Overview
The Legend of Zelda: A Link to the Past เปิดตัวบนเครื่อง Super Famicom ในเดือนพฤศจิกายน 1991 โดยฝีมือการพัฒนาของ Nintendo Entertainment Analysis & Development ซึ่งได้เข้ามาเปลี่ยนนิยามของเกมแนว action-adventure ไปอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Zelda ภาคแรกได้วางรากฐานเอาไว้ แต่ A Link to the Past คือผู้ที่สร้างบ้านหลังนี้ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบโลกที่แน่นปึ้ก เนื้อเรื่องที่เข้มข้น ดันเจี้ยน (dungeons) ที่มีหลายเลเยอร์ และระบบการต่อสู้ที่ให้รางวัลทั้งสายลุยและสายใจเย็น
เนื้อเรื่องเริ่มต้นที่พ่อมด Agahnim ผู้ยึดครอง Hyrule ด้วยการลักพาตัวทายาททั้งเจ็ดของเหล่านักปราชญ์โบราณ เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการทำลายผนึกที่กั้นระหว่างโลกแห่งแสง (light world) และ Dark World ซึ่งเป็นโลกคู่ขนานที่บิดเบี้ยวและถูกครอบงำโดยราชาปีศาจ Ganon เจ้าหญิง Zelda ได้ส่งกระแสจิตมาถึง Link และนับจากวินาทีนั้น เกมก็แทบไม่ปล่อยให้เราได้พักหายใจเลย

The Legend of Zelda: A Link to the Past content image
สิ่งที่ทำให้ระบบนี้เวิร์กคือทั้งสองโลกไม่ได้เป็นแค่กิมมิคในเนื้อเรื่องเท่านั้น ดันเจี้ยนหลักทุกแห่งจะมีอยู่ในทั้ง Hyrule และ Dark World ซึ่ง Link จะต้องเดินทางไปมาระหว่างสองโลกเพื่อไขปริศนา (puzzles) ปลดล็อกเส้นทาง และไปให้ถึงตัวบอส (bosses) โดย Dark World จะทำหน้าที่เป็นแผนที่โลกแห่งแสงในเวอร์ชันที่บิดเบี้ยว ทำให้สถานที่ที่ผู้เล่นคุ้นเคยกลายเป็นสิ่งที่แปลกตาและชวนขนลุก
Gameplay and mechanics
Core gameplay loop ของ A Link to the Past เน้นไปที่การสำรวจ (exploration) การเก็บไอเทม และการเคลียร์ดันเจี้ยน โดยแต่ละดันเจี้ยนจะมีไอเทมสำคัญที่ใช้ไขปริศนาหลักของดันเจี้ยนนั้นๆ และยังช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ในแผนที่โลก (overworld) อีกด้วย

The Legend of Zelda: A Link to the Past content image
Mechanics หลักที่ทำให้เกมนี้โดดเด่น:
- Hookshot สำหรับข้ามเหวและดึงศัตรู
- การต่อสู้ด้วย Master Sword พร้อมท่าหมุนตัวฟัน (spin attacks)
- Magic Meter สำหรับใช้เวทมนตร์และไอเทมพิเศษ
- Pegasus Boots สำหรับพุ่งตัวและทำลายสิ่งกีดขวาง
- Mirror Shield สำหรับสะท้อนการโจมตี
การควบคุม (controls) ถือว่าทำออกมาได้ดีเยี่ยมแม้จะเทียบกับมาตรฐานเกมยุคปัจจุบัน Link สามารถหยิบและขว้างไห ดันบล็อก ว่ายน้ำในแม่น้ำ และพุ่งตัวผ่านพงหญ้าได้ เกมไม่ได้สอนทุกอย่างตั้งแต่ต้น ทำให้ผู้เล่นรู้สึกภูมิใจที่ได้ค้นพบด้วยตัวเองแทนที่จะถูกป้อนข้อมูลผ่าน tutorial

The Legend of Zelda: A Link to the Past content image
World and setting
Hyrule ใน A Link to the Past มีขนาดที่พอเหมาะให้เรารู้สึกคุ้นเคย แต่ก็อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่คุ้มค่าแก่การสำรวจ โลกแห่งแสงมีทั้งป่า ทะเลทราย เทือกเขา และเมืองปราสาทใจกลางเมือง ซึ่งแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วน Dark World ก็เปลี่ยนพื้นที่ที่คุ้นเคยเหล่านั้นให้กลายเป็นสถานที่ที่โหดร้ายขึ้น เช่น ป่าที่เคยสงบสุขกลับกลายเป็นเขาวงกตที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ หรือหมู่บ้านที่กลายเป็นแหล่งกบดานของเหล่าโจร
เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างเร่งรีบและตึงเครียด พิธีกรรมของ Agahnim เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่ Link มาถึง ทำให้ช่วงต้นเกมเรารู้สึกเหมือนเป็นรองอยู่ตลอดเวลา วินาทีแรกที่ Link ข้ามไปยัง Dark World ยังคงเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนทางอารมณ์ที่ทรงพลังที่สุดในซีรีส์นี้
Impact and legacy
A Link to the Past ได้วางมาตรฐานโครงสร้างที่ซีรีส์ Zelda ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเรื่องด้วยดันเจี้ยน 3 แห่ง การอัปเกรดดาบให้ทรงพลังขึ้นในช่วงกลางเกม หรือการสู้บอส (boss encounter) หลายเฟส สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมาตรฐานของซีรีส์หลังจากปี 1991 เป็นต้นมา เกมอย่าง Alundra, Secret of Mana และแม้แต่ Pokémon ภาคแรกๆ ก็ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากปรัชญาการออกแบบดันเจี้ยนของเกมนี้

The Legend of Zelda: A Link to the Past content image
อิทธิพลของเกมนี้ที่มีต่อแนว action-adventure แบบมุมมองจากด้านบน (top-down) นั้นมหาศาลเกินกว่าจะบรรยายได้หมด ความสมดุลระหว่างการต่อสู้ การไขปริศนา และการสำรวจโลกได้สร้างมาตรฐานที่นักพัฒนาเกมใช้เป็นต้นแบบมานานหลายปี เมื่อกลับมาเล่นในวันนี้ จังหวะของเกม (pacing) ก็ยังคงแม่นยำจนเกมสมัยใหม่หลายเกมยังทำไม่ได้เลย





