ภาพรวม
Super Mario World 2: Yoshi's Island คือเกมแนว 2D platformer ที่พัฒนาโดย Nintendo EAD และวางจำหน่ายบนเครื่อง Super Nintendo ในเดือนสิงหาคม 1995 เกมนี้เป็นภาคก่อนหน้า (prequel) ของ Super Mario World โดยเปลี่ยนบทบาทให้ Yoshi ขึ้นมาเป็นตัวละครหลัก และให้ Baby Mario เป็นผู้โดยสารที่เราต้องคอยปกป้องแทนที่จะเป็นฮีโร่ที่ต้องออกไปกู้โลก ฟังดูเหมือนจะเป็นเกมเพลย์ที่เรียบง่าย แต่ตัวเกมกลับใส่ลูกเล่นและความลึกซึ้งเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Kamek พ่อมด Magikoopa ได้ขัดขวางนกกระสาที่กำลังนำตัวพี่น้อง Mario ไปส่ง ทำให้ Baby Luigi ถูกลักพาตัวไป ส่วน Baby Mario ตกลงมาบน Yoshi's Island เหล่า Yoshi และผองเพื่อนทั้ง 7 ตัวจึงต้องรับหน้าที่พา Baby Mario ตะลุยผ่านด่านทั้งหมด 48 เลเวล เพื่อไปช่วยน้องชายและเผชิญหน้ากับ Baby Bowser ในที่สุด แม้เนื้อเรื่องจะดูเบาสมอง แต่ความผูกพันของตัวละครก็ทำให้ทุกเลเวลมีความหมายขึ้นมาทันที

เกมเพลย์และระบบการเล่น
Yoshi's Island ได้แนะนำระบบการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์และกลายเป็นท่าไม้ตายประจำตัวของ Yoshi ไปเลย โดยความสามารถหลักที่ใช้ในทุกเลเวลประกอบด้วย:

- Flutter jump (กระโดดลอยตัว) เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการอยู่กลางอากาศ
- Swallowing (การกลืน) ศัตรูเพื่อเปลี่ยนเป็นไข่สำหรับปาโจมตี
- Ground pound (การทุบพื้น) เพื่อทำลายบล็อกและทำให้ศัตรูติดสถานะมึนงง
- การแปลงร่างเป็นยานพาหนะต่างๆ ในจุดที่กำหนด
- การเก็บดาวเพื่อเพิ่มเวลาในการปกป้อง Baby Mario
ระบบไข่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด Yoshi สามารถพกไข่ได้สูงสุด 6 ฟองเพื่อใช้ปาใส่เป้าหมาย ศัตรู หรือบล็อกไอเทมที่ซ่อนอยู่ตามฉาก การเล็งเป้าหมายโดยใช้ Targeting reticle (เป้าเล็ง) ทำให้เกมมีความเป็น Puzzle เล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากเกมแนววิ่งกระโดดทั่วไป ส่วนการแปลงร่างเป็นยานพาหนะต่างๆ เช่น เฮลิคอปเตอร์, รถถังตัวตุ่น (mole tank) และเรือดำน้ำ ก็ช่วยเปลี่ยนจังหวะการเล่นให้ดูสนุกและสร้างสรรค์โดยไม่รู้สึกขัดจังหวะแต่อย่างใด

ระบบปกป้อง Baby Mario เพิ่มความตื่นเต้น (tension) ที่หาไม่ได้ในเกมยุคเดียวกัน เมื่อ Yoshi ถูกโจมตี Baby Mario จะลอยออกไปในฟองสบู่และเริ่มนับถอยหลัง หากปล่อยให้เวลาหมดลง ลูกสมุนของ Kamek จะมาจับตัวเขาไปและทำให้เกมโอเวอร์ทันที การเก็บดาวตามฉากเพื่อยืดเวลาจึงทำให้ไอเทมเหล่านี้มีความสำคัญต่อระบบการเล่นอย่างแท้จริง

งานภาพและเสียง
งานภาพของ Yoshi's Island นั้นไม่เหมือนเกมไหนบนเครื่อง Super Nintendo เลย Nintendo EAD ออกแบบเกมโดยใช้สไตล์ภาพวาดสีเทียนและสีน้ำ ทำให้ทุกฉากดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน พื้นหลังมีความเป็นภาพสเก็ตช์และมีพื้นผิวที่ชัดเจน ศัตรูดูเหมือนถูกวาดโดยเด็กที่มีจินตนาการกว้างไกล และทุกอย่างเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหลจนรีดประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ SNES ออกมาได้ถึงขีดสุดด้วยชิป Super FX2
เพลงประกอบโดย Koji Kondo เข้ากับโทนของภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดนตรีมีความสนุกสนาน ขี้เล่น และเปลี่ยนอารมณ์ไปตามสถานการณ์เมื่อเกมต้องการสื่อถึงอันตรายหรือความตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะเพลงประกอบฉาก Boss ที่ให้ความรู้สึกจริงจังแม้จะเป็นเกมที่เจาะกลุ่มผู้เล่นอายุน้อยก็ตาม
อิทธิพลและความสำเร็จ
Yoshi's Island ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ในตอนที่วางจำหน่าย และยังคงรักษาชื่อเสียงนั้นไว้ได้ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา Nintendo ได้นำเกมนี้กลับมาวางจำหน่ายใหม่ทั้งบน Game Boy Advance, Wii Virtual Console, Wii U Virtual Console และ Super Nintendo Classic Edition ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเกมนี้ยังคงครองใจผู้เล่นรุ่นใหม่ได้เสมอ มันได้วางรากฐานให้กับเกม Yoshi ทุกภาคที่ตามมา ตั้งแต่ Yoshi's Story ไปจนถึง Yoshi's Crafted World และอิทธิพลของงานดีไซน์ที่ดูนุ่มนวลและแสดงอารมณ์ได้ชัดเจนของ Nintendo ก็ยังคงเห็นได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยด่านหลัก 48 เลเวล เสริมด้วยด่านโบนัสอีก 6 ด่านที่ปลดล็อกผ่านการเล่นแบบ 100% ทำให้เกมนี้มี Replay value (ความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ) ที่เกมแนวเดียวกันในปี 1995 ส่วนใหญ่เทียบไม่ติดเลย








