Overview
เปิดตัวเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2008 โดย LucasArts เกม Star Wars: The Force Unleashed จะพาผู้เล่นไปสัมผัสกับช่องว่างระหว่างภาค Revenge of the Sith และ A New Hope ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมืองและเนื้อเรื่องที่ยังไม่เคยถูกเล่าขาน เกมนี้โฟกัสไปที่ Starkiller โค้ดเนมของลูกศิษย์ลับของ Darth Vader ที่ถูกฝึกฝนด้านมืดมาตั้งแต่เด็กและถูกส่งตัวไปเป็นอาวุธเพื่อกำจัดเหล่า Jedi ที่หลงเหลืออยู่ เป็นเนื้อเรื่องที่ลงตัวกับจักรวาลหลัก (Canon) ในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้จักรวาลนี้ได้หายใจหายคอมากขึ้น
จุดเด่นหลักของเกมคือพลัง Force ที่ดิบเถื่อนในสเกลที่ภาพยนตร์ไม่เคยโชว์ให้เห็นมาก่อน Starkiller สามารถเหวี่ยงวัตถุขนาดเท่า AT-ST, ปล่อย Force lightning ใส่ศัตรูเป็นกลุ่ม หรือทุ่มศัตรูอัดเพดานได้ LucasArts นำเสนอสิ่งนี้ในฐานะพลัง Force ที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างแท้จริง และเกมเพลย์ก็สนับสนุนคำกล่าวอ้างนั้นด้วยระบบเทคโนโลยีสองตัวที่ถือว่าล้ำสมัยมากในยุคนั้น

Star Wars: The Force Unleashed content image
Digital Molecular Matter (DMM) ที่พัฒนาโดย Pixelux จะคอยควบคุมว่าพื้นผิวและวัตถุต่างๆ จะตอบสนองต่อฟิสิกส์อย่างไร ไม้จะแตกต่างจากโลหะ กระจกจะแตกเป็นลวดลายตามแรงกระแทก ส่วน Euphoria ซึ่งเป็น AI engine โดย NaturalMotion จะทำให้ศัตรูตอบสนองต่อฟิสิกส์แบบไดนามิก แทนที่จะใช้ท่าอนิเมชั่นแบบเดิมๆ ดังนั้นเวลา Stormtrooper ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปทั่วห้อง เขาจะพยายามคว้าจับทุกอย่างที่ขวางหน้าในระหว่างที่ลอยละลิ่วไป
Gameplay and mechanics
Core loop ของเกมเป็นการผสมผสานการต่อสู้แบบ Hack-and-slash เข้ากับการพัฒนาความสามารถ Force ผ่านด่านต่างๆ ที่เป็นเส้นตรง Starkiller จะได้รับ Force Points จากการจัดการศัตรูและการสำรวจ ซึ่งจะนำไปใช้ในการอัปเกรดคอมโบ Lightsaber และพลัง Force ต่างๆ

Star Wars: The Force Unleashed content image
กลไกหลัก (Key mechanics) ประกอบด้วย:
- Force Grip สำหรับยกและเหวี่ยงศัตรูหรือวัตถุ
- Force Push สำหรับการคุมฝูงศัตรู (Crowd control) และทำลายสภาพแวดล้อม
- Force Lightning สำหรับการสร้างความเสียหายไฟฟ้าแบบต่อเนื่อง
- Saber Throw สำหรับการโจมตีด้วย Lightsaber ระยะไกล
- Force Repulse สำหรับการระเบิดพลังรอบตัวเมื่อถูกล้อม
การต่อสู้จะให้รางวัลเมื่อเราทำคอมโบสกิลเหล่านี้ต่อเนื่องกัน การใช้ Force Grip ยก Stormtrooper ขึ้นมา แล้วช็อตด้วย Force Lightning ก่อนจะเหวี่ยงเขาไปอัดพวกพ้องที่เหลือ บอกเลยว่าฟินสุดๆ ส่วนการสู้กับบอสที่เป็น Jedi หรือ Imperial commanders นั้นต้องใช้ทักษะการวางแผนและการใช้สกิลที่รอบคอบกว่าเดิม ซึ่งทำให้การเล่นไม่รู้สึกว่าเป็นแค่การกดปุ่มไปเรื่อยๆ

Star Wars: The Force Unleashed content image
World and setting
สถานที่ในเกมครอบคลุมสภาพแวดล้อมที่หลากหลายของ Star Wars ตั้งแต่ดาวบ้านเกิดของ Wookiee อย่าง Kashyyyk, ดาวขยะ Raxus Prime, โรงงานสร้าง TIE Fighter ของจักรวรรดิที่ Nar Shaddaa ไปจนถึงอู่ต่อเรือของจักรวรรดิที่ Bespin แต่ละด่านถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่ทำลายได้และระบบฟิสิกส์ ดังนั้นกองขยะบน Raxus Prime จึงกลายเป็นอาวุธ และแพลตฟอร์มบน Bespin ก็กลายเป็นกับดักอันตราย
การวางเนื้อเรื่องไว้ในช่วงเวลานี้ทำให้เกมมีน้ำหนักมาก ตัวละครอย่าง Bail Organa ปรากฏตัวในแบบที่เชื่อมโยงโดยตรงกับไตรภาคดั้งเดิม และองก์สุดท้ายของเนื้อเรื่องก็ผูกเข้ากับเหตุการณ์ที่แฟนหนังจะจำได้ทันที แม้บทพูดอาจจะไม่ได้อยู่ในระดับสุดยอดของเนื้อเรื่อง Star Wars ทั้งหมด แต่ตัวเกมก็ยึดมั่นในแนวทางของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม
Technical achievement
เอนจิ้น DMM และ Euphoria คือจุดขายที่ใหญ่ที่สุดของเกมตอนเปิดตัว และจนถึงตอนนี้มันก็ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์ ซึ่งทำออกมาเพื่อจุดประสงค์ในการเล่นจริงๆ ไม่ใช่แค่เอาไว้โชว์สวยงาม การจำลองวัสดุหมายความว่าสภาพแวดล้อมไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เป็นระบบที่ตอบสนองและเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ของเราไปโดยสิ้นเชิง
เกมนี้วางจำหน่ายบนหลายแพลตฟอร์มทั้ง Windows, PlayStation, Xbox และ iOS โดยเวอร์ชันมือถือจะเป็นการย่อส่วนเนื้อเรื่องลงมา แต่ประสบการณ์หลักบนคอนโซลและ PC ยังคงเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งเอนจิ้นฟิสิกส์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และการต่อสู้ด้วย Lightsaber ก็มีความแม่นยำในการควบคุมอย่างที่ควรจะเป็น

Star Wars: The Force Unleashed content image








