ภาพรวม
The Quarry พัฒนาโดย Supermassive Games และจัดจำหน่ายโดย 2K Games เป็นเกมแนว Cinematic Horror Adventure ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2022 ตัวเกมพาเราไปสัมผัสบรรยากาศในป่าลึกทางตอนเหนือของนิวยอร์ก เรื่องราวของเหล่าพี่เลี้ยงวัยรุ่น 9 คนที่ค่ายฤดูร้อน Hackett's Quarry ซึ่งต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกไล่ล่าหลังจากเด็กๆ กลับบ้านไปหมดและผู้ใหญ่ในค่ายก็หายตัวไปอย่างปริศนา เกมนี้เล่นเหมือนกับภาพยนตร์สยองขวัญแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ผู้เล่นต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางและทำ Quick-time events (QTE) เพื่อกำหนดชะตากรรมว่าใครจะรอดชีวิตผ่านคืนนี้ไปได้
Supermassive สร้างชื่อเสียงจากรูปแบบเกมเพลย์นี้มาแล้วในซีรีส์ Until Dawn และ The Quarry ก็ได้นำ DNA นั้นมาต่อยอดให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก ตัวละครในเกมได้นักแสดงชื่อดังอย่าง David Arquette, Ariel Winter, Justice Smith และ Brenda Song มาร่วมถ่ายทอดบทบาท ซึ่งการทำ Performance Capture นั้นสมจริงมากจนเราเห็นความรู้สึกกลัวหรือความโล่งใจผ่านสีหน้าตัวละครได้อย่างชัดเจน ความใส่ใจในรายละเอียดตรงนี้ทำให้เกมมีความลึกซึ้งในแบบที่เกมแนว Interactive Drama ส่วนใหญ่มักจะมองข้ามไป
เนื้อเรื่องมีการแตกแขนงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจในบทที่ 2 อาจส่งผลให้เส้นเรื่องของตัวละครหนึ่งตัวหายไปเลยในบทที่ 7 สำหรับผู้เล่นที่อยากเสพเนื้อหาให้ครบถ้วน จำเป็นต้องเล่นซ้ำหลายรอบ เพราะการเล่นเพียงรอบเดียวไม่สามารถเปิดเผยทุกอย่างได้

เนื้อเรื่องแบบแตกแขนงและการตัดสินใจของผู้เล่น
หัวใจสำคัญของ The Quarry คือระบบการตัดสินใจ ซึ่งไม่ได้กำหนดแค่ว่าใครจะตาย แต่ยังส่งผลต่อการดำเนินเรื่องราวทั้งหมด ฟีเจอร์เด่นของระบบการเลือกมีดังนี้:

- การเก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อปลดล็อกเบื้องหลังเนื้อเรื่อง
- การดูดวงจากไพ่ทาโรต์เพื่อรับคำใบ้เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต
- ระบบค่าความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อตัวเลือกบทสนทนา
- Quick-time events ที่มีทั้งพลาดและผ่าน
- ระบบย้อนเวลา (Rewind) ที่ช่วยให้ผู้เล่นแก้ไขความตายได้ 1 ครั้งต่อการเล่นหนึ่งรอบ
ระบบ Rewind เป็นฟีเจอร์ที่ฉลาดมากสำหรับคนที่อยากลองผิดลองถูกโดยไม่ต้องเริ่มเล่นใหม่ทั้งบท เพียงแค่ใช้ Death Card คุณก็จะมีโอกาสแก้ไขผลลัพธ์ได้หนึ่งครั้ง ช่วยลดความกดดันลงได้บ้างโดยไม่ทำให้ความตื่นเต้นหายไปจนหมด

ตัวเกมยังมี Movie Mode ที่จะเล่นเนื้อเรื่องให้โดยอัตโนมัติตามการตั้งค่าการเอาตัวรอดที่คุณเลือกไว้ อยากให้ทุกคนรอด? ก็แค่ตั้งค่าแล้วนั่งดู หรืออยากเห็นฉากนองเลือด? ก็จัดไปได้เลย โหมดนี้เปลี่ยนเกมให้กลายเป็นประสบการณ์การรับชมแบบ Passive ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นการลดทอนความเป็นเกม แต่จริงๆ แล้วมันทำให้ The Quarry เข้าถึงง่ายสำหรับคนที่อยากเสพเนื้อเรื่องโดยไม่ต้องเครียดกับ QTE
โลกและฉากหลังของเกม
Hackett's Quarry ทำหน้าที่เป็นฉากหลังแนวสยองขวัญได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะมันค่อยๆ สร้างความหวาดกลัวขึ้นมาทีละนิด ในช่วงกลางวันค่ายดูมีชีวิตชีวา เหล่าพี่เลี้ยงหยอกล้อและจีบกันอย่างสนุกสนานก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายลง แต่พอตกกลางคืน สถานที่เดิมกลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง กระท่อมที่เคยดูปลอดภัยกลับกลายเป็นกับดัก และป่าไม้ที่เคยเป็นแค่ฉากหลังก็กลายเป็นภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัว
ศัตรูในเกมมีทั้งคนท้องถิ่นสุดโหดและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเกมก็ฉลาดพอที่จะไม่เฉลยทุกอย่างออกมาเร็วเกินไป มีเซอร์ไพรส์เด็ดๆ ในช่วงครึ่งหลังที่ทำเอาอึ้งได้ เพราะช่วงแรกของเกมปูพื้นฐานความผูกพันระหว่างตัวละครมาเป็นอย่างดี

โหมดผู้เล่นหลายคนและการเล่นซ้ำ
The Quarry รองรับโหมดผู้เล่นหลายคนทั้งแบบ Local และ Online ให้กลุ่มเพื่อนสูงสุด 8 คนสามารถผลัดกันควบคุมตัวละครในเซสชันเดียวกันได้ ผู้เล่นแต่ละคนจะรับผิดชอบพี่เลี้ยงคนละตัว ทำให้การตัดสินใจกลายเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สนุกสุดๆ การเถียงกันว่าควรช่วยใครหรือจะไปทางไหนคือสีสันหลักของโหมดนี้เลย
ระบบ Online Co-op ช่วยให้เพื่อนๆ จอยเซสชันกันได้จากระยะไกล ซึ่งเหมาะมากกับบรรยากาศการรวมกลุ่มดูหนังผี ด้วยฉากจบที่เป็นไปได้ถึง 186 แบบ และตัวละครที่สามารถรอดทุกคนหรือตายเรียบได้ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น ทำให้การกลับมาเล่นซ้ำนั้นคุ้มค่าจริงๆ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีสันไปวันๆ สำหรับ Deluxe Edition จะมาพร้อมกับคอนเทนต์ Gorefest และฟีเจอร์ Movie-night ที่ขยายตัวเลือกการรับชมแบบ Passive ให้มากขึ้นไปอีก ถือเป็นเหตุผลชั้นดีที่ทำให้ผู้เล่นต้องกลับมาเยือน Hackett's Quarry อีกสักรอบ







