• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Super Smash Bros. Melee Banner
  1. เกม
  2. Super Smash Bros. Melee
  3. ภาพรวม

Super Smash Bros. Melee

เกี่ยวกับ Super Smash Bros. Melee

สตูดิโอ

HAL Laboratory

เว็บไซต์

www.nintendo.co.uk/Games/Nintendo-GameCube/Super-Smash-Bros-Melee-268951.html

วันวางจำหน่าย

November 21st 2001

Super Smash Bros. Melee Logo
Super Smash Bros. Melee
การต่อสู้

เกมต่อสู้สุดมันส์ที่รวมตัวละคร Nintendo มาซัดกันให้กระเด็นตกเวที ด้วยระบบเปอร์เซ็นต์ความเสียหายและคอมโบสุดแม่นยำที่ต้องลอง!

ผู้พัฒนา

HAL Laboratory

วันวางจำหน่าย

November 21st 2001

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Super Smash Bros. Melee เปิดตัวในปี 2001 บน GameCube และกลายเป็นตำนานเกมต่อสู้ที่ครองใจแฟนๆ มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยระบบเปอร์เซ็นต์ความเสียหายและคอมโบที่ต้องใช้ทักษะสูง ทำให้เกมนี้ยังคงได้รับความนิยมในวงการแข่งขันจนถึงปัจจุบัน

Super Smash Bros. Melee Gallery 1
Super Smash Bros. Melee Gallery 2
Super Smash Bros. Melee Gallery 3
Super Smash Bros. Melee Gallery 4
Super Smash Bros. Melee Gallery 5
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Super Smash Bros. Melee คือเกมแนว crossover platform fighter ที่พัฒนาโดย HAL Laboratory และจัดจำหน่ายโดย Nintendo บนเครื่อง GameCube ในเดือนพฤศจิกายน 2001 แทนที่จะเป็นการลดหลอดเลือดเหมือนเกมทั่วไป ผู้เล่นจะชนะได้ด้วยการซัดคู่ต่อสู้ให้กระเด็นออกนอกฉากไปเลย โดยค่าความเสียหายจะสะสมเป็นเปอร์เซ็นต์ ยิ่งตัวเลขสูงเท่าไหร่ ตัวละครก็จะยิ่งกระเด็นไกลขึ้นเมื่อโดนโจมตี ทำให้ทุกจังหวะการแลกหมัดดูอันตรายและตื่นเต้นสุดๆ ในขณะที่จำนวน Stock เริ่มเหลือน้อยลง

ตัวละครในเกมขนทัพมาจากแฟรนไชส์ดังของ Nintendo ทั้ง Mario, Link, Samus, Fox McCloud, Pikachu, Marth และตัวละครอื่นๆ รวมทั้งหมด 26 ตัว แต่ละตัวมีการเคลื่อนไหวและฟีลลิ่งที่แตกต่างกันชัดเจน ทั้งน้ำหนัก ความเร็วในการตก และความคล่องตัวกลางอากาศ ซึ่งส่งผลต่อการเล่นในแต่ละแมตช์ ระบบควบคุมเน้นการใช้จอยสติ๊กผสมกับปุ่มโจมตีเพียงปุ่มเดียว แต่ความลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายนี่แหละที่ทำให้เหล่าเกมเมอร์ยังคงนั่งไต่แรงค์และฝึกฝนกันมานานหลายปี

เกมเพลย์และระบบการเล่น

หัวใจหลักของ Melee คือการให้รางวัลกับผู้เล่นที่ฝึกฝนระบบการเคลื่อนไหวจนเชี่ยวชาญ เกมรันที่ 60 เฟรมต่อวินาทีและตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างแม่นยำในระดับที่ภาคต่อๆ มาของซีรีส์ Smash จงใจลดทอนความละเอียดนี้ลง โดยระบบสำคัญๆ ได้แก่:

  • Wavedashing (เวฟแดชชิ่ง) เพื่อการขยับตำแหน่งด้านข้างอย่างรวดเร็ว
  • L-canceling (แอล-แคนเซิลลิ่ง) เพื่อลดจังหวะดีเลย์ตอนลงพื้นจากการโจมตีกลางอากาศลงครึ่งหนึ่ง
  • Dash dancing (แดชแดนซ์ซิ่ง) เพื่อหลอกล่อและสวนกลับคู่ต่อสู้
  • Edge-guarding (เอดจ์-การ์ดดิ้ง) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คู่ต่อสู้กลับขึ้นมาบนเวทีได้
  • Shield pressure (ชิลด์เพรสเชอร์) เพื่อกดดันและทำลายจังหวะการป้องกันของคู่ต่อสู้

เทคนิคเหล่านี้ไม่เคยถูกระบุไว้ในคู่มืออย่างเป็นทางการ ผู้เล่นค้นพบมันผ่านการลองผิดลองถูก และฐานความรู้ที่สร้างขึ้นโดยคอมมูนิตี้ก็นี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Melee กลายเป็นเกมที่มีวัฒนธรรมย่อยเป็นของตัวเอง

อะไรที่ทำให้ Melee แตกต่างจากเกมแนว platform fighter อื่นๆ?

Melee จัดอยู่ในฝั่งที่เน้นเทคนิคสูงของเกมแนว platform fighter ในขณะที่เกม Smash ภาคหลังๆ ปรับการเคลื่อนไหวให้สมูทขึ้นและลดผลกระทบของเทคนิคขั้นสูงลง แต่ Melee ยังคงรักษาความดิบของระบบฟิสิกส์เอาไว้ ความดิบนี้สร้างเพดานฝีมือ (skill ceiling) ที่สูงมากจนผู้เล่นระดับท็อปยังคงค้นพบวิธีเล่นใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งความเร็วของเกม ความเฉพาะตัวของคอมโบ และโมเมนตัมกลางอากาศที่ส่งผลต่อการโจมตี ทั้งหมดนี้รวมกันจนได้สไตล์การเล่นที่ไม่มีภาคต่อไหนทำเลียนแบบได้เหมือน

โหมดเล่นคนเดียวประกอบด้วย Classic Mode, Adventure Mode, All-Star Mode และการสะสม Trophy ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของ Nintendo จนถึงปี 2001 โหมดเหล่านี้ให้ผู้เล่นหน้าใหม่ได้สำรวจอย่างจุใจก่อนจะลงสนามจริงในโหมด Versus

โหมดผู้เล่นหลายคนและตำนานการแข่งขัน

Melee รองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คนพร้อมกัน และโหมด Versus นี่แหละคือจุดที่ทำให้เกมนี้ยืนหยัดมาได้จนถึงปัจจุบัน การแข่งแบบ Stock 4 ชีวิต ในเวลา 8 นาที กลายเป็นมาตรฐานของการแข่งขัน โดยมี Final Destination และ Battlefield เป็นด่านกลาง (neutral stages) ที่นิยมใช้ในการแข่งขันจริงจัง

ฉากการแข่งขันที่สร้างขึ้นรอบๆ Melee ถือเป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการเกม รายการใหญ่อย่าง EVO และ The Big House เคยจัดการแข่งขัน Melee ที่มีผู้เข้าสมัครนับพันคน และผู้เล่นระดับท็อปอย่าง Armada, Mango และ Hungrybox ก็กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูในคอมมูนิตี้เกมต่อสู้ วงการนี้ขับเคลื่อนมาได้นานหลายปีโดยไม่มีการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก Nintendo แต่เกิดจากความหลงใหลของผู้เล่นและผู้จัดทัวร์นาเมนต์ระดับรากหญ้าล้วนๆ

คอนเทนต์และความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ

นอกเหนือจากโหมด Versus แล้ว Melee ยังอัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์มากมายสำหรับเกมที่วางจำหน่ายในปี 2001 แค่การสะสม Trophy ก็มีไอเทมให้เก็บกว่า 290 ชิ้นที่ครอบคลุมประวัติศาสตร์ของ Nintendo โดยแต่ละชิ้นมีคำอธิบายสั้นๆ เหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม โหมด Event Match มีสถานการณ์จำลอง 51 รูปแบบพร้อมเงื่อนไขการชนะที่เฉพาะเจาะจง มอบความท้าทายที่จัดเตรียมไว้ให้ผู้เล่นโซโล่ได้สนุกนอกเหนือจากโหมดมาตรฐาน การผสมผสานระหว่างระบบการแข่งขันที่ลึกซึ้งและโหมดเล่นคนเดียวที่หลากหลาย ทำให้ Melee ไม่เคยมีคำว่า "เล่นจบ" สำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ได้สัมผัส