ภาพรวม
The Legend of Heroes: Trails into Reverie คือภาคหลักลำดับที่ 10 ของซีรีส์ Trails ที่อยู่คู่กับ Nihon Falcom มาอย่างยาวนาน โดยทำหน้าที่เป็นภาคต่อโดยตรงของทั้ง Trails of Cold Steel IV และเนื้อเรื่องฝั่ง Crossbell ตัวเกมวางจำหน่ายบน PC ผ่าน Steam ในเดือนสิงหาคม 2021 พร้อมแบกรับตำนาน (Lore) ตลอด 15 ปีของซีรีส์ Kiseki เอาไว้ ซึ่งความหนักอึ้งนี้แหละคือหัวใจสำคัญ เพราะนี่คือเกมที่จะเริ่มถักทอเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเข้าใจง่ายมาก: แม้เหตุการณ์ Great Twilight จะจบลงไปแล้ว แต่ผลกระทบที่ตามมาทำให้ Zemuria ตกอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง ซึ่งตัวละครหลักทั้ง 3 คนต้องเผชิญหน้ากับมันในเส้นทางของตัวเอง Lloyd Bannings ต้องกลับมาต่อสู้เพื่อเอกราชของ Crossbell อีกครั้ง Rean Schwarzer พยายามประคับประคองสันติภาพอันเปราะบางที่สาขาโรงเรียนทหาร และ 'C' ชายปริศนาภายใต้หน้ากากที่ใช้สมญานามเดียวกับอดีตผู้นำกลุ่ม Imperial Liberation Front กำลังดำเนินภารกิจลับที่เป้าหมายที่แท้จริงยังคงเป็นปริศนา โดยเนื้อเรื่องของแต่ละคนจะมีมู้ดแอนด์โทน (Tone) ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ระบบ Crossroads ทำงานอย่างไร?
ระบบ Crossroads (หรือที่บางเวอร์ชันเรียกว่า Trails to Walk) คือกระดูกสันหลังของเกมนี้ ในจุดที่กำหนดไว้ของเนื้อเรื่อง ผู้เล่นสามารถสลับไปมาระหว่างเส้นทางของตัวเอกทั้ง 3 คนได้อย่างอิสระ โดยทุกเส้นเรื่องจะดำเนินไปในไทม์ไลน์เดียวกัน ดังนั้นเหตุการณ์ในเส้นทางหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออีกเส้นทางหนึ่งได้

ฟีเจอร์เด็ดของระบบ Crossroads:
- สลับเส้นทางระหว่าง Rean, Lloyd และ 'C' ได้อย่างอิสระ
- แต่ละเส้นทางมีตัวละครสมทบและบรรยากาศเฉพาะตัว
- เหตุการณ์ในเส้นทางหนึ่งจะเชื่อมโยงกับอีกเส้นทาง
- ความคืบหน้าจะถูกแชร์ข้ามทั้ง 3 ไทม์ไลน์
- บางเหตุการณ์จะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อเห็นมุมมองจากหลายฝั่ง
โครงสร้างนี้ถือเป็นรางวัลสำหรับผู้เล่นที่ไม่รีบร้อนเล่นแค่เส้นทางเดียว โดยเฉพาะความลับของ 'C' ที่จะเฉลยออกมาก็ต่อเมื่อคุณได้ใช้เวลากับอีก 2 เส้นทางที่เหลือเท่านั้น
ระบบต่อสู้เชิงกลยุทธ์และ True Reverie Corridor
ระบบต่อสู้แบบ Turn-based ยังคงยึดตามสูตรสำเร็จของ Kiseki ทั้งการปรับแต่ง Orbment, Crafts และ Arts ที่เป็นหัวใจหลัก แต่ Trails into Reverie ได้เพิ่มระบบ United Front เข้ามา ซึ่งเป็นกลไกที่ให้ตัวละครจากคนละเส้นทางมาร่วมมือกันโจมตีแบบคอมโบ (Joint Attack) ซึ่งนอกจากจะเป็นลูกเล่นในเกมแล้ว ยังเป็นการสื่อถึงเนื้อเรื่องที่ตัวละครได้มาเจอกันอีกด้วย

True Reverie Corridor คือแหล่งคอนเทนต์เสริมขนาดใหญ่ของเกม เป็นดันเจี้ยนปริศนาที่แยกออกมาจากเนื้อเรื่องหลัก ทำให้ตัวละครจากทั้ง 3 เส้นทางสามารถมาเจอกันได้อิสระ นี่คือพื้นที่สำหรับสายฟาร์ม (Endgame Grind) ที่มีทั้งชั้นดันเจี้ยนแบบสุ่ม, อุปกรณ์หายาก และฉากพิเศษของตัวละครที่ไม่มีให้เห็นในเนื้อเรื่องหลัก สำหรับแฟนซีรีส์แล้ว นี่คือจุดรวม Fan-service ชั้นดีเลยทีเดียว
คอนเทนต์ในเวอร์ชัน Steam
เวอร์ชัน Steam มาพร้อมกับคอนเทนต์เสริมกว่า 30 รายการตั้งแต่เริ่มเกม ไม่ว่าจะเป็นไอเทมตกแต่งตัวละคร (Head, Arm, Back attachment), ชุดคอสตูมดั้งเดิม และ DLC เนื้อเรื่อง Support Section Summer Vacation ซึ่ง DLC ตัวนี้ถือเป็นของแถมชิ้นใหญ่ที่เพิ่มเนื้อเรื่องเสริมของกลุ่ม Lloyd เข้ามา ซึ่งในเวอร์ชันคอนโซลต้องซื้อแยกต่างหาก

Trails into Reverie ถูกออกแบบมาเพื่อผู้เล่นที่ผ่านภาค Cold Steel และ Crossbell มาแล้วเท่านั้น ผู้เล่นใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานอาจจะงงกับเนื้อเรื่องได้ง่ายๆ ซึ่งเกมก็ไม่ได้พยายามจะอธิบายอะไรมากนัก แต่สำหรับแฟนตัวยงของซีรีส์ การได้เห็นตัวละครจากหลายภาคที่เคยแยกกันอยู่มาเจอกันในเกมเดียวถือเป็นประสบการณ์ที่ฟินสุดๆ โดยเฉพาะการโจมตีแบบ United Front ที่สื่อความหมายได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ












