ภาพรวม
Ryse: Son of Rome คือเกมแนว Action-Adventure มุมมองบุคคลที่สามสไตล์ Hack-and-Slash ที่พัฒนาโดย Crytek โดยเปิดตัวครั้งแรกในฐานะเกมเปิดตัวเครื่อง Xbox One ในปี 2013 ก่อนจะพอร์ตลง PC ในเดือนตุลาคม 2014 พร้อมรองรับความละเอียดระดับ 4K เต็มรูปแบบและรวม DLC ทุกตัวที่เคยปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ไว้ทั้งหมด ตัวเกมจะพาเราไปติดตามเรื่องราวของ Marius Titus ทหารโรมันที่ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมเมื่อครอบครัวของเขาถูกสังหารโดยกลุ่มคนเถื่อน (Barbarian raiders) ทำให้เขาอุทิศชีวิตที่เหลือเพื่อการล้างแค้น จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องราวกลับขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นมหากาพย์แห่งการทรยศ ความจงรักภักดี และอำนาจที่กัดกินจิตใจของผู้คนในจักรวรรดิ
เวอร์ชัน PC นี้มาพร้อมกับ DLC ทุกแพ็กที่เคยลงให้กับ Xbox One ไม่ว่าจะเป็น Colosseum Pack, Mars' Chosen Pack, Duel of Fates Pack และ Morituri Pack ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงแผนที่ Arena ใหม่ๆ, Character Skins และโหมด Survival ได้ตั้งแต่เริ่มเกม ด้วยขุมพลังจาก CRYENGINE ทำให้ Ryse โดดเด่นด้วยระบบจำลองฝูงชนที่ละเอียด, ระบบแสงสีแบบ Dynamic และงาน Performance Capture ที่ทำออกมาได้น่าประทับใจสุดๆ จนทำให้ฉากคัตซีนในเกมให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรับชมภาพยนตร์มากกว่าเกมส่วนใหญ่ในยุคนั้นเสียอีก
ระบบเกมเพลย์และกลไกต่างๆ
หัวใจหลักของระบบต่อสู้ใน Ryse คือการเน้นจังหวะการ Block, การใช้โล่กระแทก (Shield bash) และการทำ Execution (ท่าปิดฉาก) ที่ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่อ่านทางศัตรูออก แทนที่จะเป็นการรัวปุ่มมั่วๆ (Button mashing) โดยมีกลไกสำคัญดังนี้:

Ryse: Son of Rome content image
- Timed execution finishers: ท่าปิดฉากที่ต้องกดตามจังหวะเพื่อรับโบนัส XP และฟื้นฟูเลือด
- Shield-based crowd control: การใช้โล่ควบคุมฝูงชนเพื่อรับมือกับศัตรูจำนวนมาก
- Focus mode: โหมดที่ช่วยชะลอเวลาชั่วขณะในระหว่างการต่อสู้
- Legion commands: การออกคำสั่งกองทหารในฉากการรบเฉพาะจุด
- Valor (XP) progression: ระบบเลเวลที่ผูกติดกับคุณภาพของการทำ Execution
การต่อสู้ในเกมนี้เน้นความใจเย็นและมีชั้นเชิงมากกว่าความวุ่นวาย ศัตรูจะแสดงท่าทางโจมตีให้เห็นชัดเจน และระบบ Execution ก็เชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาตัวละคร ยิ่งทำคอมโบได้สวยงามเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับ Valor มากขึ้นเพื่อนำไปอัปเกรดตัวละคร แม้จะมีเสียงวิจารณ์ในช่วงเปิดตัวว่าเกมอาจจะดูซ้ำซากไปบ้างเมื่อเล่นต่อเนื่องนานๆ แต่ความสะใจในจังหวะการปิดฉากแต่ละครั้งก็ยังทำให้การเผชิญหน้ากับศัตรูแต่ละจุดรู้สึกคุ้มค่าอยู่เสมอ

Ryse: Son of Rome content image
โลกและบรรยากาศภายในเกม
Crytek ได้จำลองกรุงโรมโบราณออกมาได้อย่างละเอียดลออ สภาพแวดล้อมเปลี่ยนผ่านจากป่าที่ชุ่มไปด้วยฝนใน Britannia ไปสู่ความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมหินอ่อนในกรุงโรม โดยมี Colosseum ทำหน้าที่เป็นทั้งฉากหลังของเนื้อเรื่องและสนามประลอง Multiplayer งาน Performance Capture ของตัวละคร Marius และตัวละครสมทบช่วยให้เนื้อเรื่องมีน้ำหนักและดูสมจริงมากกว่าเกมแอ็กชันทั่วไป การพากย์เสียงทำออกมาได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกม และเนื้อเรื่องก็มีการหักมุมที่คาดไม่ถึงในช่วงท้ายอีกด้วย
ตัวเกมไม่ได้เป็น Open-world แต่เป็นประสบการณ์แบบ Linear ที่เน้นความ Cinematic และการต่อสู้ในฉากสำคัญๆ ซึ่งเข้ากับธีมการทหารของโรมันได้เป็นอย่างดี ในบางช่วงจะมีฉากการรบสเกลใหญ่ที่เข้ามาขัดจังหวะการต่อสู้ระยะประชิด ทำให้ Marius มีโอกาสได้สั่งการกองทหารด้วยการตั้งโล่และระดมยิงธนูใส่ศัตรู

Ryse: Son of Rome content image
โหมด Colosseum และความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
Colosseum Mode คือส่วนที่ช่วยยืดอายุการเล่นของ Ryse ให้มากกว่าแค่โหมดเนื้อเรื่องที่ใช้เวลาเล่นประมาณ 6 ชั่วโมง โหมดนี้จะส่งผู้เล่นลงสู่สนามประลอง ทั้งแบบลุยเดี่ยวหรือร่วมมือกับเพื่อน (Co-op) เพื่อต่อสู้กับศัตรูที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอกผ่านแผนที่ Multiplayer ถึง 26 แห่ง ตั้งแต่ค่ายทหารในอังกฤษ วิลล่าในโรม ไปจนถึงทะเลทรายในอียิปต์ นอกจากนี้ยังมีโหมด Survival ที่รวมอยู่ใน DLC ซึ่งเพิ่มความท้าทายสำหรับผู้เล่นที่ต้องการปรับแต่ง Gladiator ของตัวเองให้ถึงขีดสุด
ระบบความก้าวหน้าของ Gladiator จะใช้เงิน Gold และ Valor ในการซื้อชุดเกราะ อาวุธ โล่ และไอเทมใช้สอยใหม่ๆ ระหว่างรอบ ระบบเสียงเชียร์จากผู้ชม (Crowd reaction) ยังมีส่วนสำคัญในการเล่นด้วย: ยิ่งทำท่าสังหารได้หวือหวาเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับเสียงเชียร์จากผู้ชมมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อรางวัลที่คุณได้รับ แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ทำให้สนามประลองรู้สึกเหมือนเป็นการแสดงโชว์พอๆ กับการต่อสู้เลยทีเดียว

Ryse: Son of Rome content image
ความสำเร็จทางเทคนิคและการออกแบบงานภาพ
Ryse ยังคงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของ CRYENGINE ได้อย่างชัดเจนที่สุด เวอร์ชัน PC ที่ความละเอียด 4K ยังคงดูดีมาก ด้วยโมเดลตัวละครที่ละเอียด ระบบจำลองผ้าและชุดเกราะที่สมจริง รวมถึงฉากการรบขนาดใหญ่ที่ยังคงความคมชัดแม้จะมีทหารเต็มหน้าจอ สำหรับผู้เล่นที่มีสเปกคอมพิวเตอร์ที่รองรับความละเอียดสูงสุด Ryse มอบความคมชัดของภาพที่ยังคงน่าประทับใจจนถึงทุกวันนี้ ทิศทางศิลป์ของเกมเน้นความสวยงามแบบโรมันคลาสสิกโดยไม่ดูเหมือนตำราประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างความอลังการและบรรยากาศในยุคนั้น ซึ่งทำให้ทุกสภาพแวดล้อมในเกมดูมีชีวิตชีวาและมีความหมาย







