• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Spyro the Dragon Banner
  1. เกม
  2. Spyro the Dragon
  3. ภาพรวม

Spyro the Dragon

Spyro the Dragon
การผจญภัย

สวมบทบาทเป็น Spyro the Dragon ในเกม 3D แพลตฟอร์มสุดมันส์! พุ่งชนและร่อนไปในโลกสีสันสดใสเพื่อช่วยเหล่ามังกรและสะสมอัญมณีกันเลย!

ผู้พัฒนา

Insomniac Games

วันวางจำหน่าย

September 9th 1998

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Spyro the Dragon เปิดตัวบน PlayStation ในปี 1998 และกลายเป็นมาสคอตสุดโปรดของแฟนเกมทันที! มาร่วมผจญภัยไปกับมังกรสีม่วงตัวน้อยในภารกิจช่วยพรรคพวกจากคุกคริสตัล ด้วยเกมเพลย์ 3D แพลตฟอร์มที่สำรวจได้อย่างอิสระ การเก็บอัญมณีที่สนุกสุดเหวี่ยง และการควบคุมที่ง่ายดาย ทำให้เกมนี้เป็นผลงานระดับตำนานของ Insomniac Games

Spyro the Dragon Gallery 1
Spyro the Dragon Gallery 2
Spyro the Dragon Gallery 3
Spyro the Dragon Gallery 4
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Spyro the Dragon คือเกมแนว 3D platformer ที่พัฒนาโดย Insomniac Games และวางจำหน่ายบนเครื่อง PlayStation ในเดือนกันยายน 1998 ตัวเกมมีเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่ายและน่าติดตามทันที: Gnasty Gnorc วายร้ายตัวฉกาจได้สาปให้มังกรทุกตัวในดินแดนกลายเป็นคริสตัล และเปลี่ยนกองสมบัติอัญมณีของพวกมันให้กลายเป็นกองทัพทหาร แต่ทว่ามังกรทุกตัวที่ว่านั้นไม่รวมถึง Spyro มังกรสีม่วงตัวจิ๋วที่ Gnasty Gnorc มองข้ามไปเพราะเห็นว่าไม่มีความสำคัญ ซึ่งความประมาทเลินเล่อในครั้งนั้นกลับกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของมันเลยทีเดียว

ตัวเกมแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โลกหลัก (homeworlds) ซึ่งแต่ละโลกจะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อ (hub) ไปยังด่านย่อยต่างๆ Spyro สามารถเดินทางไปมาระหว่างด่านได้อย่างอิสระ ทำให้ประสบการณ์การเล่นดูมีความเป็นอิสระและเน้นการสำรวจมากกว่าเกมแนว platformer ยุคนั้นที่มักจะเป็นเส้นตรงเป๊ะๆ ภายในเกมมีมังกรให้เราช่วยเหลือถึง 80 ตัว และมีอัญมณีให้เก็บสะสมนับพันชิ้น การไล่เก็บของให้ครบ 100% (full completion) จึงเป็นความสนุกที่ทำให้การผจญภัยดำเนินต่อไปได้อีกยาวนานแม้จะจบเกมไปแล้วก็ตาม

Sparx เจ้าแมลงปอคู่หูจะคอยติดตาม Spyro ไปตลอดการเดินทาง ทำหน้าที่เป็นทั้งตัวบอกสถานะเลือด (health indicator) และแม่เหล็กดูดอัญมณี Sparx จะเปลี่ยนสีไปตามความเสียหายที่ Spyro ได้รับ และจะหายไปเลยเมื่อเลือดใกล้หมด ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นรับรู้สถานการณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องมี UI มาเกะกะหน้าจอ

Spyro the Dragon content image

Spyro the Dragon content image

ระบบเกมเพลย์และกลไก

ชุดท่าพื้นฐานของ Spyro นั้นเรียบง่ายแต่สนุกและน่าฝึกฝนให้คล่อง โดยมีเครื่องมือหลักๆ ดังนี้:

Spyro the Dragon content image

Spyro the Dragon content image

  • พ่นไฟ (Flame breath) เพื่อจัดการศัตรูและจุดคบเพลิง
  • พุ่งชน (Charging headbutt) สำหรับจัดการศัตรูที่มีเกราะ
  • ร่อนตัว (Gliding) จากที่สูงเพื่อไปยังแพลตฟอร์มที่อยู่ไกลออกไป
  • เก็บอัญมณีที่กระจายอยู่ทั่วทุกด่าน
  • ช่วยเหลือมังกรด้วยการสัมผัสรูปปั้นคริสตัล

การควบคุมถือว่าทำออกมาได้แม่นยำมากสำหรับเกม 3D ในปี 1998 Spyro เลี้ยวได้ไว มุมกล้องจัดการได้ง่าย และจังหวะการกระโดดต่อด้วยการร่อน (jump-to-glide) ทำให้การเคลื่อนไหวมีความสมจริงและให้ความรู้สึกคุ้มค่าเมื่อเราใช้งานมันได้อย่างเชี่ยวชาญ การออกแบบด่านยังให้รางวัลกับผู้เล่นที่ช่างสังเกต ชอบวิ่งไปตามขอบฉาก หรือย้อนกลับมาสำรวจใหม่หลังจากปลดล็อกพื้นที่ใหม่ๆ แล้ว

Spyro the Dragon content image

Spyro the Dragon content image

โลกและบรรยากาศภายในเกม

ดินแดนแห่งมังกร (Dragon Lands) ถูกแบ่งออกเป็นโลกหลักตามธีมต่างๆ ได้แก่ Artisans, Peace Keepers, Magic Crafters, Beast Makers และ Dream Weavers ซึ่งแต่ละโลกจะนำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับ Gnasty Gnorc โดยตรง ทุกโลกจะมีเอกลักษณ์ทางภาพที่ชัดเจน รวมถึงศัตรูและภูมิประเทศที่เข้ากับธีมของโลกนั้นๆ

Spyro the Dragon content image

Spyro the Dragon content image

Artisans เริ่มต้นเกมด้วยเนินเขาสีเขียวและปราสาทหินที่ดูสบายตา ช่วยให้ผู้เล่นค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับเกมได้ง่าย จนกระทั่งไปถึงโลก Dream Weavers สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปเป็นเกาะลอยฟ้าสุดเซอร์เรียลและเหล่าสัตว์ประหลาดในฝันร้าย ความหลากหลายของโทนสีและบรรยากาศในแต่ละโลกคือจุดเด่นที่ทำให้ประสบการณ์การมองเห็นดูสดใหม่อยู่ตลอดเวลาจนจบเกม

การออกแบบภาพและเสียง

สำหรับเกมบน PlayStation ในปี 1998 Spyro the Dragon ถือว่ารีดประสิทธิภาพของเครื่องออกมาได้อย่างน่าทึ่ง Insomniac ได้สร้างเอนจิ้นเฉพาะตัวที่ช่วยกำจัดหน้าจอโหลด (load screens) ระหว่างโลกหลักและด่านย่อยออกไปได้ด้วยการสตรีมข้อมูลฉากแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จทางเทคนิคที่ทำให้โลกของเกมดูเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่แค่การแบ่งเป็นส่วนๆ

Stewart Copeland มือกลองจากวง The Police เป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบ ซึ่งดนตรีของเขาสอดคล้องกับโทนของเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความขี้เล่นและดูแปลกตานิดๆ ในโลกที่สดใส ไปจนถึงความตึงเครียดและบรรยากาศที่ลึกลับในโลกที่มืดมน เพลงประกอบถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของเกมต้นฉบับ และยังคงเป็นผลงานระดับตำนานของวงการเกมยุคปลาย 90s

อิทธิพลและมรดกของเกม

Spyro the Dragon ทำยอดขายไปได้มากกว่า 5 ล้านชุด และกลายเป็นหนึ่งในเกมแนว platformer ระดับเรือธงของ PlayStation เคียงคู่ไปกับ Crash Bandicoot ในฐานะมาสคอตประจำยุคสมัย เกมนี้ยังมีภาคต่อออกมาอีก 2 ภาคบนเครื่อง PlayStation และตัวละครนี้ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการเกมมานานหลายทศวรรษ

ไตรภาคต้นฉบับได้รับการรีมาสเตอร์ใหม่ทั้งหมดในชื่อ Spyro Reignited Trilogy ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2018 เพื่อแนะนำตัวละครนี้ให้กับเกมเมอร์รุ่นใหม่ โดยยังคงโครงสร้างและจังหวะการเล่นแบบดั้งเดิมเอาไว้ อิทธิพลของเกมปี 1998 ที่มีต่อการออกแบบเกมแนว 3D platformer โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องโลกหลักแบบเปิดและการเก็บสะสมไอเทมเพื่อดำเนินเนื้อเรื่อง ยังคงเห็นได้ชัดเจนในเกมแนวนี้จนถึงปัจจุบัน