ภาพรวม
Teratopia คือเกมแนว 3D action brawler ที่พัฒนาโดย Ravegan และจัดจำหน่ายโดย Eastasiasoft วางจำหน่ายเมื่อเดือนมกราคม 2021 บนแพลตฟอร์ม PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และ PC ผ่านทาง Steam ตัวเกมจะพาคุณไปอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์การรุกรานของเอเลี่ยน โดยมอบหมายให้กลุ่มสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดหลากสีสันต้องกอบกู้บ้านเกิดคืนจากเผ่าพันธุ์ผิวสีแดงปริศนาที่บุกเข้ามาและลักพาตัวทุกคนไปจนเกือบหมด โทนของเกมมีความก้ำกึ่งระหว่างการ์ตูนเช้าวันเสาร์กับหนังสยองขวัญเกรด B ซึ่งมันออกมาลงตัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลย
เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Tucho ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากการรุกรานของพวกผิวแดง ต้องออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือเพื่อนๆ และต่อต้านผู้รุกราน แม้จะเป็นพล็อตเรื่องที่เรียบง่าย แต่โลกที่ถูกสร้างขึ้นรอบๆ ปมเหล่านั้นกลับมีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง เผ่าพันธุ์ที่เล่นได้ทั้ง 3 เผ่าที่เคยอยู่ร่วมกันใน Teratopia บัดนี้ได้กระจัดกระจายไป การนำพวกเขากลับมารวมกันจึงเป็นทั้งเป้าหมายหลักของเนื้อเรื่องและเป็นจุดเด่นด้านเกมเพลย์ที่ช่วยขับเคลื่อนความคืบหน้าของเกมไปข้างหน้า

Teratopia content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจสำคัญของ Teratopia คือการต่อสู้สไตล์ beat 'em up ที่กระจายอยู่ใน 13 โซนที่แตกต่างกัน แต่ละโซนเต็มไปด้วยศัตรูและถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับจุดแข็งของนักสู้ที่คุณเลือก โดยตัวละครที่เล่นได้ทั้ง 3 ตัวจะมีบทบาทที่แตกต่างกันออกไป:

Teratopia content image
- Tucho: สายบวก (brawler) ระยะประชิดที่มีความอึดสูง
- Benito: สายยิงระยะไกลที่เหมาะสำหรับการคุมฝูงศัตรู (crowd control)
- Horacio: สายปั่น (trickster) ที่มีท่าโจมตีหลอกล่อและต้องใช้ทักษะในการเล่นสูง
การสลับตัวละครไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น ศัตรูบางประเภทและรูปแบบของโซนจะเอื้อต่อสไตล์การเล่นที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้นตัวเกมจะค่อยๆ กระตุ้นให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้ตัวละครอื่นแทนที่จะยึดติดกับตัวเดียวตลอดทั้งเกม กลยุทธ์แบบ on-the-go (เล่นไปปรับไป) เกิดจากการที่คุณต้องอ่านองค์ประกอบของศัตรูและปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นกลางโซน แทนที่จะต้องมานั่งปรับผ่านเมนูให้ยุ่งยาก
อะไรที่ทำให้ Teratopia โดดเด่น?
จุดเด่นที่สุดของ Teratopia คืออัตลักษณ์ทางภาพ (visual identity) การออกแบบตัวละครเน้นไปที่ความหลุดโลกแบบการ์ตูนกึ่งสยองขวัญ ด้วยรูปทรงที่ดูบวมๆ สัดส่วนที่เกินจริง และการออกแบบศัตรูที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเอเลี่ยนจริงๆ ไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาดดาษๆ ทั่วไป นี่คืองานอาร์ตไดเรกชันที่ถ้าคุณชอบก็จะชอบเลย แต่ก็ทำให้เกมนี้มีลุคที่ยากจะสับสนกับเกมแนว indie brawler อื่นๆ ในตลาด

Teratopia content image
เรตติ้ง ESRB Mature (เลือด, ภาษา, เนื้อหาทางเพศ, การใช้สารเสพติด, ความรุนแรง) อาจทำให้ผู้เล่นที่คาดหวังว่าจะได้เล่นเกมแนวเฮฮาใสๆ ต้องประหลาดใจ แต่ Teratopia ได้เรตนี้มาจากเนื้อหาภายในเกม ไม่ใช่จากภาพลักษณ์ภายนอก ซึ่งมันช่วยเพิ่มความกวนประสาทที่เข้ากับโทนของเกมได้เป็นอย่างดี
เนื้อหาและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
จำนวน 13 โซนถือเป็นปริมาณเนื้อหาที่สมเหตุสมผลสำหรับเกมในราคา $14.99 และความหลากหลายของตัวละครยังทำให้คุณมีวิธีเล่นที่แตกต่างกันถึง 3 แบบในด่านเดิมๆ การเล่นด้วย Benito และ Horacio ให้ความรู้สึกที่ต่างจาก Tucho มากพอที่จะทำให้การกลับมาเล่นซ้ำในด่านเดิมไม่รู้สึกน่าเบื่อ
ลูปการเล่นแบบ hack-and-slash นั้นตรงไปตรงมา แต่ตัวเกมก็ยังคงความสนุกด้วยการปรับเปลี่ยนประเภทศัตรูและโครงสร้างของโซนในทั้ง 13 พื้นที่ แทนที่จะวนลูปเจอศัตรูแบบเดิมๆ ผู้เล่นที่ต้องการสัมผัสทักษะของตัวละครทุกตัวอย่างเต็มที่คือกลุ่มที่จะได้รับประสบการณ์จาก Teratopia มากที่สุด เพราะตัวเกมออกแบบมาให้รางวัลแก่คนที่เข้าใจจุดแข็งของนักสู้แต่ละคนมากกว่าการดันทุรังใช้ตัวเดียวลุยไปเรื่อยๆ สำหรับแฟนเกม indie brawler ที่มองหาเกมที่มีบุคลิกชัดเจนและระบบการต่อสู้ที่เข้าถึงง่าย Teratopia มอบประสบการณ์ที่ครบถ้วนและจบในตัวได้ดีทีเดียว

Teratopia content image








