ภาพรวม
Super Mario Bros. 3 เปิดตัวบนเครื่อง Famicom ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคม 1988 และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมแนว side-scrolling platformer อย่างทันที ทีม Nintendo R&D4 นำโดย Shigeru Miyamoto และ Takashi Tezuka ได้สร้างสรรค์ผลงานที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งที่เครื่อง NES เคยทำได้มาก่อน ด้วยโลกที่แตกต่างกันถึง 8 โลก ด่านนับสิบ และเหล่าบอสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เกมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาคต่อ แต่เป็นการปฏิวัติรูปแบบเกมไปอย่างสิ้นเชิง
เนื้อเรื่องนั้นเรียบง่ายแต่ได้ใจความ Bowser ได้ส่งลูกๆ ทั้งเจ็ดคนหรือ Koopalings ออกไปป่วนทั่ว Mushroom World โดยแต่ละตัวได้ขโมยไม้คทาวิเศษไปใช้สาปให้ราชาของแต่ละอาณาจักรกลายเป็นสัตว์ Mario และ Luigi ต้องฝ่าฟันในแต่ละอาณาจักร ปราบ Koopaling ที่รออยู่ที่ด่านสุดท้าย และนำไม้คทากลับคืนมาก่อนจะเดินทางต่อไป นี่คือเป้าหมายแบบเส้นตรงที่นำเสนอผ่านโลกที่ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ชอบสำรวจ
เกมเพลย์และระบบการเล่น
Core loop หรือหัวใจหลักของ Super Mario Bros. 3 นั้นมีความกระชับและหลากหลายกว่าภาคก่อนๆ มาก Mario เคลื่อนที่ด้วยน้ำหนักที่คุ้นเคย แต่ขอบเขตของแอ็กชันที่ทำได้นั้นขยายออกไปมากกว่าเกม Super Mario Bros. ภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด

Super Mario Bros. 3 content image
ระบบการเล่นที่สำคัญประกอบด้วย:
- Super Leaf มอบหาง Tanooki สำหรับบินและร่อนกลางอากาศ
- Fire Flower ไอเทมสุดคลาสสิกที่กลับมาอีกครั้ง
- Frog Suit ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ใต้น้ำ
- Hammer Suit สำหรับป้องกันการโจมตีจากศัตรูส่วนใหญ่
- P-Wing ช่วยให้บินได้ต่อเนื่องตลอดทั้งด่าน

Super Mario Bros. 3 content image
World Map คือจุดที่ทำให้ Super Mario Bros. 3 แตกต่างจากการเลือกด่านแบบเดิมๆ แผนที่แต่ละโลกเปรียบเสมือนมินิสภาพแวดล้อมที่มีเส้นทางแยกย่อย บ้าน Toad ที่มอบไอเทมเป็นรางวัล และด่านป้อมปราการเสริมที่ช่วยปลดล็อกทางลัด ผู้เล่นสามารถพกพาไอเทมข้ามด่านและเลือกใช้ได้ตามต้องการ เพิ่มชั้นเชิงเชิงกลยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับเกมที่เน้นปฏิกิริยาตอบสนองเป็นหลัก
โลกและบรรยากาศ
ทั้ง 8 โลกมีเอกลักษณ์ทางภาพและธีมการเล่นที่แตกต่างกัน World 3 เป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยน้ำ World 4 เป็นโลกขนาดยักษ์ที่มีศัตรูและท่อขนาดใหญ่ ส่วน World 7 นั้นอยู่บนก้อนเมฆ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความแตกต่างทางสายตาเท่านั้น แต่สภาพแวดล้อมยังส่งผลต่อการออกแบบด่านและตัวเลือกการเคลื่อนที่ที่เหมาะสมที่สุดอีกด้วย

Super Mario Bros. 3 content image
ตัว Mushroom World เองมีกลิ่นอายเหมือนนิทาน แผนที่โลกถูกวาดในสไตล์ภาพประกอบแบนๆ ที่ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนเกมกระดานที่มีชีวิต การนำเสนอด้วยภาพแบบนี้ ผสมผสานกับม่านละครที่เปิดออกในทุกช่วงการเล่น ทำให้เกมมีความขี้เล่นและรู้ตัวว่าตัวเองเป็นเกม ซึ่งทำให้มันโดดเด่นกว่าเกมแอ็กชันทั่วไปในยุคนั้น
อิทธิพลและตำนาน
Super Mario Bros. 3 ได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากการนำกลับมาวางจำหน่ายใหม่หลายทศวรรษและการตอบรับจากผู้เล่นอย่างเหนียวแน่น เกมนี้ปรากฏบนเครื่อง Super Nintendo ผ่านชุด Super Mario All-Stars ในปี 1993, มาถึง Wii Virtual Console ในปี 2007 และเปิดให้เล่นผ่าน Nintendo Switch Online ตั้งแต่ปี 2019 เรียกได้ว่าเกมนี้ไม่เคยหายไปจากวงการเลยจริงๆ

Super Mario Bros. 3 content image
ปรัชญาการออกแบบที่มอบเครื่องมือให้ผู้เล่นและเชื่อมั่นในการทดลองของพวกเขา กลายเป็นต้นแบบสำหรับการออกแบบเกมแนว platformer ตลอดช่วงทศวรรษ 1990 เหล่า Koopalings ได้ปรากฏตัวในเกม Mario ภาคต่ออีกนับสิบเกม Tanooki Suit กลายเป็นหนึ่งใน Power-up ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในวงการเกม Super Mario Bros. 3 ไม่ได้เพียงแค่ประสบความสำเร็จในฐานะผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่มันยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของแนวเกมที่มันสังกัดอยู่อีกด้วย








