Overview
Starbound เริ่มต้นด้วยพล็อตเรื่องง่ายๆ: บ้านของคุณหายไป ยานอวกาศพังเสียหาย และดาวเคราะห์ที่ใกล้ที่สุดคือทางเลือกเดียวที่คุณมี จากจุดเริ่มต้นนั้น เกมจะขยายตัวกลายเป็นเกมแนว Sandbox RPG ขนาดใหญ่ที่คุณสามารถเลือกเส้นทางเองได้ทั้งหมด คุณจะเลือกตามเนื้อเรื่องหลักเพื่อไล่ล่าภัยคุกคามจากอวกาศที่ทำลายบ้านเกิดของคุณ หรือจะเมินมันไปเลยแล้วใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงไปกับการสร้างฐาน ทำฟาร์ม และสะสมข้อมูลสิ่งมีชีวิตต่างดาวก็ได้
Chucklefish สร้าง Starbound ขึ้นมาโดยใช้ระบบ Procedural Generation (การสุ่มสร้างเนื้อหา) ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีดาวเคราะห์ดวงไหนที่เหมือนกันเป๊ะๆ ทั้งสภาพแวดล้อม (Biomes), ดันเจี้ยน, ประเภทศัตรู และไอเทมดรอปจะเปลี่ยนไปตามดวงดาวนับพันล้านดวง ความหลากหลายนี้ทำให้การสำรวจยังคงรู้สึกสดใหม่อยู่เสมอแม้จะเล่นไปนานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณซ่อมยานเสร็จและเริ่มออกท่องอวกาศจนเป็นเรื่องปกติ

Starbound content image
Gameplay and mechanics
Core loop (วงจรการเล่นหลัก) ของ Starbound นั้นคุ้นเคยดีสำหรับใครที่เคยเล่นเกมแนว Survival Crafting มาก่อน แต่เกมนี้ได้ใส่โครงสร้างแบบ RPG เข้าไปจนทำให้รู้สึกแตกต่าง คุณจะได้รวบรวมทรัพยากร คราฟต์เครื่องมือและอาวุธ อัปเกรดยาน และบุกตะลุยไปยังระบบดาวที่อันตรายขึ้นเรื่อยๆ ระบบการต่อสู้เป็นแบบ Real-time และ Side-scrolling โดยมีระบบอาวุธที่สุ่มค่าสถานะต่างๆ ทั้งอาวุธประชิด (Melee), อาวุธระยะไกล (Ranged) และอาวุธพลังงาน

Starbound content image
สรุปกลไกสำคัญ:
- ดาวเคราะห์และดันเจี้ยนที่สุ่มสร้างด้วยระบบ Procedural Generation
- ระบบคราฟต์อาวุธและชุดเกราะแบบสุ่มค่าสถานะ
- การสร้างอาณานิคมด้วยระบบ NPC Tenant (ผู้เช่า)
- ตัวละครหลายเผ่าพันธุ์พร้อมเนื้อเรื่องเฉพาะตัว
- รองรับการเล่นแบบ Co-op Multiplayer
ระบบ Tenant เป็นหนึ่งในไอเดียที่โดดเด่นที่สุดของ Starbound เพียงแค่คุณสร้างและตกแต่งสิ่งปลูกสร้างบนดาวเคราะห์ NPC ก็จะย้ายเข้ามาอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของที่คุณวางไว้ ถ้าจัดวางได้ถูกใจ พวกเขาก็จะจ่ายค่าเช่าเป็นไอเทมหรือ Pixels (สกุลเงินในเกม) ซึ่งเปลี่ยนการสร้างฐานให้กลายเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อระบบการเล่นจริงๆ ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น
How many playable races are in Starbound?
Starbound เปิดตัวมาพร้อมกับ 7 เผ่าพันธุ์ที่เล่นได้ ได้แก่ Human, Apex, Avian, Floran, Glitch, Hylotl และ Novakid แต่ละเผ่าพันธุ์จะมีสไตล์ภาพ ดีไซน์ยาน และภูมิหลังเนื้อเรื่องที่แตกต่างกัน แม้จะใช้ระบบการเล่นหลักเหมือนกันก็ตาม โดยเฉพาะเผ่า Novakid ที่เป็นสิ่งมีชีวิตจากพลาสม่าในธีม Wild West ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีไซน์เอเลี่ยนที่สร้างสรรค์ที่สุดในเกมแนวนี้

Starbound content image
ความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ส่งผลต่อการสร้างโลกอย่างแท้จริง ดาวเคราะห์แต่ละดวงจะเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง หมู่บ้าน และดันเจี้ยนที่ผูกกับเผ่าพันธุ์เฉพาะ ทำให้การสำรวจให้ความรู้สึกเหมือนกำลังปะติดปะต่อประวัติศาสตร์ของกาแล็กซีที่กว้างใหญ่ ไม่ใช่แค่การเข้าไปฟาร์มของในถ้ำที่หน้าตาเหมือนกันไปหมด
World and setting
จักรวาลใน Starbound มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน ทุกเผ่าพันธุ์มีสไตล์สถาปัตยกรรม ตำนาน และความสวยงามทางวัฒนธรรมที่สะท้อนออกมาผ่านสิ่งปลูกสร้างที่คุณพบเห็นบนดาว ปราสาทของเผ่า Glitch ดูเหมือนป้อมปราการยุคกลางที่บริหารโดยหุ่นยนต์ที่รวนๆ วิหารของเผ่า Avian ให้ความรู้สึกถึงพิธีกรรมแบบโบราณ ส่วนพื้นที่ล่าสัตว์ของเผ่า Floran ก็ดูวุ่นวายและรกรุงรัง ทิศทางศิลปะมีความสอดคล้องกันมากจนทำให้งานภาพแบบ Pixel art อ่านง่ายแม้จะมองในสเกลเล็กๆ
เพลงประกอบที่ประพันธ์โดย Curtis Schweitzer และ Soule Demise นั้นครอบคลุมอารมณ์ที่หลากหลาย เพลงบรรยากาศจะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมและช่วงเวลาของวัน และเพลงต่อสู้จะเร่งจังหวะขึ้นโดยไม่ทำให้รู้สึกขัดหู สำหรับเกมที่เน้นการสำรวจอย่างเงียบสงบ การออกแบบเสียงถือว่าทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

Starbound content image
Multiplayer and replayability
Starbound รองรับระบบ Online Co-op ทำให้ผู้เล่นสามารถแชร์เซิร์ฟเวอร์และออกสำรวจจักรวาลที่สุ่มสร้างขึ้นมาด้วยกันได้ ระบบอาณานิคมและการสร้างสิ่งปลูกสร้างนั้นเข้ากับโหมด Multiplayer ได้เป็นอย่างดี โดยกลุ่มผู้เล่นสามารถแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งการต่อสู้ การทำฟาร์ม และการก่อสร้าง นอกจากนี้การรองรับ Steam Workshop ยังเพิ่มความสนุกอีกระดับด้วยคลัง Mod มหาศาลจากผู้เล่นที่ช่วยขยายเนื้อหา เพิ่มเผ่าพันธุ์ ปรับปรุงระบบ Progression และนำเสนอกลไกใหม่ๆ เข้ามา การสนับสนุน Mod เพียงอย่างเดียวก็ช่วยให้คอมมูนิตี้ของเกมยังคงคึกคักแม้จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่าตัวเกมหลักนั้นเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งเพียงใด








