ภาพรวม
เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2013 โดย DONTNOD Entertainment และจัดจำหน่ายโดย Capcom เกม Remember Me คือเกมแนวแอ็กชันผจญภัยมุมมองบุคคลที่สามที่เซตฉากอยู่ในโลกอนาคตดิสโทเปียของกรุงปารีส ซึ่งความทรงจำส่วนบุคคลได้กลายเป็นสินค้าซื้อขายกัน ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Nilin อดีตนักล่าความทรงจำระดับอีลีท (Elite Memory Hunter) ที่ถูกบริษัทเผด็จการอย่าง Memorize ลบความทรงจำของเธอจนหมดสิ้น เมื่อไร้อดีตเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว Nilin จึงต้องต่อสู้ฝ่าฟันใน Neo-Paris เพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวว่าเธอคือใคร และทำไมผู้มีอิทธิพลที่สุดในเมืองถึงต้องการกำจัดเธอให้สิ้นซาก
การเซตติ้งโลกของเกมคือจุดแข็งที่สุด Neo-Paris ผสมผสานสถาปัตยกรรมยุค Haussmann เข้ากับเลเยอร์ของ Augmented Reality (AR) ทำให้เมืองดูมีความคุ้นตาแต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกที่ผิดเพี้ยนไปอย่างน่าประหลาด การเปลี่ยนความทรงจำให้เป็นดิจิทัลไม่ได้ทำให้ผู้คนเป็นอิสระ แต่กลับทำให้พวกเขาถูกควบคุมได้ง่ายขึ้น ชาวเมืองยอมแลกประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อความสะดวกสบาย และมีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่กุมกุญแจสำคัญของชีวิตจิตใจของทุกคนเอาไว้ DONTNOD สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจจริง ซึ่งทำให้ทุกภารกิจมีความหมายและน้ำหนักมากกว่าเกมแอ็กชันทั่วไป

Remember Me content image
อะไรที่ทำให้ Memory Remix โดดเด่น?
Memory Remix คือระบบเกมเพลย์ที่ในยุคนั้นยังไม่มีเกมไหนกล้าทำในรูปแบบนี้ ในจุดสำคัญของเนื้อเรื่อง Nilin จะเข้าไปในความทรงจำของเป้าหมายและปรับแต่งวัตถุต่างๆ ภายในเหตุการณ์เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่คนคนนั้นเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง ฉากจะดำเนินไปต่างกันตามสิ่งที่เราแก้ไข และผลกระทบจะส่งผลย้อนกลับมายังปัจจุบัน ไม่มีฉากต่อสู้ในโหมดนี้ มีเพียงการสังเกตอย่างละเอียดและการปรับเปลี่ยนอย่างตั้งใจ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่กลับสร้างอิมแพ็คทางเนื้อเรื่องได้มากกว่าคัตซีนส่วนใหญ่ในเกมเสียอีก

Remember Me content image
- ปรับแต่งวัตถุในความทรงจำเพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์ของเหตุการณ์
- ทุกการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อสภาวะอารมณ์และพฤติกรรมของเป้าหมาย
- หากทำพลาด สามารถย้อนกลับมาลองใหม่ได้แบบเรียลไทม์
- ใช้เฉพาะในจุดสำคัญของเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ระบบที่วนลูปซ้ำซาก
- ผลลัพธ์ส่งผลต่อเนื้อเรื่องในภาพรวม ไม่ใช่แค่ในฉากนั้นๆ

Remember Me content image
ระบบต่อสู้และ Combo Lab
นอกเหนือจาก Memory Remix แล้ว Remember Me ยังเป็นเกมแนวบrawler (ต่อสู้ระยะประชิด) ที่เน้นความมันส์ด้วยระบบปรับแต่งที่เรียกว่า Combo Lab แทนที่จะเป็นการปลดล็อกท่าคอมโบสำเร็จรูป ผู้เล่นสามารถสร้างชุดคอมโบของตัวเองได้โดยการใส่ Pressens แต่ละแบบลงในสายคอมโบ Pressens แต่ละประเภทจะมีหน้าที่ต่างกัน เช่น บางอันช่วยฟื้นเลือด บางอันช่วยรีชาร์จสกิลพิเศษที่เรียกว่า S-Pressens หรือบางอันเน้นทำดาเมจหนักๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบที่ให้รางวัลกับผู้เล่นที่รู้จักวางแผนก่อนเริ่มไฟต์ ไม่ใช่แค่กดปุ่มรัวๆ ไปเรื่อยเปื่อย
สกิล S-Pressens ของ Nilin ยังเพิ่มมิติให้กับการเล่นได้อีกมาก ซึ่งเป็นสกิลพิเศษที่มีตั้งแต่การคุมฝูงชน (Crowd Control) ไปจนถึงการบัฟพลังชั่วคราว โดยคูลดาวน์ของสกิลจะขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นทำคอมโบได้แม่นยำแค่ไหน ระบบนี้มีความลึกมากกว่าที่โครงสร้างเกมแบบเส้นตรงจะโชว์ออกมาได้หมด แต่สำหรับผู้เล่นที่อินกับระบบนี้ จะพบกับลูปการต่อสู้ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างชัดเจนจากเกมยุคเดียวกันอย่าง Batman: Arkham City
โลกและบรรยากาศ: Neo-Paris ในฐานะตัวละครหนึ่ง
Neo-Paris ถูกแบ่งออกเป็นเขตต่างๆ ที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นในเมือง ชั้นบนที่หรูหราเป็นที่อยู่ของลูกค้าอีลีทของ Memorize ในขณะที่สลัมชั้นล่างที่เรียกว่า Slums of Saint-Michel เป็นที่อยู่ของผู้คนที่ความทรงจำถูกทำลายจากการฝังชิปราคาถูกจนสูญเสียตัวตนไปโดยสิ้นเชิง ชาวเมืองที่เสื่อมสภาพเหล่านี้ถูกเรียกว่า Leapers ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งศัตรูและเป็นเครื่องสะท้อนภาพสังคมว่าเศรษฐกิจความทรงจำส่งผลร้ายอย่างไรต่อผู้คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

Remember Me content image
งานภาพยังคงดูดีในฐานะภาพจำของความทะเยอทะยานในแนวไซเบอร์พังก์ช่วงต้นปี 2010 สภาพแวดล้อมเปลี่ยนจากดาดฟ้าปารีสที่อาบแสงแดดไปสู่ทางเดินเซิร์ฟเวอร์ที่คับแคบ และเลเยอร์ AR ที่ซ้อนทับอยู่ในสถาปัตยกรรมทำให้โลกของเกมดูแน่นและคุ้มค่าแก่การสำรวจ ผลงานเปิดตัวของ DONTNOD นี้ได้สร้างรากฐานความหลงใหลในไซไฟที่มีจิตสำนึกทางสังคม ซึ่งเป็นแนวทางที่พวกเขาต่อยอดไปสู่ Life is Strange ในอีก 3 ปีต่อมา Remember Me จึงเปรียบเสมือนด้านที่ดิบและเน้นแอ็กชันมากกว่าของวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ชุดเดียวกันนั้นเอง







