ภาพรวม
S.T.A.L.K.E.R.: Clear Sky พัฒนาโดย GSC Game World และวางจำหน่ายในปี 2008 เป็นภาคก่อนหน้า (Prequel) ของ Shadow of Chernobyl ที่เปลี่ยนบทบาทผู้เล่นจากการสวมบทเป็น Strelok ปริศนา มาเป็น stalker ที่ได้มาพัวพันกับทีมของ Strelok และร่วมเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของปริศนาหลักในภาคแรก เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในปี 2011 ห้าปีหลังจากหายนะครั้งที่สอง (Second Disaster) ที่รุนแรงยิ่งกว่าโศกนาฏกรรม Chernobyl ในปี 1986 โดยตัว Zone กำลังอยู่ในสภาวะผันผวนอย่างรุนแรง ปรากฏการณ์ Blowout ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งได้ฉีกกระชากสนาม Anomaly และเปิดเส้นทางใหม่ๆ ไปยังพื้นที่ที่ไม่เคยเข้าถึงได้มาก่อน ทำให้โลกในเกมดูไม่หยุดนิ่งและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอย่างแท้จริง
โครงสร้างการเล่าเรื่องเป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจที่สุดของ Clear Sky แทนที่จะให้เราเล่นเป็นตำนาน เรากลับได้เฝ้ามองเขาจากมุมมองภายนอก Strelok และทีมของเขากำลังเดินทางผ่าน Zone ในภารกิจครั้งที่สามที่ประสบความสำเร็จที่สุดในการมุ่งหน้าสู่ใจกลางพื้นที่ การค่อยๆ ปะติดปะต่อว่าพวกเขากำลังทำอะไรและทำไปทำไม ทำให้เนื้อเรื่องมีมิติที่แตกต่างจากเกมยิง (Shooter) ส่วนใหญ่ ตัว Zone เองแบกรับน้ำหนักของบรรยากาศเอาไว้ ทั้งค่ำคืนที่มืดมิด ทางเดินที่เต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสี และเหล่ามอนสเตอร์ที่ซุ่มซ่อนอยู่ในหมอก ทำให้ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่สัมผัสได้จริง
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
Clear Sky ต่อยอดมาจากรากฐานของ Shadow of Chernobyl พร้อมแนะนำระบบ Faction ที่เป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ในภาคนี้ ผู้เล่นสามารถเลือกเข้าพวกกับกลุ่ม stalker ฝ่ายใดก็ได้ที่กำลังแย่งชิงพื้นที่ใหม่ๆ ที่เปิดออกหลังเหตุการณ์ Blowout ซึ่งค่าความสัมพันธ์กับ Faction จะส่งผลต่อภารกิจ อุปกรณ์ และพันธมิตรที่มีให้ตลอดทั้งเกม

S.T.A.L.K.E.R.: Clear Sky content image
ระบบเกมเพลย์หลักประกอบด้วย:
- สงครามระหว่าง Faction เพื่อยึดครองพื้นที่
- การล่า Artifact ท่ามกลางสนาม Anomaly ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
- ระบบอัปเกรดอาวุธและชุดเกราะ
- การเอาตัวรอดจาก Blowout ที่ต้องตัดสินใจหาที่หลบภัยแบบ Real-time
- การจัดการค่ากัมมันตภาพรังสีและสุขภาพ
ระบบอัปเกรดอาวุธและชุดเกราะได้รับการขยายขีดความสามารถขึ้นมากเมื่อเทียบกับภาคแรก ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่ง Loadout ได้ลึกซึ้งจนการออกไป Scavenge (หาของ) มีจุดมุ่งหมายมากขึ้น การเจอไรเฟิลกระบอกใหม่คงไม่สำคัญเท่ากับการที่คุณสามารถเปลี่ยน AK สภาพโทรมๆ ให้กลายเป็นอาวุธสุดโหดได้

S.T.A.L.K.E.R.: Clear Sky content image
อะไรที่ทำให้ Zone ดูมีชีวิต?
ระบบนิเวศแบบ Dynamic ของ Zone คือสิ่งที่ทำให้ซีรีส์ S.T.A.L.K.E.R. แตกต่างจากเกม Open-world Shooter ทั่วไป และ Clear Sky ก็จัดเต็มในจุดนี้ สนาม Anomaly จะเปลี่ยนตำแหน่งหลังเกิด Blowout หมายความว่าเส้นทางที่เคยปลอดภัยในรอบที่แล้ว อาจกลายเป็นกับดักมรณะได้ในพริบตา ส่วน Artifact ที่ให้โบนัสสถานะ (Stat) ที่มีประโยชน์แต่ก็แผ่รังสีออกมานั้น จะสุ่มเกิดในกลุ่ม Anomaly ทำให้ผู้เล่นต้องชั่งใจระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนทุกครั้งที่ตัดสินใจบุกเข้าไป
เหล่ามอนสเตอร์มีตารางชีวิตของตัวเอง พวกมันจะอพยพไปทั่วแผนที่และบางครั้งก็ปะทะกับกลุ่ม stalker เองโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้เล่น การเดินเข้าไปเจอซากเหตุการณ์หลังจากกลุ่มโจร (Bandits) ปะทะกับฝูง Pseudodogs ที่มีศพเกลื่อนกลาดและของดรอปที่ยังอุ่นๆ อยู่ คือการเล่าเรื่องแบบ Emergent ที่เกมสร้างขึ้นมาเองโดยไม่ต้องเขียนสคริปต์แม้แต่นิดเดียว

S.T.A.L.K.E.R.: Clear Sky content image
โลกและบรรยากาศ
Clear Sky แนะนำสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นใน Shadow of Chernobyl รวมถึง Swamps ซึ่งเป็นพื้นที่เริ่มต้นของเกมที่สร้างบรรยากาศอันหดหู่และชุ่มแฉะที่ Zone ทำออกมาได้ดีเยี่ยม งานศิลป์เน้นไปที่ความเสื่อมโทรมและพืชพรรณที่รกร้าง โดยมีโครงสร้างพื้นฐานยุคโซเวียตที่ถูกธรรมชาติยึดคืนและถูกกัมมันตภาพรังสีกัดกินจนกลายเป็นสิ่งที่ดูแปลกตาอย่างแท้จริง
การออกแบบเสียงช่วยตอกย้ำความรู้สึกโดดเดี่ยวได้เป็นอย่างดี เสียงปืนที่ดังแว่วมาแต่ไกล เสียงครางต่ำของ Anomaly และเสียงไซเรนเตือนภัยที่บ่งบอกว่า Blowout กำลังจะมา ทั้งหมดนี้ช่วยสื่อสารข้อมูลพร้อมกับสร้างความหวาดหวั่นไปในตัว Zone ไม่เคยรู้สึกปลอดภัยเลย และการออกแบบเสียงนี่แหละที่เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไม

S.T.A.L.K.E.R.: Clear Sky content image








