ภาพรวม
Pokémon Platinum Version ซึ่งพัฒนาโดย Game Freak และจัดจำหน่ายโดย Nintendo ได้เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายน 2008 โดยถือเป็นภาคที่สามของซีรีส์ Pokémon เจเนอเรชันที่ 4 ตัวเกมดำเนินเรื่องในภูมิภาค Sinnoh โดยเป็นการขยายเนื้อหาจากภาค Diamond และ Pearl ในแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความลึกของเนื้อเรื่องไปจนถึงคอนเทนต์หลังจบเกม (Post-game) ทำให้ภาคนี้เป็นภาคที่ผู้เล่นหลายคนนึกถึงมากที่สุดเมื่อพูดถึงความประทับใจใน Gen IV
จุดเด่นสำคัญคือ Distortion World มิติที่แรงโน้มถ่วงบิดเบี้ยว แพลตฟอร์มลอยตัวในมุมที่คาดไม่ถึง และมี Pokémon ในตำนานอย่าง Giratina เป็นผู้ครอบครองเพียงหนึ่งเดียว การจะเข้าไปที่นั่นไม่ใช่แค่ฉากคัตซีนสั้นๆ แต่เป็นดันเจี้ยนเต็มรูปแบบที่มีกฎการเล่นเป็นของตัวเอง ซึ่งให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไม่เหมือนภาคไหนในซีรีส์ การเพิ่มร่าง Origin Forme ของ Giratina ซึ่งมีเฉพาะในภาคนี้ ยิ่งช่วยเสริมมิติให้กับเนื้อเรื่องที่ถ่ายทอดตำนานออกมาได้เข้มข้นกว่าเกม Pokémon ภาคอื่นๆ
ภูมิภาค Sinnoh ถูกสร้างขึ้นโดยเน้นความแตกต่าง ทั้งภูเขาหิมะ การขุดฟอสซิลใต้ดิน และเครือข่ายใต้ดินขนาดใหญ่ที่ผู้เล่นสามารถตกแต่งฐานลับ (Secret Base) และขุดหาไอเทมหายากได้ ตัวเกมเน้นการสำรวจมากกว่าการรีบวิ่งผ่านเส้นทางต่างๆ เพื่อไปเก็บเข็มกลัดยิมเพียงอย่างเดียว

Pokémon Platinum Version content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจหลักของ Platinum ยังคงเป็นระบบการต่อสู้แบบ Turn-based ตามสไตล์คลาสสิกของ Pokémon นั่นคือการจัดทีม Pokémon สูงสุด 6 ตัว ศึกษาการแพ้ทางธาตุ (Type matchups) และฟาร์มเลเวลเพื่อลุยกับหัวหน้ายิมทั้ง 8 ก่อนจะไปท้าชิงกับ Elite Four แม้พื้นฐานจะไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่ Platinum ได้ขัดเกลาระบบต่างๆ รอบตัวให้ดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Pokémon Platinum Version content image
ระบบและฟีเจอร์สำคัญประกอบด้วย:
- ดันเจี้ยนปริศนา Distortion World
- Battle Frontier ที่มีสถานที่ท้าทายถึง 5 แห่ง
- Wi-Fi Plaza สำหรับมินิเกมออนไลน์
- Pokédex ที่ขยายเพิ่มขึ้น ทำให้เจอ Pokémon หลากหลายชนิดได้เร็วขึ้น
- ระบบแอป Pokétch เพื่อความสะดวกในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ

Pokémon Platinum Version content image
Battle Frontier ซึ่งกลับมาอีกครั้งจากภาค Emerald และได้รับการขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น คือจุดที่ทำให้ Platinum กลายเป็นสวรรค์ของสาย Post-game ด้วยสถานที่ 5 แห่งที่มีกฎการเล่นและระบบ Ranking ของตัวเอง ทำให้ผู้เล่นมีคอนเทนต์ให้ท้าทายอีกหลายร้อยชั่วโมงหลังจากจบเนื้อเรื่องหลัก โดยเฉพาะ Battle Factory และ Battle Hall ที่คุ้มค่าสุดๆ สำหรับสายวางแผนจัดทีม
อะไรที่ทำให้ Distortion World แตกต่าง?
Distortion World คือฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของ Platinum ด้วยเหตุผลที่ดี เพราะในแง่ภาพ มันนำเสนอมิติที่แตกสลายในโทนสีเทาที่ไม่มีทิศทางพื้นฐานที่แน่นอน ในแง่ของปริศนา มันต้องการการเคลื่อนย้ายแพลตฟอร์มและ Pokémon เพื่อสร้างเส้นทาง ซึ่งแม้จะดูตรงไปตรงมา แต่ก็สร้างบรรยากาศที่สื่อถึงมิติที่บิดเบี้ยวได้อย่างยอดเยี่ยม
การปรากฏตัวของ Giratina ทำให้เนื้อเรื่องมี Pokémon ในตำนานตัวที่สามมาคานอำนาจกับ Dialga และ Palkia ซึ่งเป็นตัวแทนของเวลาและอวกาศ การปูเนื้อเรื่องของ Cyrus และ Team Galactic ในภาคนี้มีความสมบูรณ์มากกว่า Diamond และ Pearl ทำให้การพ่ายแพ้ของเขามีน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้นเมื่อพิจารณาจากบริบทที่ขยายความออกมา

Pokémon Platinum Version content image
ระบบมัลติเพลเยอร์และฟีเจอร์สังคม
ตัวเลือกออนไลน์ของ Platinum ที่ทำงานผ่านบริการ Nintendo Wi-Fi Connection ประกอบไปด้วยการเทรด การต่อสู้ และ Wi-Fi Plaza ซึ่งเป็นฮับที่ผู้เล่นสูงสุด 20 คนสามารถมารวมตัวกันและเล่นมินิเกมได้ ส่วน Union Room จะรองรับการเล่นผ่าน Local Wireless สำหรับการต่อสู้และเทรดโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ระบบ Global Trade System (GTS) ช่วยให้ผู้เล่นสามารถฝาก Pokémon เพื่อเทรดพร้อมระบุความต้องการเฉพาะเจาะจงได้ ทำให้เข้าถึง Pokémon เฉพาะภาคและตัวหายากได้โดยไม่ต้องนัดแนะกับผู้เล่นคนอื่นโดยตรง สำหรับเกมบนเครื่อง DS ในปี 2008 ถือว่าระบบสังคมในเกมนี้มีความซับซ้อนและน่าทึ่งมาก
อิทธิพลและตำนานที่ทิ้งไว้
Platinum ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์อย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนคือ มันนำพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาเติมเต็มทุกช่องว่างให้สมบูรณ์ รายชื่อ Pokémon ที่หลากหลายขึ้นก่อนถึง Elite Four, จังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับ และ Battle Frontier ทั้งหมดรวมกันเป็นแพ็กเกจที่ให้ความรู้สึกครบถ้วนมากกว่าการยัดเยียดคอนเทนต์ สำหรับแฟนเกม RPG สาย Turn-based ที่ไม่ได้แตะ Pokémon มาตั้งแต่ภาคแรกๆ Platinum คือตัวแทนของ Gen IV ในเวอร์ชันที่มั่นใจและลงตัวที่สุด








