Overview
The Big Catch คือเกมแนว 3D platformer ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Filet Group ซึ่งสร้างขึ้นจากปรัชญาหลักที่ว่าการเคลื่อนไหว (movement) ต้องให้ความรู้สึกที่สื่ออารมณ์และคุ้มค่าแก่การเล่นเหนือสิ่งอื่นใด ตัวเกมดึงเอาเสน่ห์ของเกมแนว collect-a-thon ยุคคลาสสิกมาผสมผสานกับความทันสมัย โดยรวมเอาโมเมนตัมที่ลื่นไหลของเกม 3D platforming ยุคเรโทรเข้ากับความกวนแบบ "สมองปลา" (fish-brained) ที่สดใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่จริงจังกับการเคลื่อนไหวแม้ว่าทุกอย่างรอบตัวจะดูไม่จริงจังเลยก็ตาม
Filet Group อธิบายว่าโปรเจกต์นี้ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นที่ต้องการการควบคุมที่แม่นยำ (tight controls) ซึ่งตอบสนองต่อทักษะของผู้เล่นมากกว่าแค่การกดปุ่มรัวๆ ธีมปลานั้นลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องความสวยงาม เพราะระบบการตกปลาดูเหมือนจะถูกถักทอเข้ากับ core gameplay loop ควบคู่ไปกับความท้าทายในการกระโดดข้ามแพลตฟอร์ม ทำให้เกมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นกว่าเกมที่เน้นแค่การเคลื่อนไหวทั่วไป

The Big Catch content image
ตัวเกมเวอร์ชัน Prologue ฟรีที่ชื่อว่า The Big Catch: Tacklebox เปิดให้เล่นแล้วบน Steam ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับระบบการเคลื่อนไหวและกลไกการตกปลาของจริงก่อนที่เกมตัวเต็มจะวางจำหน่าย ด้วยจำนวนสมาชิกกว่า 4,000 คนใน Discord ทางการ คอมมูนิตี้ของโปรเจกต์อินดี้เกมนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
Gameplay and mechanics
นี่คือหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเล่น:

The Big Catch content image
- การเคลื่อนไหวแบบ 3D platforming ที่แม่นยำและสื่ออารมณ์ได้ดี
- กลไกการตกปลาที่ถูกรวมเข้ากับเกมเพลย์อย่างลงตัว
- การออกแบบด่านที่เน้นการสำรวจ (Exploration-driven)
- ได้รับอิทธิพลจากเกมแพลตฟอร์มทั้งยุคเรโทรและยุคใหม่
- มี Prologue ให้เล่นฟรีผ่าน Tacklebox
การเคลื่อนไหวใน The Big Catch ถือเป็นจุดขายหลักอย่างชัดเจน Filet Group เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขาออกแบบการควบคุมมาเพื่อให้รางวัลแก่ทักษะของผู้เล่น ซึ่งหมายความว่าความแตกต่างระหว่างการวิ่งแบบธรรมดากับการวิ่งแบบมือโปรนั้นจะรู้สึกได้ชัดเจน ความลึกระดับนี้หาได้ยากในเกมอินดี้แนวแพลตฟอร์มที่มักจะใช้การเคลื่อนไหวเป็นแค่เครื่องมือในการผ่านด่านหรือแก้ปริศนา มากกว่าจะเป็นระบบที่น่าฝึกฝนให้เชี่ยวชาญด้วยตัวเอง

The Big Catch content image
What makes The Big Catch different from other 3D platformers?
เกมอินดี้แนว 3D platformer ส่วนใหญ่มักจะพึ่งพาความ Nostalgia หรือการหวนรำลึกความหลัง โดยการสร้างความรู้สึกแบบเกม collect-a-thon ยุคปลาย 90 ขึ้นมาใหม่โดยไม่ได้ต่อยอดสูตรสำเร็จนั้นให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ The Big Catch ยอมรับอิทธิพลเหล่านั้นโดยตรงและวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นสิ่งที่สดใหม่กว่า มุมมองเรื่อง "ปลา" ไม่ใช่แค่การสร้างแบรนด์ให้ดูแปลกตา แต่มันช่วยกำหนดโทนของเกม โลกของเกม และเป้าหมายที่ทำให้การเคลื่อนไหวมีความหมายมากกว่าแค่การกระโดดไปให้ถึงจุดหมายถัดไป
ตัว Prologue อย่าง Tacklebox ได้พิสูจน์แล้วว่า Filet Group เอาจริงเอาจังกับคอนเซปต์นี้มาก กลไกการตกปลาถูกวางไว้เคียงคู่ไปกับการกระโดดแพลตฟอร์มแทนที่จะมาแทนที่กัน ซึ่งบ่งบอกว่าเกมตัวเต็มจะให้ความสำคัญกับทั้งสองระบบนี้ในฐานะเสาหลักของเกม ไม่ใช่แค่ตัวเบี่ยงเบนความสนใจ
Visual and audio design
จากภาพสกรีนช็อตและตัวอย่างที่ปล่อยออกมา The Big Catch มาพร้อมสไตล์ภาพที่มีสีสันและมีความเหนือจริงเล็กน้อย ซึ่งเข้ากับธีมปลาสุดกวนของเกมได้เป็นอย่างดี งานภาพเน้นไปที่การสร้างบุคลิก (personality) มากกว่าความอลังการทางเทคนิค ซึ่งเหมาะมากสำหรับเกมอินดี้แนวแพลตฟอร์มที่ต้องการให้ผู้เล่นจดจ่ออยู่กับความรู้สึกในการเคลื่อนไหวมากกว่ารายละเอียดของฉาก

The Big Catch content image
การออกแบบตัวละครและงานศิลป์ของโลกในเกมบ่งบอกว่าเป็นเกมที่ไม่ถือสาหาความกับความสมจริง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เกมแนวแพลตฟอร์มจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นอยากใช้เวลาอยู่ในโลกของมันหรือไม่ และงานศิลป์ของ The Big Catch ก็สามารถดึงดูดให้ผู้เล่นอยากใช้เวลาในนั้นด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ใช่ด้วยขนาดของฉากที่ใหญ่โต








