• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Shadow of the Tomb Raider Banner
  1. เกม
  2. Shadow of the Tomb Raider
  3. ภาพรวม

Shadow of the Tomb Raider

เกี่ยวกับ Shadow of the Tomb Raider

สตูดิโอ

Eidos Montréal

เว็บไซต์

www.tombraider.com

วันวางจำหน่าย

September 14th 2018

Shadow of the Tomb Raider Logo
Shadow of the Tomb Raider
Platformerการผจญภัยการกระทำ

ร่วมผจญภัยไปกับ Lara Croft ใน Shadow of the Tomb Raider ฝ่าด่านปริศนาสุดอันตรายและลอบเร้นในป่าดิบชื้นแห่งอเมริกาใต้เพื่อหยุดยั้งวันสิ้นโลก!

ผู้พัฒนา

Eidos Montréal

วันวางจำหน่าย

September 14th 2018

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Shadow of the Tomb Raider คือบทสรุปอันสมบูรณ์แบบของไตรภาคต้นกำเนิด Lara Croft พัฒนาโดย Eidos Montréal และจัดจำหน่ายโดย Square Enix พาคุณไปสัมผัสประสบการณ์แอ็กชันผจญภัยสุดระทึก ท่ามกลางบรรยากาศป่าลึกลับ ปริศนาโบราณ และการสำรวจใต้น้ำที่ท้าทายที่สุดในซีรีส์

Shadow of the Tomb Raider Gallery 1
Shadow of the Tomb Raider Gallery 2
Shadow of the Tomb Raider Gallery 3
Shadow of the Tomb Raider Gallery 4
Shadow of the Tomb Raider Gallery 5
Shadow of the Tomb Raider Gallery 6
Shadow of the Tomb Raider Gallery 7
Shadow of the Tomb Raider Gallery 8
Shadow of the Tomb Raider Gallery 9
Shadow of the Tomb Raider Gallery 10
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Shadow of the Tomb Raider ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2018 เป็นบทสรุปของไตรภาค Tomb Raider ฉบับรีบูตที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2013 โดย Crystal Dynamics ในภาคนี้ Eidos Montréal เข้ามารับหน้าที่ดูแลการพัฒนา โดยปรับโทนเกมให้มีความดาร์กขึ้นและเน้นย้ำภาพลักษณ์ของ Lara ในฐานะนักล่ามากกว่าผู้รอดชีวิต เนื้อเรื่องดำเนินต่อจาก Rise of the Tomb Raider สองเดือน โดย Lara และคู่หูอย่าง Jonah Maiava ต้องออกตามล่าองค์กรกึ่งทหาร Trinity ไปจนถึงประเทศเม็กซิโก ซึ่งการตัดสินใจเพียงชั่ววูบของเธอกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวันสิ้นโลกตามคำทำนายของชาวมายา

เนื้อเรื่องในภาคนี้มีความซับซ้อนทางศีลธรรมมากที่สุดเท่าที่ซีรีส์เคยทำมา Lara เป็นคนก่อให้เกิดหายนะที่เธอพยายามจะยับยั้ง และตัวเกมก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอหลุดพ้นจากความผิดนั้นง่ายๆ Pedro Dominguez หัวหน้าสภาสูงของ Trinity ทำหน้าที่เป็นตัวร้ายที่มีแรงจูงใจชัดเจน ไม่ใช่แค่ตัวร้ายดาษๆ ทั่วไป เมืองลับแล Paititi ถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราว เป็นชุมชนที่มีชีวิต มีการเมือง ศาสนา และประวัติศาสตร์ของตัวเอง ซึ่ง Lara ต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าถึงมากกว่าการบุกตะลุยเข้าไปดื้อๆ

เกมเพลย์และระบบต่างๆ

Shadow of the Tomb Raider ชูจุดเด่นเรื่อง Stealth (การลอบเร้น) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากภาคก่อนๆ ที่เน้น Combat (การต่อสู้) เป็นหลัก โดยมีระบบสำคัญๆ ดังนี้:

  • การพรางตัวด้วยโคลน (Mud camouflage) เพื่อกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม
  • การลอบสังหารใต้น้ำ (Underwater stealth kills) และการสำรวจเส้นทาง
  • การเคลื่อนที่ผ่านเรือนยอดไม้ (Canopy traversal) เพื่อซุ่มโจมตีจากมุมสูง
  • ระบบ Skill tree ที่แบ่งสายการอัปเกรดเป็น Seeker, Scavenger และ Warrior
  • การปรับระดับความยาก (Difficulty sliders) แยกส่วนกันทั้งด้านการต่อสู้ การสำรวจ และปริศนา

ระบบปรับความยากแยกส่วนถือว่ามีประโยชน์มาก ผู้เล่นที่อยากท้าทายกับปริศนาสุดหินโดยไม่อยากหัวร้อนกับระบบต่อสู้ก็สามารถปรับแต่งประสบการณ์การเล่นได้ตามใจชอบ ส่วนบรรดาสุสาน (Tombs) ในภาคนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีที่สุดในไตรภาค โดยมี Challenge tombs หลายแห่งที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์สภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การเดินหาสวิตช์ไปวันๆ

โลกและบรรยากาศภายในเกม

Paititi คือสภาพแวดล้อมที่ทะเยอทะยานที่สุดของเกม เป็นเมืองลับแลที่มีประชากรอาศัยอยู่จริงบนหน้าผาในป่าดิบชื้นของเปรู ซึ่งทำหน้าที่เป็น Hub world มากกว่าจะเป็นแค่ฉากหลัง ชาวเมืองมีตารางชีวิต มีบทสนทนา และมีความคิดเห็นต่อลัทธิที่ควบคุมเมืองของพวกเขาอยู่ ความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิตอันอบอุ่นใน Paititi กับกองกำลัง Trinity ที่กำลังรุกคืบเข้ามา ทำให้ฉากหลังนี้ดูมีน้ำหนักและสมจริง

สภาพแวดล้อมที่เป็นป่าดิบชื้นภายนอก Paititi นั้นมีความหนาแน่นและให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างตั้งใจ ฉากเปิดตัวที่ Cozumel ซึ่งเป็นเทศกาล Day of the Dead ก่อนที่สึนามิจะถล่ม ยังคงเป็นหนึ่งในฉากเปิดที่น่าประทับใจที่สุดในซีรีส์ การเปลี่ยนผ่านจากเมืองชายฝั่งเม็กซิโก ไปสู่ป่าฝนเปรู และคอมเพล็กซ์วิหารใต้ดิน ช่วยให้ภูมิประเทศมีความหลากหลายตลอดระยะเวลาการเล่นประมาณ 15 ชั่วโมง

เนื้อหาและการเล่นซ้ำ

ตัวเกมหลักมาพร้อมกับเนื้อหาเสริมจำนวนมาก ทั้ง Challenge tombs, สุสานลับ (Crypts), ภารกิจรองที่เชื่อมโยงกับชาวเมือง Paititi และเอกสารสะสม (Collectible documents) ที่ช่วยขยายโลกของเกมให้กว้างกว่าแค่เนื้อเรื่องหลัก นอกจากนี้ยังมี DLC เนื้อเรื่องอีก 7 ชุดที่ปล่อยออกมาหลังวางจำหน่าย ซึ่งแต่ละชุดจะเพิ่ม Challenge tomb ใหม่ๆ และขยายเรื่องราวของตัวละครสมทบจากแคมเปญหลัก

โหมด New Game Plus จะโอนย้ายสกิลและอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ และด้วยระบบปรับความยากที่แยกส่วนกัน ทำให้การเล่นรอบใหม่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สำหรับสาย Completionist ที่ชอบเก็บรายละเอียด การตะลุยสุสานเพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่าที่จะกลับมาเล่นซ้ำ โดยเฉพาะ Challenge tombs ในช่วงท้ายเกมที่ต้องใช้ทักษะการสำรวจของ Lara อย่างสร้างสรรค์ ตัวเกมวางจำหน่ายบน Windows, Xbox, PlayStation, macOS, Steam และ Epic Games Store