ภาพรวม
Thimbleweed Park เป็นเกมแนว point-and-click adventure ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Terrible Toybox วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2017 ตัวเกมพาเราไปสัมผัสเมืองสมมติสุดเสื่อมโทรมอย่าง Thimbleweed Park ในปี 1987 โดยเราจะได้รับบทเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลสองคนที่ต้องมาสืบคดีฆาตกรรม แต่คดีกลับบานปลายกลายเป็นเรื่องราวสุดประหลาดเกินคาดเดา ทั้งตัวละครที่เล่นได้ถึง 5 ตัว โรงแรมผีสิง โรงงานหมอนที่ถูกไฟไหม้ และโถส้วมที่ทำงานด้วยระบบหลอดสุญญากาศ (vacuum tubes) นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายเท่านั้น
ตัวเกมประกาศชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลมาจากตำนาน LucasArts โดย Gilbert และ Winnick ผู้สร้าง SCUMM engine ในยุค 80 ได้กลับมาเนรมิต Thimbleweed Park ให้รู้สึกเหมือนเป็นภาคต่อที่ส่งตรงมาจากยุคนั้นจริงๆ ทั้งงานภาพแบบ pixel art และระบบการเล่นแบบ verb-based interaction (การเลือกคำสั่งกริยาเพื่อโต้ตอบ) แต่นี่ไม่ใช่แค่เกมขายความหลัง (nostalgia bait) เพราะบทพูดนั้นคมคายและเนื้อเรื่องแนวสืบสวนก็มีความเข้มข้นแบบสุดๆ

เกมเพลย์และระบบการเล่น
Core loop ของเกมนี้คือความเป็น adventure ขนานแท้: ออกสำรวจฉาก เก็บไอเทม นำมาผสมกัน และพูดคุยกับทุกคน โดยมีฟีเจอร์เด่นๆ ดังนี้:

- ตัวละครที่เล่นได้เต็มรูปแบบ 5 ตัว
- โหมดความยากแบบ Casual และ Hard
- ระบบไขปริศนาแบบ verb-based
- บทสนทนาของตัวละครที่เลือกตอบได้หลากหลาย
- มุกตลกที่รับประกันว่าต้องมีทุก 2 นาที (เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด)
ความสนุกที่แท้จริงอยู่ที่การสลับตัวละครไปมา แต่ละคนจะมีช่องเก็บของ (inventory) และมุมมองที่ต่างกัน ปริศนาหลายอย่างต้องอาศัยการประสานงานระหว่างตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น Agent Ray, Junior Agent Reyes, วิญญาณ Franklin, ว่าที่นักพัฒนาเกม Delores และ Ransome the Clown ตัวตลกสุดแสบ ทุกคนต่างมีเหตุผลที่ต้องมาอยู่ที่ Thimbleweed Park และการเชื่อมโยงเหตุผลเหล่านั้นเข้าด้วยกันคือปริศนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปริศนาอีกที

โลกและบรรยากาศภายในเกม
เมือง Thimbleweed Park คือภาพสะท้อนของเมืองอเมริกันที่เงียบเหงาและห่างไกลความเจริญ ครั้งหนึ่งที่นี่เคยรุ่งเรืองด้วยโรงงานหมอน โรงแรมที่มีแขกเข้าพัก และย่านธุรกิจที่คึกคัก แต่ตอนนี้เหลือเพียงประชากร 80 คน ละครสัตว์ที่ปิดตัวลง และศพที่กลายเป็นพิกเซลอยู่ใต้สะพานซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ บรรยากาศของเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Twin Peaks ที่ผสมผสานความธรรมดาของเมืองเล็กๆ เข้ากับความลึกลับเหนือธรรมชาติได้อย่างลงตัว
การเซตฉากไว้ในปี 1987 ทำให้เกมมีพื้นที่ให้เล่นกับเทคโนโลยีและวัฒนธรรมในยุคนั้น ทั้งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นบุกเบิก ตู้โทรศัพท์สาธารณะ และการสื่อสารก่อนยุคอินเทอร์เน็ต ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของปริศนาและมุกตลกได้อย่างเป็นธรรมชาติ โลกของเกมถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่แค่การหยิบเอา tropes ของเกมแนวนี้มาวางแปะไว้เฉยๆ
ถ้าไม่เคยเล่นเกม adventure คลาสสิกมาก่อน จะสนุกกับ Thimbleweed Park ไหม?
สนุกแน่นอน! เพราะมีโหมด Casual ที่ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ในขณะที่โหมด Hard จะท้าทายผู้เล่นที่เคยติดแหง็กอยู่กับปริศนาข้อเดียวใน Day of the Tentacle นานถึงสามวัน ส่วนโหมด Casual จะช่วยลดทอนความซับซ้อนของปริศนาลงโดยไม่ทำให้เนื้อเรื่องเสียอรรถรส เนื้อเรื่องหลักของเกมมีความเป็นเอกเทศ สามารถสนุกไปกับความลึกลับได้แม้จะไม่มีความผูกพันกับเกม adventure ในยุค 80 เลยก็ตาม
โครงสร้างตัวละคร 5 ตัวยังช่วยให้จังหวะการเล่าเรื่อง (pacing) ลื่นไหลกว่าเกม adventure ยุคเก่า เมื่อเนื้อเรื่องของตัวละครหนึ่งเริ่มตัน เราก็สามารถสลับไปเล่นอีกตัวได้ ทำให้คำถามหลักของเกม ทั้งเรื่องที่ว่า Agent Ray ทำงานให้ใคร หรือ Reyes รู้อะไรเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้โรงงาน ยังคงน่าติดตามไปตลอดทั้งเกม

อิทธิพลและมรดกของเกม
Thimbleweed Park ถือกำเนิดขึ้นหลังจากแคมเปญ Kickstarter ที่ระดมทุนได้มากกว่า $626,000 ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ายังมีผู้เล่นที่โหยหาเกมสไตล์นี้อยู่ งานภาพแบบ pixel art และอินเทอร์เฟซแบบ verb-based คือการประกาศจุดยืนว่ารูปแบบเกม adventure คลาสสิกยังมีคุณค่า ไม่ใช่แค่ในแง่ของความหลัง แต่ในแง่ของปรัชญาการออกแบบ ความกล้าที่จะนำเสนอความแปลกประหลาด ความมุ่งมั่นที่จะเล่าเรื่องลึกลับ และการปล่อยมุกตลกโดยไม่ทำลายบรรยากาศความตึงเครียด คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นกว่าเกมย้อนยุคทั่วไป แค่ได้เห็น Ransome the Clown ก็คุ้มค่าตัวเกมแล้ว











