัดเต็มของ Pokémon Sapphire ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดย Game Freak และวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2014 ตัวเกมพาเราไปผจญภัยในภูมิภาค Hoenn อันเขียวชอุ่มตามสไตล์เมืองร้อน โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นเทรนเนอร์มือใหม่ที่ออกเดินทางเพื่อก้าวขึ้นเป็นแชมเปี้ยน ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสององค์กรสุดโต่งที่มีอุดมการณ์ต่างกันสุดขั้ว แม้ระบบหลักจะเป็น Turn-based RPG แบบดั้งเดิม แต่เวอร์ชันรีเมคนี้ได้เพิ่มกลไกใหม่ๆ และเนื้อเรื่องที่เข้มข้นจนให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเกมใหม่ที่ขยายสเกลขึ้น ไม่ใช่แค่การอัปเกรดกราฟิกทั่วไป
เนื้อเรื่องหลักจะโฟกัสไปที่ Team Aqua กลุ่มคนที่เชื่อว่าการขยายมหาสมุทรให้ครอบคลุมโลกจะช่วยฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับคืนสู่สภาพที่ควรจะเป็น แผนการของพวกเขาคือการปลุก Kyogre โปเกมอนในตำนาน (Legendary Pokémon) ผู้มีพลังในการเรียกฝนไม่สิ้นสุดเพื่อให้น้ำท่วมโลก ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามอย่าง Team Magma ก็พยายามขัดขวาง (และมักจะสร้างความวุ่นวายเสียเอง) ด้วยเป้าหมายที่ตรงกันข้ามโดยใช้พลังของ Groudon ความตึงเครียดระหว่างสองกลุ่มนี้ช่วยขับเคลื่อนเนื้อเรื่องให้เข้มข้นและดูจริงจังกว่าภาคอื่นๆ ในซีรีส์อย่างเห็นได้ชัด

Pokémon Alpha Sapphire content image
Gameplay and mechanics
ระบบการต่อสู้แบบ Turn-based คือหัวใจสำคัญของเกมนี้ ทุกการต่อสู้กับเทรนเนอร์หรือการเจอโปเกมอนป่าจะดำเนินผ่านเมนูคำสั่ง โดยผลแพ้ชนะจะขึ้นอยู่กับการเลือกท่า (Move selection), การแพ้ทางธาตุ (Type matchups) และไอเทมที่ถืออยู่ (Held items) ซึ่ง Alpha Sapphire ได้เพิ่มฟีเจอร์เด็ดๆ ที่ไม่มีในภาคต้นฉบับเข้ามาด้วย:

Pokémon Alpha Sapphire content image
- Mega Evolution สำหรับโปเกมอนบางตัวระหว่างต่อสู้
- การบิน (Soaring) บนหลัง Latias เพื่อเข้าสู่ Sky Battles และค้นหา Mirage Spots
- Secret Bases ที่ปรับแต่งได้หลากหลายขึ้น
- Pokémon Contest Spectaculars ที่มาแทนที่ Contest แบบเดิม
- DexNav สำหรับติดตามและล่าโปเกมอนป่าที่ต้องการ
โดยเฉพาะ DexNav ที่เปลี่ยนวิธีที่เราสำรวจโลกไปเลย แทนที่จะต้องเดินสุ่มเจอโปเกมอนในหญ้าเหมือนเมื่อก่อน เราสามารถระบุตำแหน่งและย่องเข้าไปหาโปเกมอนเฉพาะตัวได้ ทำให้การตามหาโปเกมอนที่มี Hidden Abilities หรือท่าแปลกๆ กลายเป็นกิจกรรมที่สนุกและตั้งใจทำได้จริง ไม่ใช่แค่การฟาร์มไปวันๆ
What makes Soaring worth your time?
การบิน (Soaring) บนหลัง Latias ถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่สร้างสรรค์ที่สุดในภาคนี้ เมื่อปลดล็อกแล้ว คุณจะสามารถบินไปทั่วท้องฟ้าของ Hoenn ได้อย่างอิสระเพื่อตามหา Mirage Spots ที่จะสุ่มปรากฏขึ้นในแต่ละวัน พื้นที่เหล่านี้เป็นแหล่งรวมโปเกมอนในตำนานจากภาคอื่นๆ เช่น Reshiram, Zekrom และ Deoxys ทำให้ช่วงท้ายเกม (Endgame) มีอะไรให้ทำอีกเยอะแม้จะจบเนื้อเรื่องหลักไปแล้ว แถมการได้มองแผนที่ Hoenn จากมุมสูงและเห็นจุดแลนด์มาร์คต่างๆ ที่เราเคยเดินผ่านเป็นชั่วโมงๆ นั้นมันฟินสุดๆ ไปเลย

Pokémon Alpha Sapphire content image
World and setting
Hoenn เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในซีรีส์ โดยสร้างขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างผืนดินและผืนน้ำ เส้นทางต่างๆ มีตั้งแต่ป่าทึบ ภูมิประเทศภูเขาไฟใกล้ Lavaridge Town ไปจนถึงเส้นทางชายฝั่งที่ทางน้ำดูยิ่งใหญ่และกว้างขวางจริงๆ ไม่ใช่แค่ทางผ่านธรรมดา เวอร์ชันรีเมคนี้ถ่ายทอดทุกอย่างออกมาในสไตล์โพลีกอนของ 3DS ซึ่งดูดีกว่าในตอนเคลื่อนไหวมากกว่าในภาพนิ่งเสียอีก ทั้ง Gym Leader Wallace และตัวละครปริศนาอย่าง Zinnia ต่างก็มีบทบาทมากขึ้นเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ โดยเฉพาะ Zinnia ที่เป็นตัวละครสำคัญในเนื้อเรื่องช่วงท้ายเกม ซึ่งพาเนื้อเรื่องไปในทิศทางที่คาดไม่ถึงสำหรับเกม Pokémon ภาคหลัก
Content and replayability
คอนเทนต์หลังจบเกม (Post-game) ใน Alpha Sapphire ถือว่าเยอะมากตามมาตรฐานซีรีส์ ทั้ง Battle Resort และ Battle Maison ที่มอบความท้าทายระดับแข่งขันให้เราได้ลองฝีมือหลังจากจบเนื้อเรื่องหลัก รวมถึง Mirage Spots ที่หมุนเวียนมาให้เราล่าโปเกมอนในตำนานได้เรื่อยๆ ส่วนใครที่ชอบสายโชว์ตัว Pokémon Contest Spectaculars ก็มีระบบการเล่นแยกให้สนุกกับการปั้นโปเกมอนเพื่อเน้นค่า Appeal แทนที่จะเน้นสู้กันอย่างเดียว ด้วยการผสมผสานระหว่างแคมเปญยิมทั้งแปดแห่ง, คอนเทนต์หลังจบเกมที่แน่นปึ้ก และความลึกของ DexNav ทำให้ภาคนี้เป็นหนึ่งในเกมที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ Game Freak เคยทำมาเลยล่ะ

