ภาพรวม
StarCraft II: Wings of Liberty คือภาคต่อในปี 2010 จาก Blizzard Entertainment ของหนึ่งในเกมแนววางแผนการรบแบบเรียลไทม์ (Real-Time Strategy หรือ RTS) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดเท่าที่เคยมีมา เกมนี้จับเอา 3 เผ่าที่มีสไตล์การเล่นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอย่าง Terran, Zerg และ Protoss มาห้ำหั่นกันในเกมที่เน้นการเก็บทรัพยากร การสร้างฐาน และการบริหารกองทัพด้วยความเร็วที่ต้องอาศัยทั้งการวางแผนเชิงกลยุทธ์และทักษะการกด (Mechanical skill) ที่เฉียบคม โหมดเนื้อเรื่อง (Single-player campaign) มาพร้อมกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ส่วนโหมดมัลติเพลเยอร์ (Multiplayer) ก็เป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนวงการอีสปอร์ตระดับมืออาชีพมานานกว่าทศวรรษ
ตัวเกมเปลี่ยนมาเปิดให้เล่นฟรี (Free-to-play) ในเดือนพฤศจิกายน 2017 ซึ่งช่วยทลายกำแพงสุดท้ายสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ RTS ระดับลึกบน PC โดย Wings of Liberty จะโฟกัสไปที่มุมมองของเผ่า Terran ในขณะที่ Heart of the Swarm และ Legacy of the Void จะมาขยายเรื่องราวของเผ่า Zerg และ Protoss ตามลำดับ แม้จะเล่นได้ครบทั้ง 3 แคมเปญ แต่ Wings of Liberty คือจุดเริ่มต้นที่วางรากฐานทั้งหมดไว้
เกมเพลย์และระบบการเล่น
ลูปหลักของเกมนี้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยสำหรับใครก็ตามที่เคยเล่นเกม RTS: เก็บแร่ (Minerals) และก๊าซ (Vespene gas), สร้างสิ่งก่อสร้าง, ผลิตยูนิต และเข้าปะทะ สิ่งที่ทำให้ StarCraft II แตกต่างคือความแม่นยำที่แต่ละเผ่าใช้ในการฉีกกฎลูปการเล่นเหล่านั้นในแบบของตัวเอง

- ยูนิตของ Terran สามารถยกสิ่งก่อสร้างขึ้นและย้ายตำแหน่งได้
- Zerg ขยายอาณาเขตผ่านการแพร่กระจายของ Creep และการผลิตยูนิตที่รวดเร็ว
- Protoss พึ่งพาเกราะพลังงาน (Energy shields) และยูนิตที่มีพลังเฉพาะตัวสูง
- ทั้ง 3 เผ่าใช้แผนที่เดียวกันแต่สไตล์การเล่นแทบจะไม่เหมือนกันเลย
- ผลแพ้ชนะตัดสินกันที่การบริหารเศรษฐกิจ (Macro), การควบคุมยูนิต (Micro) และจังหวะการบุก (Timing attacks)
โหมดเนื้อเรื่องเพิ่มระบบความก้าวหน้า (Progression) ที่ไม่มีในโหมดมัลติเพลเยอร์ ระหว่างภารกิจ Jim Raynor สามารถใช้เครดิตบนยานรบ Hyperion เพื่อปลดล็อกยูนิตและวิจัยอัปเกรดต่างๆ ทำให้แคมเปญมีความเป็น RPG เล็กน้อย ซึ่งช่วยให้มันไม่ใช่แค่การฝึกซ้อมรบแบบ Skirmish ทั่วไป

ทำไมวงการแข่งขันถึงน่าติดตาม?
โหมดมัลติเพลเยอร์ของ StarCraft II ใช้ระบบจัดอันดับ (Matchmaking ladder) ที่แบ่งผู้เล่นออกเป็นลีกต่างๆ ตั้งแต่ Bronze ไปจนถึง Grandmaster ระบบแรงก์มีความโปร่งใสและละเอียดมากจนทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงพัฒนาการที่วัดผลได้จริง ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเกมนี้ถึงรักษาฐานแฟนคลับสายแข่งขันไว้ได้นานขนาดนี้ ในระดับสูง ผู้เล่นระดับ Grandmaster สามารถทำค่า APM (Actions Per Minute) ได้มากกว่า 200 ครั้งต่อนาที ในขณะที่ต้องคุมการปะทะหลายจุดพร้อมกัน ซึ่งเป็นระดับการเล่นที่ทำให้การนั่งดูสนุกไม่ต่างจากการดูการแข่งขันกีฬา
ตัวเกมมาพร้อมกับ Map Editor ที่สร้างโหมดการเล่นแปลกใหม่นับพันโหมดตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึง Arcade ที่ผู้เล่นสร้างเกมขึ้นมาเอง ตั้งแต่แนวป้องกันฐาน (Tower defense) ไปจนถึงเกมแนว RPG เต็มรูปแบบ ซึ่งท่อส่งคอนเทนต์เหล่านี้เองที่ทำให้เกมยังคงมีผู้เล่นหนาแน่นแม้เวลาจะผ่านไปนานกว่าเกมอื่นๆ ในยุคเดียวกัน

โลกและบรรยากาศในเกม
Wings of Liberty เกิดขึ้น 4 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Brood War ในเขตอวกาศที่ Terran Dominion ภายใต้การปกครองของ Arcturus Mengsk ซึ่งใช้อำนาจมืดและการโฆษณาชวนเชื่อในการควบคุม Jim Raynor รับบทเป็นกบฏหนีคดี ซึ่งทำให้แคมเปญมีโทนไซไฟแบบดิบๆ สไตล์คนทำงาน (Blue-collar) ที่ผสมผสานระหว่างหนังคาวบอยและหนังสงคราม ภารกิจต่างๆ เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์หลากหลายดวงที่มีสภาพแวดล้อมอันตรายต่างกันไป และฉากบนยาน Hyperion ระหว่างภารกิจก็ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวละครผ่านบทสนทนาเสริมและตู้เพลงในบาร์ที่เปิดเพลงคลาสสิกร็อก
เผ่า Zerg และ Protoss ปรากฏตัวตลอดทั้งแคมเปญในฐานะภัยคุกคาม พันธมิตรชั่วคราว และปริศนา ซึ่งเป็นการปูเนื้อเรื่องสำหรับภาคเสริมทั้งสองโดยไม่ทำให้ Wings of Liberty รู้สึกเหมือนเป็นแค่บทนำ
อิทธิพลและตำนาน
StarCraft II ยังคงเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับเกมวางแผนการรบแบบเรียลไทม์บน PC ระบบ Ladder ยังคงคึกคัก วงการอีสปอร์ตระดับสูงยังคงดึงดูดผู้ชม และด้วยโมเดลการเล่นฟรี ทำให้กำแพงในการเข้าถึงแทบจะเป็นศูนย์ทั้งบน Windows และ macOS สำหรับใครที่อยากเข้าใจว่าจุดสูงสุดของเกมแนว RTS เป็นอย่างไร Wings of Liberty คือจุดเริ่มต้นที่ยังไม่มีเกมไหนมาแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์








