ภาพรวม
The Lost Vikings คือเกมแนว Puzzle-Platformer ที่พัฒนาโดย Silicon & Synapse ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Blizzard Entertainment โดยวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1993 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อไวกิ้งทั้งสามคน ได้แก่ Erik, Baleog และ Olaf ถูกลักพาตัวโดย Tomator จักรพรรดิแห่งอาณาจักร Croutonian ทำให้พวกเขาต้องกระจัดกระจายไปตามยานอวกาศของเอเลี่ยน ป่าดึกดำบรรพ์ อียิปต์โบราณ และยุคสมัยสุดเพี้ยนอื่นๆ การจะพาพวกเขากลับบ้านได้นั้น คุณต้องควบคุมทั้งสามตัวละครไปพร้อมๆ กัน และใช้ความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคนเพื่อไขปริศนาในแต่ละหน้าจอให้สำเร็จ
เกมนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ที่หาได้ยากจริงๆ เพราะในขณะที่เกมแนว Platformer ส่วนใหญ่ในยุคนั้นเน้นความไวของนิ้วมือ แต่ The Lost Vikings กลับเน้นการใช้สมองขบคิดอย่างรอบคอบ ทุกเลเวลคือปริศนาเชิงพื้นที่ที่จะปลดล็อกได้ก็ต่อเมื่อคุณเข้าใจว่าไวกิ้งแต่ละคนทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง และจะนำความสามารถของพวกเขามาผสมผสานกันอย่างไร

The Lost Vikings content image
ไวกิ้งแต่ละคนทำอะไรได้บ้าง?
นี่คือหัวใจสำคัญที่เกมทั้งเกมสร้างขึ้นมา แต่ละตัวละครจะมีสกิล (Skills) ที่โดดเด่นแตกต่างกันไปในทุกหน้าจอ:

The Lost Vikings content image
- Erik: วิ่งเร็วที่สุด กระโดดได้ และใช้หมวกพุ่งชนกำแพงหรือศัตรูได้
- Baleog: จัดการศัตรูด้วยดาบหรือธนู และสามารถยิงธนูไปกดสวิตช์ที่อยู่ไกลๆ ได้
- Olaf: ใช้โล่ป้องกันศัตรูและโปรเจกไทล์ (Projectiles) รวมถึงใช้โล่เป็นเครื่องร่อนหรือเป็นแท่นยืนให้ Erik ได้
ไม่มีไวกิ้งคนไหนที่สามารถผ่านเลเวลได้ด้วยตัวคนเดียว โล่ของ Olaf ช่วยให้ Erik ไปถึงจุดที่สูงขึ้นได้ ธนูของ Baleog ช่วยกดสวิตช์ที่คนอื่นเอื้อมไม่ถึง การออกแบบปริศนาบีบให้คุณต้องคิดเรื่องลำดับการเดิน การวางตำแหน่ง และการบริหารจัดการทรัพยากรไปพร้อมๆ กัน ซึ่งถือว่าซับซ้อนมากสำหรับเกมที่ดูเหมือนเกมแนว Platformer การ์ตูนทั่วไป
เกมเพลย์และกลไกของเกม
ไวกิ้งแต่ละคนมีค่าพลังชีวิต (Health points) 3 หน่วย ซึ่งจะลดลงเมื่อปะทะกับศัตรูหรือตกจากที่สูง ไอเทมที่กระจายอยู่ตามเลเวลมีทั้งกุญแจ ระเบิด และอาหารสำหรับฟื้นฟูพลังชีวิต เกมนี้ให้คุณลองใหม่ได้ไม่จำกัดหากไวกิ้งตาย ซึ่งช่วยลดความหัวร้อนได้ดีมาก คุณสามารถเริ่มเลเวลใหม่ได้กี่ครั้งก็ได้ตามต้องการ ความใจดีนี้สำคัญมากเพราะบางปริศนาต้องอาศัยการลองผิดลองถูก (Trial and error) จนกว่าจะเข้าใจตรรกะของมัน

The Lost Vikings content image
การออกแบบเลเวลทำออกมาได้ดีมากในการไต่ระดับความยาก ช่วงแรกจะแนะนำความสามารถของไวกิ้งแต่ละคนในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ส่วนช่วงหลังต้องอาศัยการประสานงานที่แม่นยำและการวางแผนเส้นทางที่รอบคอบ เพราะถ้าไวกิ้งคนหนึ่งติดอยู่อีกฝั่งของประตูที่ล็อกไว้ คุณอาจต้องเดินย้อนกลับหรือเริ่มใหม่เลยทีเดียว จังหวะของเกมมีความตั้งใจสูง บางครั้งก็ลงโทษผู้เล่นอย่างหนัก แต่ก็น่าพึงพอใจเสมอเมื่อไขปริศนาได้สำเร็จ
นวัตกรรมและฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับเกมในปี 1993 ถือว่า The Lost Vikings ทำในสิ่งที่สตูดิโอส่วนใหญ่ยังคงทำได้ยาก นั่นคือการทำให้การควบคุมหลายตัวละครรู้สึกว่าเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่แค่ลูกเล่นกิมมิค (Gimmick) โครงสร้างแบบสามตัวละครไม่ใช่แค่ส่วนเสริมของเกม Platformer ทั่วไป แต่มันคือตัวเกมทั้งหมด ทุกกลไกถูกสร้างมาเพื่อรองรับแนวคิดหลักนี้
อิทธิพลของเกมนี้ปรากฏให้เห็นในหลายทศวรรษต่อมา เมื่อ The Lost Vikings ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นฮีโร่สามสหายที่เล่นได้ใน Heroes of the Storm ซึ่งทั้งสามตัวละครจะทำงานเป็นยูนิตที่ควบคุมแยกกันได้ นั่นเป็นการยอมรับโดยตรงว่าการออกแบบดั้งเดิมนั้นโดดเด่นเพียงใด

The Lost Vikings content image
ผลกระทบและตำนาน
The Lost Vikings ยังคงเป็นเกมแนว Puzzle-Platformer ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ตัวละครน่าจดจำ การออกแบบความสามารถที่แน่นหนา และโครงสร้างปริศนาแบบ Co-op ที่ล้ำยุคสำหรับเกมแนวนี้ การได้กลับมาเล่นบนแพลตฟอร์มสมัยใหม่อย่าง Nintendo Switch, PlayStation และ Xbox ในปัจจุบัน ตรรกะการออกแบบหลักก็ยังคงใช้งานได้ดี เกมนี้ไม่จำเป็นต้องมีงานสร้างระดับโปรดักชั่นสมัยใหม่เพื่อพิสูจน์คุณค่าของมัน แค่ไวกิ้งสามคน ทางออกหนึ่งทาง และหน้าจอที่เต็มไปด้วยปัญหาที่คุณต้องใช้ความคิดแก้ให้ถูกวิธีเท่านั้น




