ภาพรวม
Remnant: From the Ashes พัฒนาโดย Gunfire Games และจัดจำหน่ายโดย Arc Games เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2019 ในฐานะเกมแนว Survival Shooter มุมมองบุคคลที่สามที่ผสมผสานความโหดหินของการต่อสู้เข้ากับระบบ Procedural Generation (การสุ่มสร้างฉาก) เนื้อเรื่องนั้นคุ้นเคยกันดี: พลังชั่วร้ายโบราณที่เรียกว่า Root ได้ฉีกมิติและทำลายล้างมนุษยชาติจนเกือบสิ้นซาก แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นคือกลไกการเล่นที่ทำให้การเล่นแต่ละรอบมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเดินผ่านห้องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา
Core Loop (วงจรการเล่นหลัก) ของเกมนี้ทำออกมาได้แน่นมาก คุณต้องฝ่าฟันสภาพแวดล้อมสุดอันตราย ออกหาของ (Scavenge) อัปเกรดอุปกรณ์ และลุยลึกเข้าไปในโลกที่เปลี่ยนรูปแบบไปทุกครั้งที่คุณโหลดเข้าเกม โลกทั้ง 4 แห่งมีเอกลักษณ์ทางภาพ ประเภทศัตรู และบอสที่แตกต่างกัน และด้วยระบบสุ่มที่ว่านี้ ทำให้โอกาสในการทำเควสต์และอีเวนต์ต่างๆ เปลี่ยนไปในทุกรอบที่เล่น รับรองได้เลยว่าไม่มีการเล่นรอบไหนที่เหมือนกันเป๊ะๆ แน่นอน

Remnant: From the Ashes content image
เกมเพลย์และกลไก: การต่อสู้สนุกแค่ไหน?
Remnant อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างเกมยิงกับ Action RPG การต่อสู้ต้องอาศัยการวางตำแหน่ง (Positioning) จังหวะการหลบ (Dodge) และความเข้าใจใน Build ของตัวเอง ซึ่งให้รางวัลกับความใจเย็นมากกว่าการบุกแหลก บอสแต่ละตัวโจมตีหนักและมีรูปแบบการโจมตี (Pattern) ที่ชัดเจน แต่เกมก็มีทางเลือกทั้งการโจมตีระยะไกลและระยะประชิด ทำให้คุณไม่ถูกจำกัดอยู่แค่สไตล์เดียว

Remnant: From the Ashes content image
สรุปกลไกสำคัญ:
- แผนที่และอีเวนต์ที่สร้างขึ้นแบบสุ่ม (Procedurally generated)
- การคราฟต์อาวุธและชุดเกราะจากไอเทมที่ดรอปจากบอส
- ระบบ Mod สำหรับปรับแต่งความสามารถของอาวุธปืน
- ระบบออนไลน์ Co-op สูงสุด 3 คน
- การพัฒนาค่าสถานะตัวละคร (Trait) ผ่านเหตุการณ์สำคัญในการต่อสู้
ระบบ Weapon Mod ถือเป็นจุดเด่นที่ต้องพูดถึง คุณสามารถติดตั้ง Mod ลงในปืนและชาร์จพลังจากการทำดาเมจเพื่อใช้งานสกิลต่างๆ เช่น การฮีล, การเรียกพวกพ้องออกมาช่วยสู้ หรือการโจมตีธาตุ การจัด Build ให้เข้ากับ Mod เฉพาะทางสามารถเปลี่ยนสไตล์การเล่นไปได้อย่างสิ้นเชิง และด้วยจำนวนคอมโบที่มีให้เลือกเยอะมาก ทำให้การทดลองอะไรใหม่ๆ ยังคงสนุกแม้จะเล่นจบไปแล้วรอบหนึ่งก็ตาม

Remnant: From the Ashes content image
โลกและบรรยากาศ: คุณกำลังสู้กับอะไรอยู่?
โลกทั้ง 4 แห่งในเกมมีตั้งแต่ซากปรักหักพังของโลกที่เต็มไปด้วยพืชพรรณ ไปจนถึงสภาพแวดล้อมต่างดาวที่ดูแปลกตา Rhom เป็นดินแดนทะเลทรายที่ถูกปกครองโดยหุ่นยนต์จักรกล ส่วน Yaesha เป็นโลกป่าที่มีความขัดแย้งโบราณซ่อนอยู่ แต่ละที่เต็มไปด้วยการเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อม (Environmental storytelling) ที่ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ชอบสำรวจโดยไม่ยัดเยียดจนเกินไป
แนวคิดเรื่องการเดินทางข้ามมิติช่วยเชื่อมโยงโลกต่างๆ เข้าด้วยกันโดยไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย มนุษยชาติมีเทคโนโลยีประตูมิติ และการใช้มันเพื่อทำความเข้าใจและต่อสู้กับ Root คือภารกิจหลัก เนื้อเรื่องไม่ได้ขัดจังหวะการยิง แต่ก็มี Lore (เกร็ดเนื้อเรื่อง) กระจัดกระจายอยู่ตามฉากให้ผู้เล่นที่ชอบปะติดปะต่อเรื่องราวได้ฟินกันไป
มัลติเพลเยอร์และความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ: Remnant น่าเล่นซ้ำไหม?
ความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำคือจุดแข็งที่สุดของ Remnant ระบบสุ่มฉากไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม แต่การเจอหน้าบอส, เควสต์รอง และอีเวนต์ต่างๆ จะเปลี่ยนไปในทุกรอบที่เล่น ทำให้การเล่นรอบที่ 2 หรือ 3 อาจเจอคอนเทนต์ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบแรก บอสและเควสต์บางอย่างหายากมากจนผู้เล่นบางคนอาจเล่นจบเกมโดยไม่เคยเจอพวกมันเลยด้วยซ้ำ
ระบบ Co-op รองรับผู้เล่นสูงสุด 3 คนแบบออนไลน์ และเกมจะปรับความยากของศัตรูตามจำนวนคน การเล่นเป็นทีมเปิดโอกาสให้เกิด Build Synergies (การส่งเสริมกันของสกิล) ที่การเล่นคนเดียวทำไม่ได้ โดยเฉพาะการใช้ Weapon Mod สายสนับสนุน แม้ความยากจะพุ่งสูงขึ้น แต่รางวัลที่ได้รับก็คุ้มค่า ทำให้การเล่นแบบร่วมมือกันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการผ่านด่านที่โหดหินที่สุดของเกม

Remnant: From the Ashes content image








