ภาพรวม
The Evil Within 2 พาเราไปพบกับ Sebastian Castellanos ในเมือง Union เมืองจำลองสุดแสนสงบสุขที่เป็นแกนหลักของระบบ STEM ลูกสาวของเขาที่เคยคิดว่าตายไปแล้วหลายปีก่อน กลับยังมีชีวิตอยู่ภายในโลกใบนี้และเป็นแหล่งกำเนิดสัญญาณของระบบ เมื่อการจำลองเริ่มพังทลายและมีบางอย่างเริ่มออกล่าผู้คนที่ติดอยู่ในนั้น Sebastian จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลับเข้าไปอีกครั้ง เนื้อเรื่องภาคนี้มีความเป็นส่วนตัวสูงมากในแบบที่ภาคแรกทำไม่ได้ ทำให้ความสยองขวัญมีความสมจริงและกินใจผู้เล่นมากขึ้น
ภายใต้การกำกับของ John Johanas และการดูแลของ Shinji Mikami ตัวเกมภาคนี้เปิดกว้างกว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่แบบกึ่ง Open-world ของ Union ช่วยให้คุณเดินทางไปทำภารกิจต่างๆ ฟาร์มทรัพยากร และออกสำรวจเนื้อหาเสริมที่ช่วยเติมเต็มเรื่องราวได้ตามใจชอบ แม้จังหวะของเกมอาจจะดูไม่สม่ำเสมอในบางช่วง แต่การที่คุณมีอิสระในการเลือกวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ก็ทดแทนจุดนี้ได้เป็นอย่างดี คุณจะเลือกลุยแหลกแบบบู๊ล้างผลาญในแต่ละบท หรือจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงค่อยๆ ย่องเก็บของตามบ้านร้างในขณะที่ข้างนอกมีบางอย่างกำลังเดินวนเวียนอยู่ก็ได้

The Evil Within 2 content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจสำคัญของเกมแนว Survival Horror คือการบริหารจัดการทรัพยากร ซึ่ง The Evil Within 2 ทำออกมาได้ตึงเครียดตลอดทั้งเกม กระสุนที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้การดวลปืนแต่ละครั้งมีความเสี่ยงสูง แต่ระบบ Crafting (คราฟต์ไอเทม) ก็ช่วยให้คุณนำเศษซากที่เก็บได้มาเปลี่ยนเป็นลูกธนู, กับดัก และยาฟื้นพลังได้ที่โต๊ะทำงาน (Workbench) ซึ่งกระจายอยู่ทั่ว Union นอกจากนี้ Skill Tree ของ Sebastian ยังครอบคลุมทั้งสาย Stealth (ลอบเร้น), Combat (ต่อสู้) และ Traversal (การเคลื่อนที่) ทำให้คุณสามารถปรับแต่งสไตล์การเล่นได้หลากหลายโดยไม่รู้สึกว่าถูกจำกัด

The Evil Within 2 content image
สรุปฟีเจอร์เด่น:
- การลอบสังหาร (Stealth takedowns) และการใช้ขวดเบี่ยงเบนความสนใจ
- หน้าไม้ (Crossbow) ที่เปลี่ยนหัวลูกธนูได้หลากหลาย
- ระบบคราฟต์ไอเทมจากเศษซากที่เก็บได้
- อัปเกรด Skill Tree ได้หลายสาย
- ความยากระดับ AKUMU สำหรับสายท้าทายที่โดนทีเดียวตาย
โหมดความยากระดับ AKUMU ที่เพิ่มเข้ามาภายหลังนั้นไม่เปิดช่องว่างให้คุณพลาดเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะศัตรูส่วนใหญ่จะโจมตีคุณเพียงครั้งเดียวก็จบเกมทันที มันเปลี่ยนเกมที่ตึงเครียดอยู่แล้วให้กลายเป็นความท้าทายสุดโหด และเป็นเหตุผลชั้นดีให้เหล่าเกมเมอร์สาย Survival Horror กลับมาเล่นซ้ำอีกรอบ
โลกและบรรยากาศในเกม
Union คือพื้นที่ที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่ Tango Gameworks เคยสร้างมา ภายนอกมันดูเหมือนย่านชานเมืองอเมริกันที่แสนสงบสุขและหยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไป ความเสื่อมโทรมของระบบจำลองจะเผยธาตุแท้ออกมา ถนนหนทางบิดเบี้ยว ตึกรามบ้านช่องพังทลาย และเหล่าสัตว์ประหลาดที่โผล่ออกมาก็เชื่อมโยงกับจิตใจของผู้ที่สร้าง STEM ขึ้นมาโดยตรง ความสยองขวัญในเกมนี้มีตรรกะภายในของมันเอง ซึ่งทำให้มันดูน่าขนลุกและสมเหตุสมผลกว่าการวางมอนสเตอร์แบบสุ่ม

The Evil Within 2 content image
เหล่าบอสในเกมต่างก็ยึดครองพื้นที่เฉพาะตัวที่ถูกตัดขาดออกมาจากโครงสร้างที่กำลังพังทลายของ Union เช่น Stefano Valentini ช่างภาพที่มองว่าการฆาตกรรมคือศิลปะการแสดง เขาได้สร้างฉากการเผชิญหน้าสุดหลอนที่เหมือนกับว่าคุณกำลังหลุดเข้าไปในฝันร้ายของใครบางคน พื้นที่ย่อยที่เน้นการสู้กับบอสเหล่านี้ช่วยคั่นจังหวะการสำรวจโลกกว้างและทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างมีทิศทาง
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
The Evil Within 2 เป็นเกมที่เล่นซ้ำได้คุ้มค่าเพราะโครงสร้างแบบกึ่ง Open-world ช่วยให้คุณลองใช้วิธีการเล่นที่แตกต่างกันได้ การเล่นแบบเน้นลอบเร้นให้ความรู้สึกที่ต่างจากการเล่นแบบบู๊อย่างสิ้นเชิง และ Skill Tree ก็รองรับทั้งสองสไตล์โดยที่คุณไม่ต้องเริ่มเล่นใหม่ สำหรับเนื้อหาเสริม (DLC) สองบทอย่าง The Consequence และ The Assignment (จากภาคแรก) จะไม่รวมอยู่ในตัวเกมหลัก แต่ตัวแคมเปญหลักก็มีความยาวประมาณ 15 ถึง 20 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าคุณสำรวจละเอียดแค่ไหน

The Evil Within 2 content image
อัปเดตหลังวางจำหน่ายได้เพิ่มตัวเลือกอย่าง Infinite Stamina (วิ่งไม่เหนื่อย), One-Shot Kills (ยิงทีเดียวตาย) และ Invincibility (อมตะ) มาพร้อมกับโหมด AKUMU ซึ่งเปลี่ยนเกมให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นสยองขวัญสำหรับผู้เล่นที่อยากเสพเนื้อเรื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเอาตัวรอด ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ The Evil Within 2 เข้าถึงง่ายกว่าเกมแนวเดียวกันส่วนใหญ่ โดยที่ยังคงจุดเด่นที่สุดของเกมเอาไว้ได้ นั่นคือการสร้างความหวาดระแวงจากสถานที่ธรรมดาๆ และทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยแม้แต่วินาทีเดียว







