ภาพรวม
Pokémon Snap ซึ่งพัฒนาโดย HAL Laboratory และจัดจำหน่ายโดย Nintendo ได้วางจำหน่ายในปี 1999 และถือเป็นเกมที่แปลกแหวกแนวที่สุดเกมหนึ่งในแฟรนไชส์นี้ เพราะไม่มีการไล่ล่าเข็มกลัดยิม (Gym badges) หรือการต่อสู้แบบ Turn-based ให้ลุ้น แต่ตัวเกมจะพาคุณขึ้นรถรางอัตโนมัติที่เรียกว่า Zero-One เพื่อเดินทางผ่านสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป และหน้าที่ของคุณคือการถ่ายรูป Pokémon ทุกตัวที่ผ่านเข้ามาในสายตา โดย Professor Oak จะเป็นคนให้คะแนนภาพถ่ายแต่ละใบโดยดูจากขนาด ท่าทาง และการมี Pokémon ตัวอื่นติดเข้ามาในเฟรมด้วย ทำให้การเล่นแต่ละรอบกลายเป็นเหมือนการไขปริศนาเรื่องตำแหน่งและจังหวะเวลาไปในตัว
ระบบการให้คะแนนนั้นลึกซึ้งกว่าที่เห็นภายนอก Professor Oak จะมอบคะแนนโบนัสให้กับพฤติกรรมหายาก เช่น ตอนที่ Pokémon กำลังนอนหลับ กินอาหาร หรือมีปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เล่นต้องลองใช้ไอเทมที่มีอยู่ในมือให้เป็นประโยชน์ การปาแอปเปิล (Apples) จะช่วยล่อให้ Pokémon เข้ามาใกล้ขึ้นหรือกระตุ้นให้พวกมันแสดงท่าทางตอนกิน ส่วน Pester Balls จะทำให้พวกมันตกใจจนแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ และ Poké Flute จะช่วยปลุก Pokémon ที่กำลังหลับหรือทำให้พวกมันเต้นรำ อุปกรณ์แต่ละอย่างจะเปิดโอกาสให้คุณได้ภาพถ่ายใหม่ๆ ที่การเล่นแบบผ่านๆ ในรอบแรกไม่มีทางได้เห็นแน่นอน
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจหลักของเกมเพลย์ใน Pokémon Snap คือการเล่นซ้ำในฉากเดิมๆ เนื่องจาก Zero-One จะวิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ตายตัว คุณจึงไม่สามารถหยุดหรือเปลี่ยนทิศทางได้ ดังนั้นทุกการตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณเล็งไปที่ไหนและกดชัตเตอร์ตอนไหน โดยมี Pokémon ให้ถ่ายรูปทั้งหมด 63 ตัวใน 7 ด่าน รวมถึง Pokémon Valley, Tunnel และ Volcano

Pokémon Snap content image
ระบบการเล่นที่สำคัญประกอบด้วย:
- การปาไอเทมเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมพิเศษ
- การให้คะแนนภาพถ่ายโดยอิงจากขนาด ท่าทาง และการจัดวางให้อยู่ตรงกลาง
- การปลดล็อกด่านใหม่โดยทำคะแนนให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
- การค้นหาเส้นทางลับภายในด่าน
- การตามหา Mew ซึ่งเป็น Pokémon ที่หายากที่สุดในเกม

Pokémon Snap content image
โครงสร้างแบบรางตายตัว (Fixed-rail) อาจฟังดูจำกัด แต่จริงๆ แล้วมันคือสิ่งที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับเกมนี้ คุณไม่ได้ออกสำรวจอย่างอิสระ แต่คุณกำลังเรียนรู้เส้นทางจนจำได้แม่นว่าต้องมองตรงไหนและทำอะไรเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด วงจรของการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญและการค้นพบสิ่งใหม่ๆ นี้ยังคงสนุกเสมอในทุกด่าน
ทำไมการตามหา Mew ถึงคุ้มค่า?
Mew คือเป้าหมายระดับตำนานของเกม และการถ่ายรูปมันก็ถือเป็นความท้าทายสุดท้ายของ Pokémon Snap ต่างจาก Pokémon ส่วนใหญ่ที่ปรากฏตัวในจุดที่คาดเดาได้ Mew จะเดินทางอยู่ภายในฟองสบู่สีชมพูและจะถ่ายรูปได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในเงื่อนไขเฉพาะเท่านั้น ผู้เล่นจำเป็นต้องทำลายฟองสบู่ด้วย Pester Ball ในจังหวะที่พอดี ซึ่งต้องอาศัยการเล่นด่าน Rainbow Cloud ซ้ำหลายรอบกว่าจะจับจังหวะได้
สิ่งที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่ากว่าแค่คะแนนสูงๆ การได้ภาพถ่าย Mew ที่ชัดเจนจะช่วยเติมเต็ม Pokémon Report ที่ Professor Oak คอยรวบรวมไว้ตลอดทั้งเกม ทำให้การจำลองการถ่ายภาพนี้มีจุดประสงค์ในเชิงเนื้อเรื่องที่ด่านแรกๆ ได้แค่บอกใบ้เอาไว้เท่านั้น

Pokémon Snap content image
อิทธิพลและมรดกของเกม
Pokémon Snap ประสบความสำเร็จอย่างมากบนเครื่อง Nintendo 64 โดยทำยอดขายได้กว่า 1.5 ล้านชุดในญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียว และสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นซึ่งเฝ้ารอภาคต่อมานานหลายปี จนกระทั่งภาคต่ออย่าง New Pokémon Snap ได้วางจำหน่ายในปี 2021 บนเครื่อง Switch ซึ่งขยายขอบเขตของเกมด้วย Pokémon ถึง 214 ตัวและระดับการวิจัยที่หลากหลายในแต่ละด่าน ปัจจุบันตัวเกมต้นฉบับสามารถเล่นได้แล้วบน Nintendo Switch Online ทำให้ผู้เล่นที่ไม่เคยสัมผัสเวอร์ชัน N64 ได้มีโอกาสลองเล่นกัน
สิ่งที่เกมต้นฉบับยังคงทำได้ดีกว่าเกมส่วนใหญ่ในแฟรนไชส์คือการ "ชะลอทุกอย่างให้ช้าลง" มีความรู้สึกที่ผ่อนคลายเหมือนการทำสมาธิขณะนั่งรถผ่าน Pokémon Beach หรือ Cave ฟังเสียงบรรยากาศรอบข้าง และรอให้ Lapras โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำหรือ Mewtwo ปรากฏตัวออกมา รูปแบบการจำลองการถ่ายภาพนี้ทำให้จักรวาล Pokémon มีความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง ซึ่งเกมแนว RPG หลักมักจะทำได้ไม่ถึงขนาดนี้

Pokémon Snap content image








