Overview
The Last Guardian คือเกมแนว Puzzle-Adventure มุมมองบุคคลที่สาม พัฒนาโดย Team Ico และจัดจำหน่ายโดย Sony Interactive Entertainment เดิมทีวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2016 บนเครื่อง PS4 และต่อมาได้พอร์ตลง PC ผ่านทาง Steam ตัวเกมเล่าเรื่องราวของเด็กชายไร้นามที่ตื่นขึ้นมาในป้อมปราการร้างพร้อมกับ Trico สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างสุนัข นก และแมว ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหอคอยที่พังทลาย กลไกโบราณ และการปีนป่ายในพื้นที่สูงเพื่อหาทางออก
Trico ไม่ใช่แค่เครื่องมือหรือไอเทม (Item) ความแตกต่างนี้สำคัญที่สุดในเกมนี้ เพราะเขาจะเคลื่อนที่ตามใจตัวเอง ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมด้วยความคาดเดาไม่ได้ และบางครั้งก็เมินคำสั่งของผู้เล่นไปเลย สำหรับเกมเมอร์ที่มองหาเกมแนวแก้ปริศนาแบบดั้งเดิมอาจจะรู้สึกหงุดหงิด แต่ถ้าใครที่ปฏิบัติกับ Trico เหมือนสัตว์จริงๆ ที่ต้องการการปลอบโยน ความเอาใจใส่ และความอดทน คุณจะได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำยิ่งกว่าเกมไหนๆ
ตัวเกมได้รับคะแนนรีวิวบน PlayStation Store อยู่ที่ 4.42 จาก 5 ดาว โดยมีผู้เล่นร่วมให้คะแนนเกือบ 20,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเกมนี้เป็นที่ถกเถียงและเป็นที่รักของแฟนๆ ในระดับที่สูสีกันเลยทีเดียว

The Last Guardian content image
Gameplay and mechanics
ระบบการเล่นหลักใน The Last Guardian แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ชัดเจนดังนี้:

The Last Guardian content image
- การปีนป่ายและเคลื่อนที่ผ่านซากปรักหักพังในแนวตั้ง
- การสั่งการ Trico ให้ไปยังเป้าหมายหรือเส้นทางที่กำหนด
- การแก้ปริศนาสภาพแวดล้อมที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทั้งสองตัวละคร
- การกำจัดสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายต่อ Trico
- การปกป้องเด็กชายจากศัตรูที่เป็นหุ่นยนต์เกราะ
การควบคุมเด็กชายจะให้ความรู้สึกที่ดูจงใจให้มีความไม่แม่นยำ (Imprecise) เขาจะมีการสะดุด เกาะขอบกำแพงแบบเก้ๆ กังๆ และโหนตัวไปกับขนของ Trico ด้วยความพยายามที่เห็นได้ชัด ซึ่งนี่เป็นดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมา ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางเทคนิค น้ำหนักในทุกการเคลื่อนไหวช่วยตอกย้ำให้เห็นว่าเด็กชายตัวเล็กและเปราะบางเพียงใดในโลกใบนี้

The Last Guardian content image
ปริศนาในเกมมักไม่มีคำตอบเดียวที่ตายตัว ส่วนใหญ่ต้องอาศัยการสังเกตสภาพแวดล้อม ดูว่า Trico สามารถไปตรงไหนได้บ้าง แล้วจึงพาเด็กชายไปอยู่ในตำแหน่งที่กระตุ้นสัญชาตญาณหรือความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนี้ เกมนี้เชื่อมั่นในตัวผู้เล่นให้สังเกตมากกว่าการบอกใบ้ตรงๆ ซึ่งทำให้ประสบการณ์การเล่นเต็มไปด้วยความรู้สึกของการสำรวจตลอดทั้งเกม
World and setting
ป้อมปราการที่เด็กชายและ Trico เดินทางผ่านนั้นไม่มีชื่อและไม่มีประวัติที่แน่ชัดบอกแก่ผู้เล่น ทางเดินหินโบราณนำไปสู่หน้าผาที่เปิดโล่ง ห้องโถงที่ถูกน้ำท่วม และโครงสร้างกลไกขนาดมหึมาที่บ่งบอกว่าอารยธรรมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งมีชีวิตอย่าง Trico โดยเฉพาะ สเกลของฉากนั้นยิ่งใหญ่จนน่าเกรงขาม ทุกห้องให้ความรู้สึกเหมือนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งที่ใหญ่กว่าเด็กคนหนึ่งมาก
ผู้กำกับ Fumito Ueda ผู้ซึ่งเคยฝากผลงานอย่าง Ico และ Shadow of the Colossus ได้ใช้ปรัชญาเดิมในการเล่าเรื่องผ่านสถาปัตยกรรมและพฤติกรรมแทนที่จะใช้บทสนทนาหรือคัตซีน (Cutscene) สิ่งที่ผู้เล่นเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ส่วนใหญ่มาจากการสังเกตว่า Trico มีปฏิกิริยาอย่างไรต่อห้อง สัญลักษณ์ และวัตถุต่างๆ

The Last Guardian content image
งานภาพ แสง และรายละเอียดของสภาพแวดล้อมยังคงดูดี โดยเฉพาะในฉากที่แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านเพดานหินที่แตกหัก หรือแสงที่ตกกระทบบนหางของ Trico ที่เรืองแสงได้ งานเสียงก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเสียงร้องของ Trico ที่ช่วยส่งอารมณ์ร่วมได้เป็นอย่างดีตลอดทั้งเกม
Impact and legacy
The Last Guardian ใช้เวลาพัฒนากว่าทศวรรษ จากโปรเจกต์บน PS3 จนมาถึงการวางจำหน่ายบน PS4 ที่หลายคนเคยคิดว่าจะไม่มีวันได้เล่น ประวัติศาสตร์การพัฒนาที่ยาวนานทำให้ตัวเกมมีความพิเศษในตัวเอง มันไม่ได้ออกมาในฐานะเกมที่ล้ำสมัยทางเทคนิค แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแนวทางการออกแบบเกมที่เน้นความอดทนและใส่ใจในรายละเอียดของ Ueda ยังคงมีกลุ่มผู้เล่นที่รอคอยอยู่
ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กชายและ Trico ยังคงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ถูกนำมาศึกษามากที่สุดในเรื่องการออกแบบ AI เพื่อนร่วมทางในวงการเกม ความขัดแย้งที่ตั้งใจใส่เข้ามาในพฤติกรรมของ Trico ในช่วงเวลาที่เขาไม่ยอมให้ความร่วมมือ กลับสร้างความผูกพันที่เพื่อนร่วมทางที่เชื่อฟังคำสั่งตลอดเวลาไม่สามารถทำได้ ความขัดแย้งนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญของเกม และเป็นสิ่งที่ทิ้งร่องรอยไว้ให้กับเกมแนว Puzzle-Adventure อย่างแท้จริง


