• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Rise of the Tomb Raider Banner
  1. เกม
  2. Rise of the Tomb Raider
  3. ภาพรวม

Rise of the Tomb Raider

เกี่ยวกับ Rise of the Tomb Raider

สตูดิโอ

Crystal Dynamics

เว็บไซต์

store.epicgames.com/p/rise-of-the-tomb-raider

วันวางจำหน่าย

November 10th 2015

Rise of the Tomb Raider Logo
Rise of the Tomb Raider
เกมยิงการผจญภัย

ร่วมผจญภัยไปกับ Lara Croft ใน Rise of the Tomb Raider เกมแอ็กชันสุดมันส์ที่ต้องฝ่าฟันกองกำลังปริศนาเพื่อตามหาเมืองในตำนาน Kitezh ท่ามกลางสมรภูมิสุดโหด!

ผู้พัฒนา

Crystal Dynamics

วันวางจำหน่าย

November 10th 2015

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Rise of the Tomb Raider สานต่อตำนานบทใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิม! ร่วมลุ้นไปกับ Lara Croft ในการตามหาวัตถุโบราณแห่งความเป็นอมตะ ท่ามกลางซากปรักหักพังและดินแดนไซบีเรียอันหนาวเหน็บ โดยมีกลุ่ม Trinity คอยไล่ล่าทุกฝีก้าว นี่คือเกมแอ็กชันผจญภัยที่ผสมผสานทั้งการลอบเร้น การต่อสู้ และการไขปริศนาในสุสานได้อย่างลงตัวที่สุดในซีรีส์!

Rise of the Tomb Raider Gallery 1
Rise of the Tomb Raider Gallery 2
Rise of the Tomb Raider Gallery 3
Rise of the Tomb Raider Gallery 4
Rise of the Tomb Raider Gallery 5
Rise of the Tomb Raider Gallery 6
Rise of the Tomb Raider Gallery 7
Rise of the Tomb Raider Gallery 8
Rise of the Tomb Raider Gallery 9
Rise of the Tomb Raider Gallery 10

ภาพรวม

Rise of the Tomb Raider เป็นเกมแนวแอ็กชันผจญภัยมุมมองบุคคลที่สาม (Third-person action-adventure) พัฒนาโดย Crystal Dynamics โดยเนื้อเรื่องจะดำเนินต่อจากภาค Tomb Raider ฉบับรีบูตปี 2013 หนึ่งปีเต็ม Lara Croft ได้ออกเดินทางตามรอยงานวิจัยของคุณพ่อผู้ล่วงลับเพื่อตามหาเมืองสาบสูญ Kitezh และวัตถุโบราณในตำนานที่เรียกว่า Divine Source ซึ่งว่ากันว่ามอบความเป็นอมตะได้ การเดินทางครั้งนี้พาเธอจากซากปรักหักพังในซีเรียไปสู่ดินแดนไซบีเรียอันหนาวเหน็บ ที่ซึ่งเธอต้องเผชิญหน้ากับ Trinity องค์กรกึ่งทหารสุดโหดที่มีเป้าหมายเดียวกันและไร้ความปรานีในการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

เนื้อเรื่องภาคนี้มอบแรงจูงใจให้ Lara มากกว่าแค่การเอาตัวรอด พ่อของเธอเคยถูกมองว่าเป็นคนเพ้อฝันจากการไล่ตามตำนานนี้ การตัดสินใจสานต่อภารกิจของพ่อจึงเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ระหว่างทางเธอได้ร่วมมือกับ Jacob และกลุ่ม Remnants ผู้สืบเชื้อสายโดยตรงจากชาวเมือง Kitezh ดั้งเดิม ซึ่งคอยปกป้องความลับของเมืองนี้มานานหลายศตวรรษ

เกมเพลย์และระบบการเล่น

ระบบการต่อสู้ (Combat) แบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การใช้อาวุธปืน (Firearms), การลอบสังหาร (Stealth takedowns) และการต่อสู้ระยะประชิด (Melee) โครงสร้างแผนที่แบบกึ่งเปิด (Semi-open hub) ช่วยให้ผู้เล่นเลือกได้ว่าจะลุยเนื้อเรื่องหลักหรือจะแวะไปตะลุย Challenge Tombs, ทำภารกิจเสริม (Side missions) และฟาร์มของ (Resource gathering) ได้ตามใจชอบ โดยมีระบบหลักๆ ดังนี้:

  • การลอบสังหารและอุปกรณ์เบี่ยงเบนความสนใจ
  • ระบบคราฟต์ไอเทม (Crafting) จากวัสดุที่เก็บได้
  • ผังสกิล (Skill trees) ที่แบ่งสายการต่อสู้ การล่าสัตว์ และการเอาตัวรอด
  • Challenge Tombs ที่เน้นการแก้ปริศนา (Puzzle-focused)
  • โหมด Expeditions สำหรับเล่นซ้ำด่านต่างๆ พร้อมตัวปรับแต่ง (Modifiers)

ระบบคราฟต์ไอเทมเชื่อมโยงโดยตรงกับการต่อสู้และการสำรวจ Lara สามารถสร้างลูกธนูยาพิษ, ระเบิดขวด (Molotov cocktails) และอุปกรณ์อื่นๆ จากวัสดุที่เก็บได้ในฉาก ทำให้การฟาร์มของดูมีจุดหมายมากกว่าแค่การเสียเวลาไปเปล่าๆ

โลกและบรรยากาศในเกม

ไซบีเรียคือหัวใจสำคัญของสภาพแวดล้อมในเกมนี้ ซึ่ง Crystal Dynamics ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม ป่าที่ปกคลุมด้วยหิมะ แม่น้ำที่เป็นน้ำแข็ง และฐานทัพโซเวียตเก่าแก่ ตั้งอยู่เคียงข้างกับซากปรักหักพังที่มีอายุหลายศตวรรษ ความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ของ Trinity กับร่องรอยที่ผุพังของ Kitezh ทำให้โลกในเกมดูเหมือนประวัติศาสตร์ที่กำลังปะทะกับยุคปัจจุบัน

Challenge Tombs คือไฮไลต์สำคัญ แต่ละที่คือพื้นที่ปริศนาที่ต้องใช้การคิดนอกกรอบ และเมื่อเคลียร์ได้ก็จะได้รับสกิลหรืออัปเกรดอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ ซึ่งนี่แหละคือจิตวิญญาณที่แท้จริงของเกม Tomb Raider

เนื้อหาและการเล่นซ้ำ

โหมด Expeditions คือสิ่งที่ทำให้ Rise of the Tomb Raider แตกต่างจากเกมแอ็กชันผจญภัยส่วนใหญ่ในยุคนั้น แทนที่จะเป็นโหมดมัลติเพลเยอร์ทั่วไป มันเปิดโอกาสให้ผู้เล่นย้อนกลับไปเล่นเนื้อเรื่องบทต่างๆ ด้วยระบบการ์ด (Card-based modifiers) ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมศัตรู ความสามารถของ Lara หรือสภาพแวดล้อมได้ โหมด Score Attack, Remnant Resistance และ Chapter Replay ช่วยให้เกมนี้มีอะไรให้ทำอีกเยอะนอกเหนือจากแคมเปญหลัก

สำหรับเวอร์ชัน 20 Year Celebration ที่ลงให้ทั้ง PC, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และแพลตฟอร์มมือถือ ได้รวมเกมตัวหลักเข้ากับ DLC ทั้งหมดที่เคยปล่อยออกมา รวมถึงโหมดเอาตัวรอด Cold Darkness Awakened และเนื้อเรื่องเสริม Blood Ties ซึ่งเวอร์ชันนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนที่สุด พร้อมคอนเทนต์เสริมที่ช่วยยืดเวลาการเล่นให้ยาวนานกว่าเนื้อเรื่องหลักที่ใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง สำหรับแฟนเกมผจญภัยมุมมองบุคคลที่สามที่เน้นการสำรวจและการพัฒนาตัวละคร เกมนี้ยังคงความสนุกและคุ้มค่าจนถึงปัจจุบัน