Overview
Singularity จะพาคุณดิ่งเข้าสู่ Katorga-12 เกาะลึกลับนอกชายฝั่งรัสเซีย สถานที่ซึ่งการทดลองลับของโซเวียตที่ชื่อว่า Element 99 ได้ฉีกกระชากมิติเวลาจนพังทลาย คุณจะได้รับบทเป็นกัปตัน Nathaniel Renko นาวิกโยธินหน่วยลาดตระเวนของสหรัฐฯ ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก แต่กลับต้องพบว่าตัวเองถูกดึงไปมาระหว่างปี 1955 กับยุคปัจจุบัน จุดเด่นสำคัญของเกมคือ Time Manipulation Device หรือ TMD อาวุธสไตล์ถุงมือที่ให้คุณควบคุมช่วงเวลาของวัตถุหรือศัตรูได้โดยตรง
Raven Software สร้างเกมนี้ขึ้นบนพล็อตไซไฟยุคสงครามเย็นที่ให้กลิ่นอายคล้ายกับ F.E.A.R. และ BioShock แต่ TMD นี่แหละที่ทำให้ Singularity มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณสามารถเร่งเวลาให้สิ่งกีดขวางไม้ผุพังจนแตกละเอียดเพื่อเปิดทาง, ซ่อมแซมสะพานที่พังทลายเพื่อข้ามฝั่ง หรือส่งศัตรูข้ามเวลาไปข้างหน้าจนร่างกลายเป็นโครงกระดูกก็ได้ นอกจากนี้ตัวเกมยังมีการอัปเกรด TMD ตลอดทั้งแคมเปญ ซึ่งขยายขีดความสามารถให้ไปไกลกว่าแค่การ "เร่งและย้อนเวลา" แบบพื้นฐานในช่วงแรก
เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นจากการที่ Renko ต้องเผชิญหน้ากับ Nikolai Demichev นักวิทยาศาสตร์โซเวียตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งชะตากรรมของเขาจะเปลี่ยนไปตามการกระทำของคุณในอดีต เกมมีฉากจบที่แตกต่างกันถึง 3 แบบตามทางเลือกที่คุณตัดสินใจ ทำให้โหมดแคมเปญมีความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ (replay value) มากกว่าแค่การไล่เก็บของสะสม

Gameplay and mechanics
ระบบ FPS หลักใน Singularity นั้นเล่นสนุกและคุ้นเคย โดยเน้นไปที่การใช้คลังแสงอาวุธทั่วไปควบคู่ไปกับ TMD ซึ่งกลไกสำคัญประกอบด้วย:
- การใช้ TMD เร่งและย้อนเวลาเพื่อแก้ปริศนาในฉาก
- Time bubbles (ฟองสบู่เวลา) ที่ใช้แช่แข็งศัตรูหรือกระสุนให้อยู่กับที่
- Impulse blasts (คลื่นกระแทก) ที่ใช้ผลักวัตถุหรือศัตรูด้วยพลังมหาศาล
- การอัปเกรดอาวุธและ TMD ที่จุดอัปเกรดตามฉากต่างๆ
- โหมดมัลติเพลเยอร์ที่เล่นเป็นสัตว์ประหลาดสลับกับคลาสทหารทั่วไป

การออกแบบปริศนาเน้นไปที่การใช้ TMD เป็นหลัก และความท้าทายส่วนใหญ่ในฉากก็มีวิธีแก้ที่ชัดเจนหากคุณจำได้ว่าอุปกรณ์นี้ทำอะไรได้บ้าง นี่ไม่ใช่ข้อเสียหรอกครับ แต่มันแสดงให้เห็นว่า Singularity ไม่ได้พยายามจะเป็น Portal กลไกเรื่องเวลาถูกใส่เข้ามาเพื่อให้การต่อสู้มีมิติที่แตกต่าง และมันก็ทำได้สำเร็จจริงๆ การปา Time bubble ใส่กลุ่มศัตรูแล้วเห็นพวกมันค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะรัวยิงเก็บงานนั้นเป็นอะไรที่สะใจสุดๆ
World and setting
Katorga-12 คือจุดแข็งที่สุดของเกมนี้ เกาะนี้ถ่ายทอดความเสื่อมโทรมของสถาบันในยุคสงครามเย็นออกมาได้ชัดเจน ทั้งสถาปัตยกรรมแบบ Brutalist อุปกรณ์ที่เป็นสนิม และโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อที่ลอกร่อนอยู่บนกำแพงคอนกรีต เนื่องจาก Renko ต้องกระโดดไปมาระหว่างปี 1955 กับปัจจุบัน คุณจะได้เห็นสถานที่เดิมใน 2 รูปแบบ คือในฐานะฐานทัพโซเวียตที่ยังใช้งานได้ และในฐานะซากปรักหักพัง ซึ่งความแตกต่างนี้ช่วยเล่าเรื่องราวได้ดีโดยไม่ต้องใช้บทสนทนาเลยแม้แต่คำเดียว

Element 99 วัตถุสมมติของโซเวียตที่เป็นหัวใจของเรื่อง ทำหน้าที่เป็น Macguffin ที่น่าเชื่อถือเพราะเกมนำเสนอผลกระทบจากการนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างจริงจัง สัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ใน Katorga-12 ในยุคปัจจุบันคือผลลัพธ์จากการทดลองที่ผิดพลาดในอดีต ซึ่งสภาพแวดล้อมในเกมก็ช่วยให้เราอ่านประวัติศาสตร์เหล่านั้นออกได้ไม่ยาก
Impact and legacy
Singularity เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2010 และทำยอดขายไปแบบเงียบๆ ซึ่งน่าเสียดายมากเมื่อเทียบกับความเจ๋งของตัวเกม โหมดมัลติเพลเยอร์ที่ให้ผู้เล่นเลือกระหว่างทหารหรือสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์นั้นเป็นโครงสร้างแบบ Asymmetric ที่น่าสนใจมาก แต่กลับไม่สามารถรักษาฐานผู้เล่นไว้ได้ ปัจจุบันโหมดนี้แทบจะร้างไปแล้ว ดังนั้นโหมดแคมเปญจึงเป็นเหตุผลหลักที่คุณควรมาสัมผัสเกมนี้

ในฐานะเกม FPS เล่นคนเดียวที่มีกลไกควบคุมเวลาและบรรยากาศสยองขวัญยุคสงครามเย็น Singularity ยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไป (underrated) ในยุคนั้น TMD ช่วยเพิ่มชั้นเชิงทางยุทธวิธีให้กับการยิงแบบ FPS ทั่วไป ซึ่งเกมยิงส่วนใหญ่ในสมัยนั้นเทียบไม่ได้เลย และโครงสร้างฉากจบ 3 แบบก็เพียงพอที่จะทำให้คุณอยากกลับมาเล่นซ้ำรอบสองแน่นอน






