ภาพรวม
Shovel Knight: Shovel of Hope คือแคมเปญดั้งเดิมจากซีรีส์ระดับตำนานอย่าง Shovel Knight ของค่าย Yacht Club Games ซึ่งถูกนำมาวางจำหน่ายเป็นเกมแยกเดี่ยวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2019 ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Shovel Knight อัศวินตัวจิ๋วแต่ใจกล้าผู้ถือ Shovel Blade เป็นอาวุธคู่กาย โดยมีท่าโจมตีหลักคือการฟันไปข้างหน้าและการกระโดดทุบพื้น (Pogo strike) ซึ่งใช้เด้งตัวจากศัตรูและสิ่งกีดขวางได้ ภารกิจดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่ท้าทายสุดๆ นั่นคือการโค่นล้ม Order of No Quarter อัศวินผู้ทรงพลังทั้ง 8 ที่คอยขวางทางไปหา Enchantress และตามหาคู่หูที่หายสาบสูญไปอย่าง Shield Knight ให้พบ
ตัวเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมแนว Platformer ยุค NES อย่างชัดเจน โดยเฉพาะระบบเลือกด่านแบบ Mega Man และระบบกระโดดเด้งตัว (Pogo mechanic) แบบ DuckTales แต่ Yacht Club Games ได้นำอิทธิพลเหล่านี้มาผสมผสานจนกลายเป็นเกมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่แค่การลอกเลียนแบบ อัศวินทั้ง 8 คนต่างมีด่านของตัวเองที่มีธีมภาพ อุปสรรค และจังหวะการต่อสู้ที่แตกต่างกันไป การเอาชนะอัศวินแต่ละคนจะช่วยปลดล็อกด่านนั้นๆ ให้กลับมาเล่นซ้ำได้ และเป็นการบั่นทอนพลังของ Enchantress ลงทีละน้อย

เกมเพลย์และระบบการเล่น
ท่ากระโดดทุบพื้น (Downward strike) ด้วย Shovel Blade คือหัวใจสำคัญของ Shovel of Hope การฝึกฝนท่านี้ให้คล่องคือตัวแบ่งแยกผู้เล่นทั่วไปกับระดับโปร:

- ใช้ Pogo-bounce เด้งตัวบนหัวศัตรูเพื่อทำคอมโบการเคลื่อนที่
- ขุดกองดินเพื่อหาทองและ Relics ที่ซ่อนอยู่
- ใช้การฟันปกติในการต่อสู้ทั่วไป
- สะสม Relics เพื่อปลดล็อกสกิลเสริม
- ใช้ทองอัปเกรดชุดเกราะและเพิ่มหลอดเลือด (Health expansions)
Relics จะทำหน้าที่เป็นอาวุธรอง (Sub-weapons) ตั้งแต่สมอเรือที่พุ่งทะลุฉากไปจนถึง Phase Locket ที่ทำให้เป็นอมตะชั่วคราว การบริหารจัดการทองเป็นเรื่องสำคัญตลอดการเล่น หากตาย ทองส่วนหนึ่งจะตกอยู่ที่จุดนั้นและจะมีวิญญาณเฝ้าอยู่จนกว่าคุณจะกลับไปเก็บคืนหรือเสียมันไปถาวร ซึ่งเพิ่มความตื่นเต้นแบบ Risk-reward ให้กับทุกการเผชิญหน้า

งานภาพและเสียง
งานภาพสไตล์ 8-bit ใน Shovel of Hope ไม่ได้เป็นแค่การย้อมสี แต่ Yacht Club Games ออกแบบโดยจำกัดตัวเองให้อยู่ในกรอบของยุค NES ทั้งเรื่องพาเลตต์สีและสไปรต์ตัวละคร จากนั้นจึงผลักดันขีดจำกัดเหล่านั้นในแบบที่ฮาร์ดแวร์ยุคเก่าทำไม่ได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่ให้ความรู้สึก Retro แท้ๆ แต่รันด้วยเฟรมเรตที่ลื่นไหลและมีแอ็กชันบนหน้าจอมากกว่าตลับเกม NES ใดๆ จะทำได้
เพลงประกอบที่ประพันธ์โดย Jake Kaufman ร่วมกับ Manami Matsumae (จาก Mega Man) ถือเป็นหนึ่งในเพลงแนว Chiptune ที่ดีที่สุดในวงการเกมยุคปัจจุบัน เพลงอย่าง "Strike the Earth" และเพลงหลอนๆ อย่าง "The Apparition" จะติดหูผู้เล่นไปนานแม้เกมจะจบไปแล้ว งานออกแบบเสียงช่วยเสริมบุคลิกของแต่ละด่านได้อย่างดีเยี่ยม ตั้งแต่ธีมใต้น้ำที่เต็มไปด้วยเสียงฟองอากาศในเรือของ Treasure Knight ไปจนถึงเสียงกลองหนักๆ ในเรือเหาะของ Propeller Knight
Shovel of Hope มีอะไรให้เล่นซ้ำบ้าง?
Shovel of Hope มาพร้อมกับโหมด New Game Plus ที่จะถอดชุดเกราะและ Relics ของคุณออกเพื่อความท้าทายที่ยากและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมด Body-swap ที่ให้ผู้เล่นสวมบทเป็น Shield Knight ในแคมเปญเดิมด้วยท่าโจมตีที่ต่างออกไป และยังมีด่าน Challenge ที่ซ่อนอยู่ตามแผนที่โลกเพื่อทดสอบความแม่นยำในการกระโดดแลกกับโบนัสทอง ตัวเกมยังซ่อนตัวละคร Bard ไว้ตามด่านต่างๆ ซึ่งแต่ละคนจะมอบเพลงใหม่ๆ ให้กับเครื่องเล่นเพลงในเกม สำหรับสาย Completionist ที่ไล่เก็บ Achievement ให้ครบทั้งบน PC และคอนโซล การเล่นเพียงรอบเดียวไม่มีทางเก็บได้ครบแน่นอน

อิทธิพลและตำนาน
Shovel of Hope เปิดตัวในช่วงที่เกมแนว Platformer ยุค Retro ผุดขึ้นมาเต็มตลาด แต่เกมนี้กลับโดดเด่นขึ้นมาได้เพราะความใส่ใจในรายละเอียด ตัวเกมได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2014 และยังคงรักษาชื่อเสียงนั้นไว้ได้ผ่านการพอร์ตลงหลายแพลตฟอร์ม Yacht Club Games ได้ขยายจักรวาล Shovel Knight ออกไปอีก 3 แคมเปญเสริมและภาคแยกอย่าง Shovel Knight Dig แต่ Shovel of Hope ก็ยังคงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่าสตูดิโอนี้เก่งกาจแค่ไหนในเรื่องการออกแบบเกม Action Platformer ที่แน่นปึ้กและเต็มไปด้วยความประณีตในทุกฉาก











