ภาพรวม
Postal 2 ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2003 โดยค่าย Running With Scissors คือเกมแนว First-person open-world shooter ที่มาพร้อมคอนเซปต์สุดกวน: เอาชีวิตรอดจากการทำธุระให้ครบภายในหนึ่งสัปดาห์ ในแต่ละวัน The Postal Dude จะมีลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำสั้นๆ เช่น ไปซื้อนม, ขึ้นเงินเช็คค่าจ้าง หรือไปขอลายเซ็น Gary Coleman ที่งานแจกลายเซ็นหนังสือ ซึ่งทุกภารกิจสามารถจบแบบสันติได้ แต่จะทำแบบนั้นหรือไม่... ก็แล้วแต่คุณเลย!
ตัวเกมเซตฉากอยู่ในเมือง Paradise รัฐ Arizona เมืองขนาดกลางที่มีโซนต่างๆ ชัดเจน มี NPC ที่วนเวียนไปมา และมีความโกลาหลในฉากที่พร้อมปะทุได้ตลอดเวลา จนแม้แต่การเล่นแบบสายสันติ (Pacifist run) ก็ยังรู้สึกตึงเปรี๊ยะ ประชากรในเมืองนี้มีทั้งชาวบ้านติดอาวุธ, ผู้ประท้วง, ตำรวจ และบางช่วงยังมีกองทัพทหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โลกในเกมจะตอบสนองต่อพฤติกรรมของคุณ และสถานการณ์จะบานปลายเร็วมาก แค่เผลอต่อยคนหน้าซูเปอร์มาร์เก็ต วันอังคารธรรมดาๆ ของคุณก็อาจกลายเป็นสมรภูมิรบได้ในพริบตา

Postal 2 content image
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
Core loop ของ Postal 2 เน้นไปที่ "ทางเลือกของผู้เล่น" ในแบบที่เกมส่วนใหญ่ทำได้แค่คุยโวไว้ ลิสต์ภารกิจช่วยให้เกมมีโครงสร้าง แต่โลกแบบ Open world ก็มอบอิสระให้คุณเต็มที่ คุณจะเดินเข้าโบสถ์ไปขอรับบริจาคแล้วเดินออกมาแบบชิลๆ ก็ได้ หรือจะทำตรงกันข้ามเลยก็ได้ เกมนี้ไม่มีระบบ Morality score หรือ Karma meter มาคอยตัดสินคุณ มันแค่จำลองเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมจะสติแตกได้ทุกเมื่อเท่านั้นเอง

Postal 2 content image
ระบบหลักที่น่าสนใจ:
- การทำภารกิจแบบ Non-linear ตลอดทั้ง 5 วันในเกม
- NPC ที่ตอบสนองต่อทุกการกระทำของผู้เล่นอย่างสมจริง
- คลังแสงอาวุธที่มีให้เลือกตั้งแต่ปืนทั่วไป ไปจนถึงการเอา "แมว" มาทำเป็นที่เก็บเสียง
- อันตรายจากสภาพแวดล้อม เช่น ไฟที่ลุกลามและความตื่นตระหนกของฝูงชน
- เส้นทางการเล่นแบบ Pacifist ที่สามารถทำได้จริงจนจบเกม
ไอ้ที่บอกว่าเอาแมวมาทำที่เก็บเสียงน่ะ ไม่ใช่แค่โจ๊กขำๆ ในเกมนะ แต่มันคือ Weapon attachment ที่ใช้งานได้จริง และไอเทมชิ้นนี้แหละที่บอกทุกอย่างเกี่ยวกับปรัชญาการออกแบบของ Postal 2 ได้เป็นอย่างดี

Postal 2 content image
โลกและบรรยากาศในเกม
เมือง Paradise ในรัฐ Arizona ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ที่มีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่แค่ฉากในเกมทั่วไป ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต, ห้องสมุด, สวนสาธารณะ, สถานีตำรวจ และโรงฆ่าสัตว์ ต่างก็มีเลย์เอาต์ที่เป็นเอกลักษณ์และมีประโยชน์ต่อเกมเพลย์จริงๆ NPC จะมีกิจวัตรประจำวันของตัวเอง และตัวละครบางตัวอย่าง Gary Coleman ก็จะปรากฏตัวในวันเฉพาะเจาะจงเพื่อทำกิจกรรมตามสคริปต์ ซึ่งก็ยังเปิดช่องให้เกิดความโกลาหลได้เสมอ
บทพูดในเกมเน้นไปที่การเสียดสีแบบ Absurdist สุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่คุมซูเปอร์มาร์เก็ต, ผู้ประท้วงที่ยืนอยู่หน้าทุกสถานที่ หรือนมกล่องละ $5 ในเมืองที่ไม่มีอะไรทำงานได้ปกติเลย Running With Scissors ตั้งใจจะจิกกัดความน่าหงุดหงิดของชีวิตชานเมืองในอเมริกา และเกมนี้ก็ทำได้ตรงเป้ากว่าที่ใครหลายคนคิดไว้เยอะ
ผลกระทบและตำนานที่ทิ้งไว้
Postal 2 เคยติดบัญชีดำในหลายประเทศอยู่หลายปี และเคยถูกถอดออกจาก Steam ชั่วคราวในปี 2004 ก่อนจะถูกนำกลับมาอีกครั้ง ประวัติศาสตร์เหล่านั้นสร้างชื่อเสียงในแง่ลบที่ทั้งช่วยและขัดขวางการประเมินตัวเกมจริงๆ ว่ามันทำอะไรได้ดีบ้าง แต่ถ้ามองข้ามไป โครงสร้างแบบ Open-world ที่ปล่อยออกมาในปี 2003 นั้นถือว่าล้ำหน้ากว่าเกมยิงส่วนใหญ่ในยุคนั้นมาก

Postal 2 content image
ปัจจุบันตัวเกมได้รับการอัปเดตบน PC ด้วยภาคเสริม Paradise Lost ซึ่งเพิ่มเนื้อหาบทที่ 5 ที่เกิดขึ้นสิบปีหลังจากเหตุการณ์ในเกมหลัก ส่วน Postal 2 Redux ก็มีการประกาศว่าจะลงให้กับ PS5 โดย Impact Reality แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ก็ตาม นอกจากนี้บน Nintendo Switch ยังมี Postal Redux ซึ่งเป็นการนำเกมภาคแรกมาตีความใหม่ในมุมมองแบบ Top-down อีกด้วย สำหรับตัว Postal 2 เองยังคงหาเล่นได้บน PC ผ่าน Steam และรองรับ macOS ทำให้ผู้เล่นที่พลาดไปในช่วงที่เกมเป็นกระแสดราม่าในตอนนั้นยังสามารถกลับมาสัมผัสได้ สำหรับเกมยิง Open-world จากปี 2003 เกมนี้ยังคงเก๋าในจุดที่สำคัญ: ระบบต่างๆ ยังทำงานได้ดี ความโกลาหลยังคงเส้นคงวา และ Sandbox ของเกมก็ยังพร้อมจะมอบความประหลาดใจให้คุณได้เสมอ




