Overview
The Legend of Zelda: A Link Between Worlds คือเกมแนว action-adventure มุมมองจากด้านบน (top-down) ที่พัฒนาโดย Nintendo EAD Software Development Group No.3 สำหรับเครื่อง Nintendo 3DS โดยเกมนี้ถือเป็นภาคต่อทางอ้อมของ A Link to the Past ที่นำแผนที่ Hyrule เดิมกลับมาใช้ใหม่ แต่เติมเต็มด้วยตัวละครใหม่ ภัยคุกคามใหม่ และโลกคู่ขนานที่เรียกว่า Lorule ซึ่งสะท้อนภาพของ Hyrule ออกมาในมุมที่ชวนขนลุก โดยจอมเวทชั่วร้าย Yuga ได้ลักพาตัว Princess Zelda และเหล่า Seven Sages หนีผ่านรอยแยกไปยัง Lorule เพื่อหวังจะคืนชีพ Ganon งานนี้ Link จึงต้องออกเดินทางเพื่อหยุดยั้งเขา โดยมีไอเทมสำคัญคือสร้อยข้อมือเวทมนตร์ที่ได้รับจากพ่อค้าปริศนา Ravio ซึ่งช่วยให้เขาสามารถรวมร่างเข้ากับกำแพงและกลายเป็นภาพวาดแบนๆ ได้
ความสามารถในการรวมร่างเข้ากับกำแพง (wall-merging) คือหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนทั้งเกม ปริศนาที่ดูเหมือนจะตรงไปตรงมาในมุมมองหนึ่ง จะเปิดกว้างขึ้นทันทีเมื่อ Link แนบตัวเข้ากับพื้นผิวแล้วสไลด์ไปตามขอบหรือลอดผ่านช่องว่างต่างๆ กลไกนี้ใช้งานได้ทั้งในดันเจี้ยน (dungeons), โลกกว้าง (overworld) และบริเวณรอยต่อระหว่าง Hyrule กับ Lorule ซึ่งรอยแตกบนกำแพงจะทำหน้าที่เป็นประตูมิติเชื่อมทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน โดย Nintendo ได้ออกแบบระบบแสดงผล 3D แบบ stereoscopic ของ 3DS ให้เป็นส่วนหนึ่งของปริศนาหลายจุด โดยใช้การรับรู้ความลึก (depth perception) เพื่อให้มองเห็นวิธีแก้ปริศนาบางอย่างได้เฉพาะตอนที่เปิดเอฟเฟกต์นี้เท่านั้น
Gameplay and mechanics
A Link Between Worlds ฉีกกฎเดิมๆ ของซีรีส์ Zelda ไปอย่างสิ้นเชิงด้วยจุดสำคัญคือ: ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเกือบทั้งโลกได้ตั้งแต่เริ่มเกม แทนที่จะต้องปลดล็อกไอเทมตามดันเจี้ยนในลำดับที่ตายตัว เกมนี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเช่าหรือซื้ออุปกรณ์จากร้านของ Ravio ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้สามารถตะลุยดันเจี้ยนในลำดับไหนก็ได้ตามใจชอบ และผู้เล่นสามารถเลือกใช้เครื่องมือตามสไตล์การเล่นของตัวเองแทนที่จะต้องเดินตามเนื้อเรื่องที่ถูกกำหนดไว้

กลไกหลักของเกมประกอบด้วย:
- การรวมร่างเข้ากับกำแพง (wall-merging) เพื่อข้ามสิ่งกีดขวางและแก้ปริศนา
- การเช่าหรือซื้อไอเทมจากร้านของ Ravio
- การเดินทางข้ามไปมาระหว่าง Hyrule และ Lorule ผ่านรอยแยกบนกำแพง
- เกจพลังงาน (stamina) ที่จำกัดระยะเวลาในการรวมร่างของ Link
- ปริศนาในโลกกว้างที่ใช้ประโยชน์จากเอฟเฟกต์ความลึกของ 3DS

เกจพลังงานที่ผูกไว้กับการรวมร่างเข้ากับกำแพงช่วยเพิ่มมิติของการบริหารจัดการทรัพยากร (resource management) ทำให้กลไกนี้ไม่ดูโกงจนเกินไป เพราะ Link สามารถรวมร่างได้เพียงช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะถูกดีดกลับออกมาสู่สภาพปกติ ซึ่งนั่นหมายความว่าการวางแผนเส้นทางในการแก้ปริศนานั้นสำคัญพอๆ กับการมองหาคำตอบเลยทีเดียว
World and setting
Hyrule ใน A Link Between Worlds จะให้ความรู้สึกคุ้นเคยทันทีสำหรับใครที่เคยเล่น A Link to the Past มาก่อน ตั้งแต่ตำแหน่งของเมืองไปจนถึงแลนด์มาร์คต่างๆ ส่วน Lorule ทำหน้าที่เป็นโลกด้านมืดที่เป็นภาพสะท้อนทางภูมิศาสตร์ของ Hyrule แต่กลับตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม โดย Princess Hilda ผู้ปกครอง Lorule จะมีบทบาทที่เปลี่ยนไปตามการดำเนินของเนื้อเรื่อง ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างสองโลกนี้ช่วยให้เนื้อเรื่องมีน้ำหนักมากกว่าแค่การไปช่วยเจ้าหญิงแบบทั่วไป

โครงสร้างแบบสองโลกทำให้การสำรวจเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นแม้จะเป็นพื้นที่ที่ผู้เล่นคุ้นเคย พื้นที่เดิมๆ จะดูและมีพฤติกรรมที่ต่างออกไปใน Lorule และดันเจี้ยนที่นั่นมักจะท้าทายการใช้สกิล wall-merging ในระดับที่ยากขึ้น
Impact and legacy
วางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2013 โดย A Link Between Worlds ได้รับเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม และยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่ได้คะแนนสูงที่สุดบนเครื่อง 3DS โครงสร้างดันเจี้ยนแบบเปิดกว้าง (open-ended) เป็นการตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์ที่ว่าซีรีส์นี้เริ่มเป็นเส้นตรงเกินไป และมันได้ส่งอิทธิพลต่อวิธีที่ Nintendo ออกแบบอิสระของผู้เล่นในเกม Zelda ภาคต่อๆ มา กลไก wall-merging ถือเป็นหนึ่งในระบบการเคลื่อนที่ที่สร้างสรรค์ที่สุดในแฟรนไชส์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อฮาร์ดแวร์นี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่การปรับจูนให้เข้ากับแพลตฟอร์ม สำหรับเกม Zelda มุมมองจากด้านบน เกมนี้ถือเป็นผลงานการออกแบบเกมที่สะอาดตาและมั่นใจในตัวเองมากที่สุดเกมหนึ่ง









