• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
The Crew: Motorfest Banner
  1. เกม
  2. The Crew: Motorfest
  3. ภาพรวม

The Crew: Motorfest

เกี่ยวกับ The Crew: Motorfest

สตูดิโอ

Ivory Tower

เว็บไซต์

www.ubisoft.com/en-gb/game/the-crew/motorfest

วันวางจำหน่าย

September 14th 2023

The Crew: Motorfest Logo
The Crew: Motorfest
การแข่งรถการผจญภัย

ซิ่งสุดมันส์ใน The Crew: Motorfest เกมแข่งรถโอเพนเวิลด์บนเกาะฮาวาย ทั้งรถ เรือ และเครื่องบิน พร้อมเทศกาลสุดเร้าใจที่รอคุณอยู่!

ผู้พัฒนา

Ivory Tower

วันวางจำหน่าย

September 14th 2023

แพลตฟอร์ม

บทนำ

อยากซิ่งในบรรยากาศฮาวายแทนยุโรปไหม? The Crew: Motorfest พาคุณเข้าสู่เทศกาลมอเตอร์สปอร์ตสุดยิ่งใหญ่บนเกาะ Oahu และ Maui สนุกกับเพลย์ลิสต์หลากหลาย ตั้งแต่ทัวร์รถคลาสสิกไปจนถึงศึกเดโมลิชั่นดาร์บี้ นี่คือภาคที่ 3 ของซีรีส์ The Crew จาก Ivory Tower และ Ubisoft ที่จัดเต็มความมันส์แบบเน้นๆ กว่าที่เคย!

The Crew: Motorfest Gallery 1
The Crew: Motorfest Gallery 2
The Crew: Motorfest Gallery 3
The Crew: Motorfest Gallery 4
The Crew: Motorfest Gallery 5
The Crew: Motorfest Gallery 6
The Crew: Motorfest Gallery 7
The Crew: Motorfest Gallery 8
The Crew: Motorfest Gallery 9
The Crew: Motorfest Gallery 10
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

The Crew: Motorfest คือเกมแข่งรถแบบ Open-world ที่เนรมิตเทศกาลสุดมันส์ขึ้นบนเกาะ Oahu และ Maui ของฮาวายในสเกลที่ย่อส่วนลงมา เกมนี้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2023 โดยทีมพัฒนา Ivory Tower และ Ubisoft ซึ่งได้จัดคอนเทนต์ต่างๆ ไว้ในรูปแบบ "Playlists" โดยแต่ละอันจะมีธีมเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์รถยนต์, ประเภทการแข่งรถ หรือช่วงเวลาทางวัฒนธรรมต่างๆ แทนที่จะเป็นการไล่ตามเนื้อเรื่องบนแผนที่ขนาดมหึมา ผู้เล่นจะได้ลุยไปตามลำดับกิจกรรมที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนการเดินชมงานนิทรรศการธีมต่างๆ มากกว่าการไต่เต้าแบบเกมแข่งรถทั่วไป

รูปแบบเทศกาลแบบนี้มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับซีรีส์ Forza Horizon ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะ Motorfest เน้นย้ำชัดเจนว่ากิจกรรมแข่งรถควรเป็น "ประสบการณ์" มากกว่าแค่การทำภารกิจให้ครบๆ Playlist ที่เน้นรถซิ่งสายญี่ปุ่น (Japanese street cars) จะให้ฟีลลิ่งการเล่นที่ต่างจาก Playlist รถอเมริกันมัสเซิลคาร์ (American muscle) หรือการแข่งเรือเร็ว (Offshore powerboat racing) อย่างสิ้นเชิง ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้เกมยังคงความสนุกและไม่น่าเบื่อแม้จะเล่นไปหลายสิบชั่วโมงก็ตาม

เดิมทีเกมนี้ถูกวางแผนให้เป็น DLC ของ The Crew 2 ก่อนที่ Ivory Tower จะขยายสเกลจนกลายเป็นเกม Standalone เต็มตัว ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้สะท้อนให้เห็นผ่านความมั่นใจในการจัดการความหลากหลายของยานพาหนะและการออกแบบแผนที่ ที่ต่อยอดมาจากฟีดแบ็กของผู้เล่นในภาคก่อนๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เกมเพลย์และระบบการเล่น

หัวใจหลักของ Motorfest คือการให้ผู้เล่นได้ควบคุมยานพาหนะ 3 ประเภท:

  • รถยนต์ ทั้งทางเรียบ (Road), ทางวิบาก (Off-road) และสนามแข่ง (Track)
  • เรือ สำหรับการแข่ง Offshore และ Pro racing
  • เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ สำหรับกิจกรรมทางอากาศ

ระบบ Playlist คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ละ Playlist จะร้อยเรียงการแข่ง, กิจกรรมเสริม และชาเลนจ์ต่างๆ เข้าด้วยกันตามธีมหลัก เมื่อทำสำเร็จก็จะได้รับรางวัลเป็นรถยนต์และของแต่ง (Cosmetics) ที่เข้ากับธีมนั้นๆ การดำเนินเกมให้ความรู้สึกที่ตั้งใจออกแบบมา ไม่ใช่แค่สุ่มๆ ไป ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงที่เห็นผลชัดเจนเมื่อเทียบกับโครงสร้างเกมที่กระจัดกระจายของ The Crew 2

โลกแบบ Open-world ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมกิจกรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยเกาะ Oahu เป็นสนามเด็กเล่นหลัก ส่วนเกาะ Maui จะให้บรรยากาศที่กะทัดรัดแต่โดดเด่นในแง่ของทัศนียภาพ การขับรถระหว่างกิจกรรมไม่ใช่แค่การรอโหลดฉาก เพราะตัวเกาะมีความหนาแน่นมากพอที่จะคุ้มค่าต่อการออกสำรวจเพื่อหาของสะสมที่ซ่อนอยู่และจุดถ่ายรูปสวยๆ

โหมดมัลติเพลเยอร์และฟีเจอร์สังคม

Motorfest มาพร้อมกับ 2 โหมดมัลติเพลเยอร์สุดเด่นที่เหนือกว่าการแข่งออนไลน์ทั่วไป โหมด Grand Race จะจับผู้เล่นสูงสุดถึง 29 คนมาลงสนามแข่งข้ามเกาะที่ผสมผสานทั้งรถ เรือ และเครื่องบินไว้ในการแข่งเดียว มันคือความโกลาหลในแบบที่สนุกสุดเหวี่ยง และด้วยรูปแบบยานพาหนะที่หลากหลาย ทำให้ทักษะการขับรถเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะตัดสินชัยชนะ

ส่วน Demolition Royale ก็นำคอนเซปต์แบบ Battle Royale มาปรับใช้ในอารีน่าที่ค่อยๆ บีบตัวลง โดยเป้าหมายคือการเอาชีวิตรอดผ่านการปะทะกันของยานพาหนะ แทนที่จะเน้นทำเวลาต่อรอบให้เร็วที่สุด ทั้งสองโหมดนี้ช่วยเติมเต็มองค์ประกอบออนไลน์ให้มีสีสันและเอกลักษณ์ ไม่ใช่แค่การนำประสบการณ์แบบ Single-player มาแข่งกับคนจริงๆ เท่านั้น

The Crew: Motorfest เล่นได้บนแพลตฟอร์มไหนบ้าง?

The Crew: Motorfest วางจำหน่ายบน PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X/S และ PC ผ่านทาง Steam และ Epic Games Store ตัวเกมได้รับการจัดเรต Teen โดย ESRB เนื่องจากมีเนื้อหาความรุนแรงเล็กน้อยและเนื้อเพลงบางส่วน ทั้งนี้ยังมีเวอร์ชัน Free trial ให้ผู้เล่นได้ทดลองเล่นในช่วงต้นเกมก่อนตัดสินใจซื้อ โดยรุ่น Standard edition มีราคาอยู่ที่ $59.99 บน Xbox ส่วนรุ่น Gold และ Ultimate edition จะมาพร้อมกับบันเดิลคอนเทนต์เสริมเพิ่มเติม

คอนเทนต์และการเล่นซ้ำ

โครงสร้างแบบ Playlist ทำให้ Motorfest มีความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำที่เหนือกว่าโหมด Career แบบดั้งเดิม มีการเพิ่ม Playlist ใหม่ๆ เข้ามาหลังเกมวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้คอนเทนต์ขยายตัวมากกว่าตอนเปิดตัวในเดือนกันยายน 2023 การปรับแต่งรถ (Customization) ครอบคลุมทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและการจูนสมรรถนะ (Performance tuning) ซึ่งโรงรถของคุณจะเต็มไปด้วยรถใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วจากรางวัลกิจกรรมและร้านค้าในเกม สำหรับผู้เล่นที่ต้องการท้าทายตัวเองนอกเหนือจากคอนเทนต์หลัก โลก Open-world ยังรองรับ Free-roam challenges และ Time trials ที่ช่วยให้แผนที่ยังคงมีชีวิตชีวาแม้จะเคลียร์ Playlist หลักไปหมดแล้วก็ตาม