ภาพรวม
Super Mario 3D World เปิดตัวครั้งแรกบนเครื่อง Wii U ในเดือนพฤศจิกายน 2013 โดยพัฒนาโดย Nintendo Entertainment Analysis & Development เพื่อสานต่อความสำเร็จจากภาค 3DS อย่าง Super Mario 3D Land ตัวเกมยังคงรักษาโครงสร้างด่านแบบเส้นตรง (Linear level) และเส้นชัยแบบ Goal Pole ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mario คลาสสิกเอาไว้ แต่ยกระดับทุกอย่างให้เหนือกว่าเดิม ทั้งฉากที่กว้างใหญ่ขึ้น ไอเทมเพิ่มพลัง (Power-ups) ที่หลากหลาย และที่สำคัญที่สุดคือการรองรับระบบ Multiplayer แบบเล่นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 คนในเกม Mario 3D เป็นครั้งแรก
เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ Mario, Luigi, Toad และ Peach กำลังเดินเล่นกันอยู่ แล้วบังเอิญไปเจอท่อใสที่ซ่อน Princess Sprixie เอาไว้ เธอเป็นแฟรี่ที่โผล่ออกมาเตือนพวกเขาได้เพียงครู่เดียวก่อนที่ Bowser จะโผล่มาลักพาตัวเธอหายเข้าไปในท่อ กลุ่มเพื่อนจึงต้องตามเข้าไปและลงเอยที่ Sprixie Kingdom เพื่อทำภารกิจช่วยเหลือ แม้เนื้อเรื่องจะดูเบาสมอง แต่ก็ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับโลกใบนี้ให้แตกต่างไปจาก Mushroom Kingdom อย่างชัดเจน

Super Mario 3D World content image
เกมเพลย์และกลไกการเล่น
Core loop ของเกมยังคงความเป็น Mario ที่คุ้นเคย นั่นคือการวิ่งผ่านด่าน เก็บดาว และแตะ Goal Pole แต่สิ่งที่ Super Mario 3D World เพิ่มเข้ามาคือการเลือกตัวละครที่มีค่าสถานะ (Stats) และกลไกการเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยแต่ละตัวละครจะมีจุดเด่นที่ต่างกันไป:

Super Mario 3D World content image
- Mario: สมดุลในทุกด้าน
- Luigi: กระโดดได้สูงกว่า แต่การเคลื่อนที่จะลื่นกว่าเล็กน้อย
- Toad: วิ่งเร็วที่สุด แต่กระโดดได้ต่ำที่สุด
- Peach: ลอยตัวได้ชั่วขณะหลังจากกระโดด แต่เคลื่อนที่ช้าที่สุด
ความหลากหลายนี้ทำให้ผู้เล่นทั้ง 4 คนในด่านเดียวกันไม่ได้เล่นในรูปแบบที่เหมือนกัน Toad อาจจะวิ่งนำหน้าไปก่อน ในขณะที่ Peach สามารถลอยข้ามช่องว่างที่คนอื่นอาจจะพลาดตกได้ ความแตกต่างเหล่านี้สร้างทั้งความปั่นป่วนและความร่วมมือในเวลาเดียวกัน

Super Mario 3D World content image
Cat power-up ทำอะไรได้บ้าง?
Cat Suit คือ Power-up ประจำภาคของ Super Mario 3D World ที่สมชื่อจริงๆ เพราะเมื่อสวมใส่แล้ว ตัวละครจะสามารถโจมตีด้วยการข่วน ปีนกำแพงในแนวตั้ง และกระโดดพุ่งตัวกลางอากาศได้ การปีนกำแพงเพียงอย่างเดียวก็เปิดความเป็นไปได้ในการออกแบบด่านที่ Power-up อื่นๆ ในอดีตทำไม่ได้ ทำให้ Nintendo สามารถซ่อนของสะสมและเส้นทางลับไว้บนพื้นผิวที่ปกติจะเป็นแค่ฉากประกอบได้ เกมนี้ยังใส่ธีมแมวไว้ทั่วทั้งเกม ทั้งศัตรู องค์ประกอบในฉาก ไปจนถึงบอสตัวสุดท้ายที่ออกแบบมาให้เข้ากับธีมนี้ด้วย

Super Mario 3D World content image
Multiplayer และสังคมในเกม
ระบบ Co-op แบบ 4 คนพร้อมกันคือจุดที่ทำให้ Super Mario 3D World แตกต่างจากเกม Mario 3D ภาคอื่นๆ ผู้เล่นต้องแชร์หน้าจอและจำนวนชีวิต (Life pool) ร่วมกัน ซึ่งสร้างความตึงเครียดตลอดเวลาว่าจะช่วยเพื่อนหรือจะรีบวิ่งไปเก็บดาวก่อนดี แม้ตัวเกมจะไม่ได้บังคับให้ต้องร่วมมือกัน แต่การออกแบบด่านก็เอื้อให้ทำเช่นนั้น บล็อกและแพลตฟอร์มบางจุดสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นหากมีเพื่อนช่วยส่งตัว และพื้นที่ลับบางแห่งจำเป็นต้องอาศัยการประสานงานกันถึงจะหาเจอ
Wii U GamePad ยังเพิ่มมิติที่สองให้กับประสบการณ์การเล่น ผู้เล่นสามารถแตะบล็อกบางอย่างบนหน้าจอสัมผัสเพื่อเผยไอเทมหรือเปิดใช้งานแพลตฟอร์ม และการเป่าไมโครโฟนยังช่วยไล่ศัตรูหรือเปิดเผยความลับได้อีกด้วย ฟีเจอร์เหล่านี้อาจไม่ได้มีบทบาทหลักในเกม แต่ก็ทำให้ผู้ที่ถือ GamePad มีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย แม้ว่าผู้เล่นคนอื่นจะเป็นคนคุมตัวละครหลักบนหน้าจอก็ตาม
ผลกระทบและมรดกของเกม
Super Mario 3D World ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกอย่างมาก และถูกยกให้เป็นหนึ่งในเกม Exclusive ที่ดีที่สุดของ Wii U รวมถึงเป็นหนึ่งในเกมแนว 3D Platformer ที่แข็งแกร่งที่สุด ต่อมา Nintendo ได้ปล่อยเวอร์ชันปรับปรุงสำหรับ Nintendo Switch ในปี 2021 โดยมัดรวมมากับ Bowser's Fury ซึ่งช่วยขยายฐานผู้เล่นให้กว้างขึ้นไปอีก Cat Suit ได้กลายเป็นไอเทมที่ปรากฏในผลงานอื่นๆ ของ Nintendo และระบบ Co-op 4 คนก็ได้กลายเป็นต้นแบบที่ส่งอิทธิพลต่อการพัฒนาเกม Platformer ภาคต่อๆ มาของ Nintendo วิธีการผสมผสานการออกแบบด่านที่แน่นหนาเข้ากับการเลือกตัวละครที่อิสระของเกมนี้ ยังคงเป็นหนึ่งในแนวทางการทำเกม Co-op Platforming ที่ใส่ใจรายละเอียดที่สุดเท่าที่ Nintendo เคยสร้างมา



