Overview
Prince of Persia: The Lost Crown พัฒนาโดย Ubisoft Montpellier และวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2024 เป็นการพาแฟรนไชส์ระดับตำนานมาในทิศทางที่น้อยคนจะคาดคิด นั่นคือเกมแนว Side-scrolling Metroidvania ที่มาพร้อมตัวเอกคนใหม่ ฉากหลังเป็นตำนานเปอร์เซีย และพลังควบคุมเวลาที่เหนือชั้นกว่าแค่การย้อนเวลาแบบทั่วไป ผลลัพธ์ที่ได้คือหนึ่งในเกมที่ทำออกมาได้ดีที่สุดในแนวนี้ในรอบหลายปี กวาดคะแนนรีวิวไปในระดับ 88-90 จากหลายสำนัก และยังติดโผเข้าชิงรางวัล Game of the Year อีกหลายรายการ
คุณจะได้รับบทเป็น Sargon สมาชิกที่อายุน้อยที่สุดของกลุ่มนักรบยอดฝีมือที่เรียกว่า Immortals ภารกิจเริ่มต้นดูเหมือนจะง่ายแค่การไปช่วยเจ้าชายที่ถูกลักพาตัวไป แต่ Mount Qaf กลับมีแผนการอื่น ภูเขาแห่งนี้ดำรงอยู่เหนือกาลเวลาปกติ ยิ่ง Sargon ดำเนินลึกเข้าไปเท่าไหร่ ทุกอย่างก็ยิ่งแปลกประหลาดและอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เนื้อเรื่องถ่ายทอดตำนานเปอร์เซียออกมาได้อย่างมั่นใจ โดยหยิบยกตัวละครและสัตว์ประหลาดที่หาได้ยากในเกมกระแสหลักมานำเสนอ

Gameplay and mechanics
ระบบ Combat ใน The Lost Crown นั้นรวดเร็ว อ่านจังหวะง่าย แต่ก็ท้าทายฝีมือจริงๆ ในระดับความยากที่สูงขึ้น Sargon ต่อสู้ด้วยดาบคู่และธนู แต่ความลึกซึ้งที่แท้จริงมาจาก Time Powers (พลังควบคุมเวลา) ที่จะปลดล็อกตลอดทั้งเกม:

- Chakram (จักร) ที่สามารถขว้างและหยุดค้างไว้กลางอากาศได้
- Shadow double (ร่างเงา) สำหรับใช้เปลี่ยนตำแหน่งกลางการต่อสู้
- Rush of the Simurgh สำหรับการพุ่งตัวกลางอากาศ
- Dimensional Claw เพื่อดึงวัตถุและศัตรูเข้ามา
- Clairvoyance สำหรับการแก้ปริศนาในฉาก
พลังแต่ละอย่างจะเปลี่ยนวิธีที่คุณเคลื่อนที่ไปรอบโลกและวิธีที่คุณรับมือกับการต่อสู้ การสู้กับ Boss ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับความสามารถเหล่านี้โดยเฉพาะ ดังนั้นการเรียนรู้จังหวะการใช้พลังแต่ละอย่างจึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจริงๆ ไม่ใช่แค่การทำตามลิสต์รายการ

What makes Mount Qaf worth exploring?
Mount Qaf เป็นโลกที่แบ่งตาม Biome (เขตสภาพแวดล้อม) ที่มีความหลากหลายสูง คุณจะได้เดินทางผ่านป่าทึบ พระราชวังที่อาบแสงแดด ดันเจี้ยนที่มืดมิด และโซนที่กาลเวลาบิดเบี้ยวจนทำให้รูปทรงของแผนที่ผิดเพี้ยนไป แต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ทางสายตาและอันตรายในฉากที่แตกต่างกัน และการออกแบบฉากที่เชื่อมโยงถึงกันยังให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่คอยสังเกตเส้นทางตันที่ยังไปไม่ถึงในตอนแรก
Ubisoft Montpellier ได้เพิ่มระบบ Memory Shard ที่ช่วยให้คุณสามารถปักหมุดภาพ Screenshot ไว้ที่จุดใดก็ได้บนแผนที่ เพื่อทำเครื่องหมายตำแหน่งที่คุณต้องการย้อนกลับมาดู แม้จะฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในเกมที่เต็มไปด้วยเส้นทางลับและประตูที่ถูกล็อกแบบนี้ มันช่วยให้การสำรวจรู้สึกสะดวกสบายขึ้นมากจริงๆ
Visual and audio design
งาน Art direction ได้รับแรงบันดาลใจชัดเจนจากภาพวาดจิตรกรรมย่อส่วนของเปอร์เซีย ด้วยสีสันที่จัดจ้าน การออกแบบตัวละครที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ และแอนิเมชันที่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูมีน้ำหนัก เกมนี้รันได้อย่างลื่นไหลบนทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง Nintendo Switch โดยไม่มีการลดทอนคุณภาพงานภาพที่สำคัญ
เพลงประกอบที่ประพันธ์โดย Gareth Coker และ Mentrix เป็นการผสมผสานเครื่องดนตรีเปอร์เซียแบบดั้งเดิมเข้ากับการผลิตเพลงสมัยใหม่ เพลงจะปรับเปลี่ยนความเข้มข้นในช่วงสู้กับ Boss โดยไม่รู้สึกว่าซ้ำซากจำเจ และเพลง Ambient ในโซนที่เงียบสงบก็ช่วยเสริมบรรยากาศให้ Mount Qaf ดูเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์และจังหวะชีวิตของตัวเอง

Content and replayability
ตัวเกมหลักมีความยาวประมาณ 20-25 ชั่วโมงสำหรับการเล่นรอบแรกแบบเก็บครบทุกรายละเอียด หลังวางจำหน่ายได้มีการปล่อยเนื้อเรื่องเสริม Mask of Darkness DLC ที่ขยายเนื้อเรื่องและเพิ่มพื้นที่รวมถึงความท้าทายใหม่ๆ เข้ามา ส่วน Complete Edition จะรวมตัวเกมหลัก, DLC นี้, ชุดคอสตูมทางเลือก 4 ชุดสำหรับ Sargon, เครื่องราง Prosperity Bird Amulet และคู่มือการผจญภัยแบบดิจิทัล ตัวเลือกความยากที่หลากหลาย รวมถึงของสะสมจำนวนมาก การจัด Build เครื่องราง และการสู้กับ Boss ทางเลือก ทำให้เกมนี้มี Replay value (ความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ) สูงมากสำหรับแฟนเกม Metroidvania ที่ต้องการเจาะลึกระบบเกมให้ถึงขีดสุดในการเล่นรอบที่สอง






