ภาพรวม
The Beginner's Guide ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2015 โดย Everything Unlimited Ltd. เป็นเกมแนวเล่าเรื่องมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person narrative) ที่ใช้เวลาเล่นประมาณ 90 นาที โดยไม่มีภารกิจ ไม่มีเงื่อนไขความพ่ายแพ้ และไม่มีลูปเกมเพลย์แบบเดิมๆ Davey Wreden จะเป็นผู้บรรยายเรื่องราวโดยตรงให้กับผู้เล่น พาเราไปสำรวจคอลเลกชันเกมเล็กๆ ที่สร้างโดยบุคคลที่ชื่อ Coda ในช่วงปี 2008 ถึง 2011 พร้อมกับเสนอการตีความของเขาเองว่าแต่ละชิ้นงานนั้นสื่อถึงอะไร
สิ่งที่ทำให้โครงสร้างของเกมนี้ดูน่าทึ่งคือการที่มันลดช่องว่างระหว่างผู้เล่น ผู้บรรยาย และตัวเนื้อหาลงได้อย่างรวดเร็ว คุณไม่ได้กำลังเล่นเกมของ Coda เท่ากับการที่ได้ดูคนอื่นเล่นให้คุณดู โดยผ่านมุมมองของเสียงบรรยายที่เริ่มจะเชื่อถือไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ประสบการณ์นี้ตั้งคำถามว่าการวิเคราะห์งานศิลปะเป็นรูปแบบหนึ่งของการรุกล้ำหรือไม่ และการนำงานศิลปะของใครบางคนมาแบ่งปันโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น จะเปลี่ยนความหมายของงานศิลปะชิ้นนั้นไปหรือไม่

The Beginner's Guide content image
The Beginner's Guide เป็นเกมแนวไหน?
The Beginner's Guide คือเกมแนวจำลองการเดิน (Walking simulator) ที่มีเนื้อหาเชิงเมตาฟิกชัน (Metafictional) ซึ่งสร้างขึ้นโดยเน้นไปที่การวิจารณ์และการตีความทั้งหมด ไม่มีปริศนาให้แก้และไม่มีคะแนนให้ทำ การปฏิสัมพันธ์หลักคือการเคลื่อนที่ไปในพื้นที่ต่างๆ พร้อมฟังเสียงบรรยายที่ช่วยสร้างบริบทให้กับสภาพแวดล้อมแต่ละแห่งที่ Coda สร้างขึ้น โดยมีลักษณะเด่นดังนี้:

The Beginner's Guide content image
- ไม่มีเงื่อนไขการชนะหรือความพ่ายแพ้
- ความยาวเกมประมาณ 90 นาที
- เป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่งตลอดทั้งเกม
- บรรยายโดย Davey Wreden ในฐานะตัวเขาเอง
- ประกอบด้วยสภาพแวดล้อมเกมสั้นๆ หลายฉากที่เชื่อมต่อกัน
รูปแบบของเกมนี้ยืมมาจากธรรมเนียมของสารคดีมากกว่าการออกแบบเกมทั่วไป แต่ละด่านเล็กๆ ของ Coda ทำหน้าที่เหมือนนิทรรศการ และเสียงบรรยายของ Wreden ก็เปรียบเสมือนป้ายคำอธิบายข้างงานศิลปะ แม้ว่าความน่าเชื่อถือของป้ายนั้นจะกลายเป็นจุดตึงเครียดหลักของเรื่องก็ตาม

The Beginner's Guide content image
โลกและบรรยากาศ
เกมของ Coda ถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่ายและแปลกประหลาดอย่างตั้งใจ บางฉากเป็นห้องแคบๆ ที่ไม่มีทางออก บางฉากเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งร้างก่อนที่คุณจะมาถึง สไตล์ภาพในแต่ละสภาพแวดล้อมมีความแตกต่างกันเพราะแต่ละชิ้นงานถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกันในชีวิตของ Coda ทำให้คอลเลกชันทั้งหมดนี้มีคุณภาพที่ดูแตกกระจัดกระจายและเหมือนบันทึกประจำวัน
การออกแบบเสียงเป็นส่วนที่แบกรับอารมณ์ของเกมไว้มากที่สุด เสียงบรรยายของ Wreden นั้นนิ่งและสุขุม ซึ่งทำให้ช่วงเวลาที่ความนิ่งนั้นพังทลายลงดูมีน้ำหนักมากขึ้น การออกแบบเสียงบรรยากาศในแต่ละฉากมักจะเน้นความมินิมอล ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่
นวัตกรรมและฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์
มีเกมเพียงไม่กี่เกมที่กล้าทำให้ผู้บรรยายกลายเป็นเป้าหมายของการถูกตรวจสอบแทนที่จะเป็นตัวผู้เล่น The Beginner's Guide ทุ่มเทให้กับการสลับบทบาทนี้อย่างเต็มที่ ในตอนท้าย เกมได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวผู้ตีความมากกว่าตัวผลงานที่ถูกตีความ และปล่อยให้ผู้เล่นเป็นผู้ตัดสินว่าสิ่งนั้นหมายความว่าอย่างไร
แนวทางนี้ทำให้เกมนี้อยู่ในกลุ่มเกมประเภทเฉพาะตัว รวมถึง The Stanley Parable ผลงานของ Wreden เอง ที่มองว่าธรรมเนียมปฏิบัติของสื่อเกมเป็นเพียงวัตถุดิบที่ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่กฎที่ต้องปฏิบัติตาม The Beginner's Guide ก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยการตัดโครงสร้างการโต้ตอบเกือบทั้งหมดออกไป ทำให้เนื้อเรื่องไม่มีที่ให้หลบซ่อน

The Beginner's Guide content image
อิทธิพลและมรดก
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2015 The Beginner's Guide ยังคงเป็นหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่เกมสามารถทำได้ในขณะที่สื่ออื่นทำไม่ได้ การใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่งเพื่อสร้างและทำให้ความใกล้ชิดกับผู้บรรยายซับซ้อนขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดูแปลกแยกในทุกประเภทเกม ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอ เกมนี้มีให้เล่นบน Windows, macOS และ Nintendo Switch ด้วยความยาวประมาณ 90 นาที ทำให้กำแพงในการเข้าถึงต่ำพอที่จะทำให้บทสนทนาเกี่ยวกับเกมนี้ยังคงดำเนินต่อไปได้นานหลายปี








