ภาพรวม
To Aerthen คือเกม RPG แนว Turn-based ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Ephiam เพียงคนเดียว ซึ่งวางจำหน่ายบน Steam ในเดือนสิงหาคม 2023 ตัวเกมมาในสไตล์ 8-bit ที่ชวนให้นึกถึงเกม Final Fantasy ยุคแรกบนเครื่อง NES โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Zephyr ชายหนุ่มผู้ถือกำเนิดจากพลังของดาวตกที่ร่วงหล่นลงมา พร้อมภารกิจในการโค่นล้มจักรวรรดิ Ilvoryan และเทพเจ้า XORMOTH ของพวกเขา เกมนี้เปรียบเสมือนจดหมายรักที่ตั้งใจเขียนถึงยุคทองของการออกแบบเกม RPG สไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และตัวเกมก็ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อดาวสองดวงตกลงมายังโลกแห่ง Aerthen ดวงแรกถูกครอบครองโดย Valorkis เจ้าแห่ง Telruse ผู้ใช้พลังของมันสร้างจักรวรรดิ Ilvorya ขึ้นมา และเผยแผ่คำสอนของเทพเจ้า XORMOTH ผ่านกองกำลังทหารชั้นยอดที่เรียกว่า RaLune Knights ส่วนดาวดวงที่สองตกลงมาอย่างเงียบเชียบในป่าแห่งหนึ่ง และถูกค้นพบโดยหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ได้รับพลังจากมันจนสามารถให้กำเนิดบุตรได้ เด็กคนนั้นคือ Zephyr แม้พล็อตเรื่องจะเป็นแนว High Fantasy สุดคลาสสิก แต่การเล่าเรื่องกลับเต็มไปด้วยความหนักแน่นจริงจังแบบที่ทำให้เกม RPG ในยุค 1980 ตราตรึงใจผู้คนมานานหลายทศวรรษ
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจหลักของ To Aerthen คือเกม RPG แนว Turn-based แบบดั้งเดิมที่มาพร้อมระบบการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเกมยุคบุกเบิก การต่อสู้ใช้ระบบ Menu-driven combat การสำรวจฉาก Overworld และดันเจี้ยน รวมถึงการพัฒนาตัวละครที่ผูกติดอยู่กับการเก็บเลเวลและการบริหารจัดการทรัพยากรในปาร์ตี้ โดยมีฟีเจอร์เด่นๆ ดังนี้:

To Aerthen content image
- การต่อสู้แบบ Turn-based ผ่านเมนูคำสั่ง
- การสำรวจฉาก Overworld และดันเจี้ยน
- ระบบการพัฒนาตัวละครแบบ Party-based
- ระบบ Stat และการเก็บเลเวลสไตล์ RPG คลาสสิก
- โครงสร้างเควสต์ที่เน้นการดำเนินเนื้อเรื่อง
Ephiam พัฒนาเกมนี้ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งทำให้ตัวเกมมีการออกแบบที่โฟกัสและไม่ซับซ้อนจนเกินไป ไม่มีระบบที่ยัดเยียดจนแย่งความสนใจของผู้เล่น การต่อสู้มีความตรงไปตรงมาตามความตั้งใจของผู้พัฒนา ไม่ใช่เพราะข้อจำกัดทางเทคนิค และผู้เล่นที่เติบโตมากับเกม Final Fantasy ภาคแรกๆ จะคุ้นเคยกับจังหวะของเกมนี้ได้ทันที

To Aerthen content image
โลกและฉากหลัง: Aerthen คืออะไร?
Aerthen เป็นโลกที่ถูกกำหนดด้วยความขัดแย้งระหว่างพลังแห่งจักรวาลกับมนุษย์ธรรมดา จักรวรรดิ Ilvorya ได้เข้าครอบงำทวีปผ่านอำนาจทางศาสนาและกำลังทหาร โดยมี RaLune Knights เป็นตัวแทนของพลังจาก XORMOTH บนฉากหลังนี้ Zephyr และเพื่อนสมัยเด็กของเขาได้ออกเดินทางเพื่อแทรกซึมและทำลาย Ilvorya จากภายใน ไม่ใช่ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยการทำความเข้าใจความจริงเบื้องหลังดาวตกและเทพเจ้าที่พวกเขากล่าวอ้างว่าได้รับพลังมา
การสร้างโลกของเกมอิงตามต้นแบบแฟนตาซีคลาสสิก แต่มีการตั้งชื่อและประวัติศาสตร์เฉพาะตัวที่ทำให้ Aerthen รู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ที่มีตรรกะเป็นของตัวเอง ทั้ง Telruse, Ilvorya, XORMOTH และ RaLune Knights ต่างให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่มีอยู่ก่อนที่เกมจะเริ่ม ซึ่งนี่คือรายละเอียดที่แยกเกม RPG ที่เขียนบทมาดีออกจากเกมที่ใช้เนื้อเรื่องแบบทั่วไป

To Aerthen content image
งานภาพและเสียง
งานภาพสไตล์ 8-bit ในเกมนี้ไม่ใช่แค่ทางลัดในการพัฒนา ผลงานพิกเซลอาร์ตของ Ephiam ดึงเอาเอกลักษณ์มาจากเกม Final Fantasy ยุค NES โดยตรง ทั้งตัวละครแบบ Sprite และฉากที่สร้างจาก Tile ซึ่งเป็นมาตรฐานของเกมยุคก่อนที่เครื่อง Super Nintendo จะเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง งานภาพเหล่านี้ช่วยตอกย้ำว่าเกมนี้คือการย้อนยุคที่ตั้งใจทำขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่แค่เกมสมัยใหม่ที่หยิบเอาสไตล์เรโทรมาสวมใส่
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เกม RPG อินดี้ที่ให้ความรู้สึกแบบ Old-school แท้ๆ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกโหยหาอดีตเพียงผิวเผิน To Aerthen ตอบโจทย์นั้นได้อย่างยอดเยี่ยม งานภาพแบบ 8-bit ช่วยให้ผู้เล่นจดจ่ออยู่กับเนื้อเรื่องและระบบ Turn-based ซึ่งเป็นจุดที่ Ephiam ให้ความสำคัญมากที่สุดระหว่างการพัฒนา ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรและถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่มีอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจ

To Aerthen content image


