ภาพรวม
Shadow of the Tomb Raider ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2018 เป็นบทสรุปของไตรภาค Tomb Raider ฉบับรีบูตที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2013 โดย Crystal Dynamics ในภาคนี้ Eidos Montréal เข้ามารับหน้าที่ดูแลการพัฒนา โดยปรับโทนเกมให้มีความดาร์กขึ้นและเน้นย้ำภาพลักษณ์ของ Lara ในฐานะนักล่ามากกว่าผู้รอดชีวิต เนื้อเรื่องดำเนินต่อจาก Rise of the Tomb Raider สองเดือน โดย Lara และคู่หูอย่าง Jonah Maiava ต้องออกตามล่าองค์กรกึ่งทหาร Trinity ไปจนถึงประเทศเม็กซิโก ซึ่งการตัดสินใจเพียงชั่ววูบของเธอกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวันสิ้นโลกตามคำทำนายของชาวมายา
เนื้อเรื่องในภาคนี้มีความซับซ้อนทางศีลธรรมมากที่สุดเท่าที่ซีรีส์เคยทำมา Lara เป็นคนก่อให้เกิดหายนะที่เธอพยายามจะยับยั้ง และตัวเกมก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอหลุดพ้นจากความผิดนั้นง่ายๆ Pedro Dominguez หัวหน้าสภาสูงของ Trinity ทำหน้าที่เป็นตัวร้ายที่มีแรงจูงใจชัดเจน ไม่ใช่แค่ตัวร้ายดาษๆ ทั่วไป เมืองลับแล Paititi ถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราว เป็นชุมชนที่มีชีวิต มีการเมือง ศาสนา และประวัติศาสตร์ของตัวเอง ซึ่ง Lara ต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าถึงมากกว่าการบุกตะลุยเข้าไปดื้อๆ

เกมเพลย์และระบบต่างๆ
Shadow of the Tomb Raider ชูจุดเด่นเรื่อง Stealth (การลอบเร้น) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากภาคก่อนๆ ที่เน้น Combat (การต่อสู้) เป็นหลัก โดยมีระบบสำคัญๆ ดังนี้:

- การพรางตัวด้วยโคลน (Mud camouflage) เพื่อกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม
- การลอบสังหารใต้น้ำ (Underwater stealth kills) และการสำรวจเส้นทาง
- การเคลื่อนที่ผ่านเรือนยอดไม้ (Canopy traversal) เพื่อซุ่มโจมตีจากมุมสูง
- ระบบ Skill tree ที่แบ่งสายการอัปเกรดเป็น Seeker, Scavenger และ Warrior
- การปรับระดับความยาก (Difficulty sliders) แยกส่วนกันทั้งด้านการต่อสู้ การสำรวจ และปริศนา
ระบบปรับความยากแยกส่วนถือว่ามีประโยชน์มาก ผู้เล่นที่อยากท้าทายกับปริศนาสุดหินโดยไม่อยากหัวร้อนกับระบบต่อสู้ก็สามารถปรับแต่งประสบการณ์การเล่นได้ตามใจชอบ ส่วนบรรดาสุสาน (Tombs) ในภาคนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีที่สุดในไตรภาค โดยมี Challenge tombs หลายแห่งที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์สภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การเดินหาสวิตช์ไปวันๆ

โลกและบรรยากาศภายในเกม
Paititi คือสภาพแวดล้อมที่ทะเยอทะยานที่สุดของเกม เป็นเมืองลับแลที่มีประชากรอาศัยอยู่จริงบนหน้าผาในป่าดิบชื้นของเปรู ซึ่งทำหน้าที่เป็น Hub world มากกว่าจะเป็นแค่ฉากหลัง ชาวเมืองมีตารางชีวิต มีบทสนทนา และมีความคิดเห็นต่อลัทธิที่ควบคุมเมืองของพวกเขาอยู่ ความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิตอันอบอุ่นใน Paititi กับกองกำลัง Trinity ที่กำลังรุกคืบเข้ามา ทำให้ฉากหลังนี้ดูมีน้ำหนักและสมจริง
สภาพแวดล้อมที่เป็นป่าดิบชื้นภายนอก Paititi นั้นมีความหนาแน่นและให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างตั้งใจ ฉากเปิดตัวที่ Cozumel ซึ่งเป็นเทศกาล Day of the Dead ก่อนที่สึนามิจะถล่ม ยังคงเป็นหนึ่งในฉากเปิดที่น่าประทับใจที่สุดในซีรีส์ การเปลี่ยนผ่านจากเมืองชายฝั่งเม็กซิโก ไปสู่ป่าฝนเปรู และคอมเพล็กซ์วิหารใต้ดิน ช่วยให้ภูมิประเทศมีความหลากหลายตลอดระยะเวลาการเล่นประมาณ 15 ชั่วโมง
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
ตัวเกมหลักมาพร้อมกับเนื้อหาเสริมจำนวนมาก ทั้ง Challenge tombs, สุสานลับ (Crypts), ภารกิจรองที่เชื่อมโยงกับชาวเมือง Paititi และเอกสารสะสม (Collectible documents) ที่ช่วยขยายโลกของเกมให้กว้างกว่าแค่เนื้อเรื่องหลัก นอกจากนี้ยังมี DLC เนื้อเรื่องอีก 7 ชุดที่ปล่อยออกมาหลังวางจำหน่าย ซึ่งแต่ละชุดจะเพิ่ม Challenge tomb ใหม่ๆ และขยายเรื่องราวของตัวละครสมทบจากแคมเปญหลัก
โหมด New Game Plus จะโอนย้ายสกิลและอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ และด้วยระบบปรับความยากที่แยกส่วนกัน ทำให้การเล่นรอบใหม่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สำหรับสาย Completionist ที่ชอบเก็บรายละเอียด การตะลุยสุสานเพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่าที่จะกลับมาเล่นซ้ำ โดยเฉพาะ Challenge tombs ในช่วงท้ายเกมที่ต้องใช้ทักษะการสำรวจของ Lara อย่างสร้างสรรค์ ตัวเกมวางจำหน่ายบน Windows, Xbox, PlayStation, macOS, Steam และ Epic Games Store












