Overview
RAGE 2 คือเกมแนว First-person Open-world Shooter ที่เกิดจากการจับมือกันระหว่าง id Software และ Avalanche Studios จัดจำหน่ายโดย Bethesda Softworks และวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2019 เนื้อเรื่องเข้าใจง่ายสุดๆ: เมื่ออุกกาบาตพุ่งชนโลกจนกวาดล้างประชากรไปกว่า 80% ของโลก ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ก็กลายเป็นศัตรูที่พร้อมจะเล่นงานคุณ และคุณต้องรับบทเป็น Walker เรนเจอร์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ โดยมีกลุ่ม The Authority คอยใช้อำนาจทางการทหารปกครองสิ่งที่หลงเหลืออยู่ของอารยธรรม และหน้าที่ของคุณคือการทำลายการควบคุมนั้นให้สิ้นซาก
การร่วมมือกันของสองสตูดิโอนี้คือสิ่งที่ทำให้ RAGE 2 โดดเด่นไม่เหมือนใคร id Software จัดเต็มเรื่อง Gunplay (ระบบการยิง) ที่กระชับและสะใจแบบเดียวกับที่เคยทำไว้ใน Doom (2016) ในขณะที่ Avalanche ก็ใส่ความเป็น Open-world กว้างใหญ่และระบบยานพาหนะแบบที่ถนัดจากผลงาน Just Cause ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่พาคุณตะลุยไปในหลากหลายสภาพแวดล้อม ตั้งแต่ป่าทึบและหนองน้ำ ไปจนถึงทะเลทรายเวิ้งว้าง ซึ่งแต่ละที่ก็เต็มไปด้วยค่ายศัตรู, Ark ที่ซ่อนอาวุธใหม่ๆ ไว้ และความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่ดำเนินไปเองโดยไม่ต้องรอให้ผู้เล่นเข้าไปยุ่ง

RAGE 2 content image
Gameplay and mechanics: RAGE 2 เล่นยังไงให้มันส์?
Core Combat Loop (ระบบการต่อสู้หลัก) ของเกมนี้เน้นความดุดันเป็นหลัก Walker สามารถอัปเกรดอาวุธและใช้พลัง Nanotrite ซึ่งเป็นความสามารถทางชีวภาพที่ช่วยให้คุณซัดศัตรูให้ลอยขึ้นฟ้า, ปล่อยคลื่นกระแทก (Shockwave) หรือกางบาเรียป้องกันได้ ส่วนระบบ Overdrive คือจุดพีคของเกมนี้: เมื่อกดใช้ อาวุธของคุณจะทำดาเมจได้รุนแรงขึ้น เลือดจะฟื้นฟูทุกครั้งที่ฆ่าศัตรูได้ และการต่อสู้ทั้งหมดจะเร่งจังหวะจนดูเหมือนฉากไฮไลท์ในหนังแอ็กชันมากกว่าแค่การยิงกันธรรมดา

RAGE 2 content image
Mechanics หลักที่ทำให้เกมนี้สนุก:
- โหมด Overdrive สำหรับการต่อสู้ที่ดุดันและรุนแรงขึ้น
- พลัง Nanotrite ที่มีสายอัปเกรดแยกเฉพาะ
- ตำแหน่ง Ark ที่ซ่อนอาวุธและความสามารถใหม่ๆ ให้ปลดล็อก
- การต่อสู้ด้วยยานพาหนะในพื้นที่ Wasteland ที่หลากหลาย
- พื้นที่ที่ถูกควบคุมโดยกลุ่มต่างๆ ซึ่งศัตรูจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน
อาวุธในเกมมีให้เลือกใช้หลากหลาย ตั้งแต่ Wingstick อาวุธขวัญใจแฟนๆ จากภาคแรก ไปจนถึง Hyper Cannon และ Grav-Dart Launcher โดยอาวุธแต่ละชิ้นจะมีเส้นทางการอัปเกรดของตัวเอง ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรที่เก็บรวบรวมได้จากทั่วโลกมาอัปเกรด

RAGE 2 content image
World and setting
Wasteland ในเกมนี้กว้างใหญ่และแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนจะถูกคุมโดยกลุ่มศัตรูที่ต่างกัน ซึ่งมีเอกลักษณ์ทางภาพและสไตล์การต่อสู้ที่ไม่เหมือนกัน กลุ่ม Goon Squad จะมีวิธีสู้ต่างจาก Immortal Shrouded หรือ River Hogs ทำให้ความหลากหลายของศัตรูยังคงอยู่แม้จะเล่นไปนานๆ ส่วน The Authority คือบอสใหญ่ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง พร้อมด้วยยูนิตที่แข็งแกร่งและการต้านทานที่เป็นระบบมากกว่ากลุ่มอื่น
การเดินทางด้วยยานพาหนะช่วยเชื่อมต่อพื้นที่การต่อสู้เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ Monster truck, ไจโรคอปเตอร์ (Gyrocopter) หรือรถบั๊กกี้ (Buggy) ซึ่งแต่ละคันก็มีฟีลลิ่งการขับขี่ที่ต่างกันและอัปเกรดได้ แถมยังรองรับการต่อสู้ขณะขับขี่ ทำให้โลก Open-world นี้ดูอันตรายและน่าตื่นเต้นตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ทางผ่านระหว่างฉาก
Content and replayability
RAGE 2 มีส่วนเสริม (Expansion) หลังเกมวางจำหน่าย 2 ตัว: Rise of the Ghosts เพิ่มกลุ่มศัตรูใหม่ที่นำโดยตัวละครชื่อ Iris พร้อมอาวุธ Feltrite Laser Launcher, พลัง Void และพื้นที่ใหม่ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Overgrown City ส่วน TerrorMania จะพาคุณไปสู่โซนโลกคู่ขนานที่เรียกว่า Deadlands พร้อมอาวุธระยะประชิดอย่าง Sword of Transitus และศัตรูเวอร์ชันผีดิบจากกลุ่มเดิมๆ อย่าง Goon Squad และ Abadon Muties ทั้งสอง Expansion นี้รวมอยู่ใน Digital Deluxe Edition พร้อมกับอาวุธ Doom BFG และ Wasteland Wizard Cheat Codes
ระบบ Ark ในเกมช่วยให้การสำรวจโลก Open-world มีความหมายมากกว่าแค่เดินตามเนื้อเรื่องหลัก เพราะในแต่ละ Ark จะมีอาวุธหรือพลัง Nanotrite ซ่อนอยู่ ซึ่งจะเปลี่ยนสไตล์การเล่นของคุณไปเลย ผู้เล่นที่ขยันสำรวจทุกซอกทุกมุมของ Wasteland จะมีเครื่องมือในการต่อสู้ที่หลากหลายกว่าคนที่เล่นแค่เนื้อเรื่องหลัก ทำให้ระบบ RPG progression ของเกมนี้มีน้ำหนักและน่าติดตามจริงๆ

RAGE 2 content image








