ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Return to Castle Wolfenstein Banner

Return to Castle Wolfenstein

บทนำ

Return to Castle Wolfenstein คือการนำเกมยิงระดับตำนานปี 1992 มายกเครื่องใหม่ให้เป็นสุดยอดประสบการณ์ FPS! คุณจะได้สวมบทบาทเป็น B.J. Blazkowicz ต่อกรกับกองทัพ SS และการทดลองลึกลับของ Himmler ในแคมเปญที่ผสมผสานทั้งการลอบเร้นสุดระทึกและการยิงถล่มสุดเดือด นี่คือเกมระดับขึ้นหิ้งที่วางรากฐานให้กับเกมยิงธีมสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่เกมดังๆ อย่าง Medal of Honor หรือ Call of Duty จะถือกำเนิดขึ้น

Return to Castle Wolfenstein Gallery 1
Return to Castle Wolfenstein Gallery 2
Return to Castle Wolfenstein Gallery 3
Return to Castle Wolfenstein Gallery 4
Return to Castle Wolfenstein Gallery 5
Return to Castle Wolfenstein Gallery 6
Return to Castle Wolfenstein Gallery 7
Return to Castle Wolfenstein Gallery 8
Return to Castle Wolfenstein Gallery 9
Return to Castle Wolfenstein Gallery 10

ภาพรวม

Return to Castle Wolfenstein พัฒนาโดย Gray Matter Interactive และจัดจำหน่ายโดย id Software ในเดือนพฤศจิกายน 2001 เป็นเกมแนว First-Person Shooter (FPS) ที่นำตำนาน Wolfenstein 3D กลับมาปัดฝุ่นใหม่ในรูปแบบ Reboot โดยมีฉากหลังเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น B.J. Blazkowicz ที่ต้องออกไปทำภารกิจทลายแผนลับของ Himmler ซึ่งเป็นการนำวิทยาศาสตร์การทหารมาผสมผสานกับเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ (Occult) ตลอดทั้งแคมเปญเราจะได้บุกตะลุยตั้งแต่คุกในปราสาท สุสานอียิปต์ ไปจนถึงฐานวิจัยของนาซี ซึ่งบรรยากาศของเกมจะค่อยๆ เปลี่ยนจากหนังสงครามสุดระทึกไปสู่ความสยองขวัญสไตล์ Pulp Horror อย่างเต็มตัว

โหมด Single-player มีความยาวประมาณ 10 ถึง 12 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 6 บทใหญ่ๆ แต่ละบทจะมีการแนะนำศัตรูหน้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ทหาร Wehrmacht ทั่วไป ไปจนถึงซูเปอร์โซลเยอร์ที่ถูกปลุกชีพขึ้นมา และเจ้า Übersoldat สุดโหด ตัวเกมมีการสลับจังหวะการเล่นระหว่างช่วง Stealth (ลอบเร้น) ที่ต้องพึ่งพาปืน Sten ติดที่เก็บเสียง ไปจนถึงการปะทะกันแบบเต็มรูปแบบ (Firefight) ที่เน้นการวางตำแหน่งและการเลือกใช้ปืนให้ถูกสถานการณ์มากกว่าการวิ่งลุยแหลกแบบ Run-and-gun

Return to Castle Wolfenstein content image

Return to Castle Wolfenstein content image

ระบบเกมเพลย์และกลไกต่างๆ

กลไก FPS หลักของเกมยังคงทำออกมาได้ดีเยี่ยมแม้จะเป็นเกมจากปี 2001 โดย Blazkowicz จะมาพร้อมกับ Loadout อาวุธที่ถอดแบบมาจากของจริงในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2:

Return to Castle Wolfenstein content image

Return to Castle Wolfenstein content image

  • ปืนพก Luger P08 และปืนกลเบา MP 40
  • ปืนไรเฟิล Mauser พร้อมกล้องเล็ง Sniper
  • ปืนพ่นไฟและปืนมินิกัน Venom
  • ไดนาไมต์และระเบิดมือ
  • ปืน Sten ติดที่เก็บเสียงสำหรับช่วงลอบเร้น

AI ของศัตรูมีการตอบสนองต่อเสียง รู้จักใช้ที่กำบัง และเรียกพวกมาเสริม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของเกมในยุคนั้น ระบบเลือดจะไม่มีการฟื้นฟูอัตโนมัติ (Regenerating health) แต่ต้องเก็บ Health pack และเกราะแทน ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นเรื่องสำคัญในทุกด่าน ตัวเกมใช้เอนจิน Quake III Arena ที่ถูกปรับแต่งมา ทำให้การเคลื่อนไหวมีความคล่องตัวและตอบสนองได้ฉับไว ซึ่งยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจากเกมยิงแนวทหารที่เน้นความสมจริงและเชื่องช้ากว่า

โลกและบรรยากาศภายในเกม

สิ่งที่ทำให้ Return to Castle Wolfenstein โดดเด่นกว่าเกมยิงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกมอื่นๆ ในยุคนั้นคือการใส่เรื่องราวเหนือธรรมชาติเข้ามา หน่วย SS Paranormal Division ของ Himmler ไม่ได้มีไว้แค่ประดับฉาก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเกม ผู้เล่นจะต้องรับมือกับอัศวินยุคกลางที่ถูกปลุกชีพและซูเปอร์โซลเยอร์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ไม่ใช่แค่ทหารเยอรมันทั่วไป เกมกล้าที่จะนำเสนอพล็อตเรื่องสุดโต่งแบบนี้ออกมาอย่างเต็มที่โดยไม่มีกั๊ก

Return to Castle Wolfenstein content image

Return to Castle Wolfenstein content image

การออกแบบด่านสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของบรรยากาศ ช่วงแรกที่อยู่ในปราสาทจะให้ความรู้สึกอึดอัดและตึงเครียด แต่พอช่วงหลังที่ออกไปสู่พื้นที่ขุดค้นในอียิปต์หรือฐานวิจัยลับ ฉากจะกว้างขึ้นทำให้การต่อสู้ดูมีมิติมากขึ้น ภารกิจก็มีความหลากหลาย ตั้งแต่การคุ้มกันนักวิทยาศาสตร์ไปจนถึงการทำลายอาวุธต้นแบบ ทำให้ตัวเกมไม่น่าเบื่อ

โหมดมัลติเพลเยอร์และสังคมเกม

โหมดมัลติเพลเยอร์จะแบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่าย Axis และ Allies โดยเน้นการทำภารกิจ (Objective-based) มากกว่าการไล่ยิงกันแบบ Deathmatch ฝ่ายหนึ่งต้องวางระเบิดหรือขโมยเอกสาร ส่วนอีกฝ่ายต้องคอยป้องกัน โครงสร้างการเล่นแบบนี้ถือเป็นต้นแบบที่ Splash Damage นำไปต่อยอดจนกลายเป็นเกมแยกอย่าง Wolfenstein: Enemy Territory ในปี 2003 ซึ่งเปิดให้โหลดฟรีและสร้างคอมมูนิตี้สายแข่งขันที่เหนียวแน่นอยู่ได้นานหลายปี

ในโหมดมัลติเพลเยอร์ของ Return to Castle Wolfenstein จะมีการแบ่งคลาสตัวละคร เช่น วิศวกร (Engineer), แพทย์ (Medic) และทหาร (Soldier) ซึ่งแต่ละคลาสมีหน้าที่เฉพาะตัวที่ต้องอาศัยการประสานงานกัน แม้โหมดนี้จะไม่ได้แมสเท่ากับ Halo หรือ Counter-Strike ในยุคเดียวกัน แต่ก็ได้รับคำชมอย่างมากจากผู้เล่นที่ชื่นชอบการเล่นเป็นทีมมากกว่าการเน้นแค่จำนวน Kill

อิทธิพลและตำนานที่ทิ้งไว้

Return to Castle Wolfenstein เปิดตัวก่อนที่ Halo 2 จะทำให้เกมยิงบนคอนโซลกลายเป็นกระแสหลัก และก่อนที่ Call of Duty จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมยิงสงครามโลกครั้งที่ 2 อิทธิพลของเกมนี้เห็นได้ชัดจากโมเดล Free-to-play ใน Enemy Territory, โครงสร้างมัลติเพลเยอร์แบบเน้นภารกิจที่กลายเป็นมาตรฐานของแนวเกมนี้ และพล็อตเรื่องสงครามโลกผสมเรื่องลี้ลับที่ซีรีส์ Wolfenstein นำกลับมาใช้อีกครั้งในภาค The New Order ปี 2014 ปัจจุบันตัวเกมมีวางจำหน่ายบน Steam และยังสามารถเล่นบน Windows รุ่นใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากมาย ทำให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายสำหรับใครที่อยากสัมผัสหนึ่งในแฟรนไชส์ที่เป็นรากฐานของเกมแนว FPS

Return to Castle Wolfenstein content image

Return to Castle Wolfenstein content image

เกี่ยวกับ Return to Castle Wolfenstein

สตูดิโอ

Gray Matter Interactive

วันวางจำหน่าย

November 19th 2001

Return to Castle Wolfenstein

สวมบท B.J. Blazkowicz บุกตะลุย Castle Wolfenstein ในเกม FPS สุดมันส์ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อกรกับกองทัพนาซีและพลังเหนือธรรมชาติสุดสยอง!

ผู้พัฒนา

Gray Matter Interactive

วันวางจำหน่าย

November 19th 2001

แพลตฟอร์ม

โฆษณา