Overview
Resident Evil 2 วางจำหน่ายเมื่อเดือนมกราคม 2019 โดยเป็นการนำเกมต้นฉบับจากปี 1998 ของ Capcom มายกเครื่องใหม่หมดจด (Remake) ด้วยขุมพลัง RE Engine ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่การ Remaster หรือพอร์ตเกมมาแบบเดิมๆ แต่เป็นการออกแบบฉากใหม่ สร้างโมเดลตัวละครขึ้นมาใหม่ และตีความเนื้อเรื่องใหม่ให้ความรู้สึกสดใหม่แม้แต่กับผู้เล่นที่จำทุกซอกทุกมุมของ Raccoon City Police Department ในภาคต้นฉบับได้ขึ้นใจก็ตาม
การเปลี่ยนมุมกล้องมาเป็นแบบ Over-the-shoulder (มุมมองบุคคลที่สามข้ามไหล่) ซึ่งหยิบยืมมาจากปรัชญาการออกแบบของ Resident Evil 7: Biohazard นั้นเปลี่ยนความรู้สึกในการเล่นไปอย่างสิ้นเชิง ความกดดันที่เคยมาจากมุมกล้องแบบ Fixed Camera และระบบ Tank Controls ในสมัยก่อน ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดในทางเดินแคบๆ กระสุนที่มีจำกัด และภัยคุกคามที่ตามติดเราไปทุกที่อย่าง Mr. X เจ้า Tyrant สุดโหดที่คอยไล่ล่า Leon ตลอดแคมเปญโดยไม่มีการเตือนหรือปรานีใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่ง RE Engine ก็จัดการเรื่องพวกนี้ได้ด้วยงานภาพที่สวยงามระดับท็อปจนกลายเป็นหนึ่งในเกมที่ภาพสวยที่สุดของปี 2019 เลยทีเดียว
Gameplay and mechanics
หัวใจหลักของแนว Survival Horror ในภาคนี้คือความตึงเครียดที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต ทรัพยากรมีจำกัด การจัดการ Inventory (ช่องเก็บของ) จึงสำคัญมาก และทุกการเผชิญหน้าจะบีบให้คุณต้องตัดสินใจว่าจะ "ยิงเพื่อเปิดทาง" หรือ "หาทางอ้อม" โดยฟีเจอร์เด็ดๆ ที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นมีดังนี้:

Resident Evil 2 content image
- ระบบการยิงแบบ Over-the-shoulder third-person
- การจัดการ Inventory แบบตารางที่มีช่องจำกัด
- การแก้ปริศนา (Puzzle) ตามสภาพแวดล้อม
- ระบบ Crafting กระสุนและไอเทมฟื้นฟูพลัง
- พฤติกรรมการไล่ล่าที่คาดเดาไม่ได้ของ Mr. X
ทั้ง Leon Kennedy และ Claire Redfield จะมีแคมเปญแยกของตัวเองที่เล่าเหตุการณ์เดียวกันในมุมมองที่ต่างออกไป พร้อมด้วยอาวุธ เนื้อเรื่อง และตัวละครสมทบที่เป็นเอกลักษณ์ การเล่นให้ครบทั้งสองตัวละครจึงเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดหากคุณต้องการเสพเนื้อเรื่องแบบเต็มอิ่ม

Resident Evil 2 content image
World and setting
Raccoon City ในปี 1998 คือจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของไวรัสที่ถูกสร้างขึ้นโดย Umbrella Corporation เมืองทั้งเมืองล่มสลายในชั่วข้ามคืน และตัวเอกทั้งสองคน ทั้งตำรวจมือใหม่และนักศึกษาสาวที่มาตามหาพี่ชาย ต่างก็ต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์วิกฤตนี้ โดยมีตึก RPD เป็นศูนย์กลางของเกม ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน ซึ่งจะให้รางวัลแก่ผู้ที่ชอบสำรวจ และลงโทษผู้ที่ประมาทเลินเล่อ
บรรยากาศในเกมนั้นกดดันแบบสุดๆ ทั้งไฟที่กะพริบ เสียงครางแว่วมาแต่ไกล และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของ Mr. X ที่เดินอยู่ชั้นบน ทำให้การเดินย้อนกลับไปมาในเส้นทางเดิมกลายเป็นเรื่องที่น่าขนลุกและตึงเครียดอย่างแท้จริง งานออกแบบเสียงของ Capcom ในจุดนี้ทำออกมาได้ดีไม่แพ้งานภาพเลย
What makes the two campaigns worth replaying?
แต่ละแคมเปญใช้เวลาเล่นประมาณ 8 ถึง 10 ชั่วโมงในการเล่นรอบแรก แต่ตัวเกมถูกออกแบบมาให้เล่นซ้ำได้เรื่อยๆ เส้นทางของ Leon ใน RPD จะแตกต่างจากของ Claire อย่างเห็นได้ชัด และยังมีโหมด "2nd Run" ของแต่ละตัวละครที่เพิ่มเนื้อเรื่องใหม่และเปลี่ยนวิธีแก้ปริศนาให้ท้าทายขึ้น นอกจากนี้ Speedrunning ยังกลายเป็นส่วนสำคัญของคอมมูนิตี้เกมนี้ โดยผู้เล่นต่างพยายามทำเวลาเพื่อคว้าแรงก์ S+ ภายใต้เงื่อนไขเวลาที่เข้มงวด

Resident Evil 2 content image
ยังมี DLC ที่เพิ่มเนื้อเรื่องเสริมอีก 3 ฉาก รวมถึง "The Ghost Survivors" ที่พาไปสำรวจเรื่องราว "ถ้าหากว่า..." ของตัวละคร 3 ตัวที่ไม่ได้รอดชีวิตในเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งเป็นประสบการณ์การเล่นที่สั้นและเน้นความสนุกแบบ Arcade มากขึ้น ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำโดยไม่ต้องยืดเนื้อเรื่องหลักให้เยิ่นเย้อ
Impact and legacy
Resident Evil 2 ได้รับคะแนน Metacritic สูงกว่า 90 คะแนนในทุกแพลตฟอร์ม และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกมแนว Survival Horror ที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษ ความสำเร็จของมันส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของซีรีส์ ทั้งในแง่ของการพัฒนา Resident Evil 3 ฉบับ Remake ในปี 2020 และแนวทางการพัฒนา Resident Evil Village สำหรับใครที่สนใจว่าเกมแนว Survival Horror ยุคใหม่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร เกมนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของศักยภาพ RE Engine และความมุ่งมั่นของ Capcom ที่เลือกจะสร้างใหม่แทนที่จะแค่เอาของเก่ามาขายใหม่

Resident Evil 2 content image







