ภาพรวม
The Darkness II จะพาผู้เล่นไปสวมบทบาทเป็น Jackie Estacado เจ้าพ่อมาเฟียผู้แบกรับคำสาปเหนือธรรมชาติที่เขาพยายามสะกดกลั้นมาตลอดสองปี เกมนี้พัฒนาโดย Digital Extremes และจัดจำหน่ายโดย 2K โดยวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2012 ในฐานะภาคต่อโดยตรงของเกมต้นฉบับปี 2007 ตัวเกมผสมผสานดราม่าอาชญากรรมเข้ากับความสยองขวัญแบบไสยศาสตร์ พร้อมงานภาพสไตล์ Cel-shaded ที่ตั้งใจถ่ายทอดบรรยากาศจากหนังสือการ์ตูนค่าย Top Cow ที่เป็นแรงบันดาลใจหลักของเกมนี้
ความขัดแย้งหลักเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มลึกลับที่ชื่อว่า Brotherhood เปิดฉากโจมตีแก๊งของ Jackie โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย การโจมตีครั้งนั้นได้ทำลายผนึกของ The Darkness พลังทำลายล้างโบราณที่ผูกติดอยู่กับสายเลือดของ Jackie ทำให้เขาต้องถลำลึกเข้าสู่สงครามที่ลุกลามไปทั่วตรอกซอกซอยของ New York และสถานที่ที่ลึกลับยิ่งกว่านั้น เนื้อเรื่องที่เขียนขึ้นสำหรับเกมนี้โดยเฉพาะโดย Paul Jenkins (ผู้เขียนบทเกมภาคแรกและผลงานอย่าง Wolverine และ The Incredible Hulk) ช่วยรักษาโทนเรื่องให้มีความเป็นส่วนตัวและหม่นหมองตลอดทั้งเกม
Quad-wielding: ระบบการต่อสู้ที่แท้จริงเป็นอย่างไร?
จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ The Darkness II คือระบบ Quad-wielding ซึ่งหมายความว่า Jackie สามารถควบคุมการโจมตีได้ถึงสี่ทางพร้อมกัน: อาวุธปืนสองกระบอกในมือ และ Demon Arms อีกสองข้างที่ทำงานได้อย่างอิสระ Demon Arms สามารถใช้คว้าศัตรูมาเป็นโล่ ฉีกกระชากแขนขา ขว้างปาสิ่งของ หรือใช้เผด็จศึกศัตรู (Execution) ในขณะเดียวกันก็สามารถยิงปืนทั้งสองมือไปพร้อมกันได้ ซึ่งเพิ่มมิติในการตัดสินใจระหว่างการปะทะที่เกม FPS ส่วนใหญ่ไม่มี

The Darkness II content image
เครื่องมือการต่อสู้หลักที่ผู้เล่นมี:
- Dual-wield: ถืออาวุธปืนผสมผสานกันได้ทุกรูปแบบ
- Demon Arms: ใช้สำหรับคว้า ขว้าง และเผด็จศึกศัตรู
- Darkness powers: พลังความมืดที่อัปเกรดได้ผ่าน Skill Tree
- Light destruction: ทำลายแหล่งกำเนิดแสงเพื่อสร้างพื้นที่เงา
- Darklings: อัญเชิญสมุนตัวจิ๋วมาช่วยสู้

The Darkness II content image
กลไกเรื่องแสงมีความสำคัญโดยตรงต่อการทำงานของ The Darkness พลังของ Jackie จะใช้ได้เฉพาะในเงามืดเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าศัตรูที่มาพร้อมกับไฟสปอร์ตไลท์และพลุไฟจะกลายเป็นอุปสรรคทางยุทธวิธีที่น่าปวดหัว การยิงทำลายแหล่งกำเนิดแสงไม่เพียงแต่ให้ความรู้สึกสะใจเท่านั้น แต่บ่อยครั้งยังเป็นสิ่งที่จำเป็นก่อนที่จะใช้ Demon Arms ในพื้นที่นั้นๆ ได้
งานภาพและเสียง
Digital Extremes ออกแบบงานภาพของเกมโดยอิงจากงานภาพแบบกราฟิกโนเวล โดยใช้เส้นหมึกที่มีคอนทราสต์สูงและชุดสีที่อ้างอิงจากงานศิลปะต้นฉบับของ Top Cow ผลลัพธ์ที่ได้อยู่กึ่งกลางระหว่างแผงหนังสือการ์ตูนที่ลงสีไว้กับฉากในภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์ ซึ่งเข้ากับเนื้อหาของเกมได้อย่างดีเยี่ยม สภาพแวดล้อมสลับไปมาระหว่างสถานที่ที่ดูสกปรกใน New York กับพื้นที่เหนือธรรมชาติที่ดูแปลกตา ซึ่งการกำกับศิลป์สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ

The Darkness II content image
บทพูดและการพากย์เสียงมีน้ำหนักไม่แพ้กัน บทของ Jenkins ช่วยให้ตัวละคร Jackie ยังคงมีความเป็นมนุษย์แม้เนื้อเรื่องจะดำดิ่งสู่ความมืดมิดมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงตัวละครสมทบอย่างเหล่ามาเฟียและลัทธิ Brotherhood ก็ได้รับบทบาทที่เพียงพอจนทำให้โลกรู้สึกมีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่ฉากประกอบเท่านั้น
โหมด Multiplayer และ Co-op
นอกเหนือจากแคมเปญเล่นคนเดียวแล้ว The Darkness II ยังมีโหมด Co-op สำหรับ 4 ผู้เล่นที่เรียกว่า Vendettas ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครได้ 4 แบบ ซึ่งแต่ละตัวจะมีอาวุธที่ผสานพลัง Darkness และสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน โดยดำเนินเนื้อเรื่องคู่ขนานไปกับแคมเปญหลักของ Jackie นี่ถือเป็นส่วนเสริมที่คุ้มค่า ไม่ใช่แค่โหมดที่ใส่มาให้ครบๆ เพราะมันมอบมุมมองที่แตกต่างในจักรวาลเดียวกัน และเป็นเหตุผลให้กลับมาเล่นซ้ำหลังจากจบเนื้อเรื่องหลักแล้ว

The Darkness II content image
Vendettas มอบมิติของเกม FPS แบบร่วมมือกันที่เกมภาคแรกไม่มีเลย ตัวละครทั้งสี่มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันมากจนการประสานพลังกับผู้เล่นคนอื่นช่วยเปลี่ยนรูปแบบการปะทะไปอย่างสิ้นเชิง และการออกแบบอาวุธ Darkness ของแต่ละตัวละครก็โดดเด่นจนทำให้การเลือกตัวละครรู้สึกเหมือนเป็นการตัดสินใจที่มีความหมายจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น








