• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • แอป PC
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Banner
  1. เกม
  2. Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist
  3. ภาพรวม

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist

เกี่ยวกับ Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist

สตูดิโอ

Ubisoft Toronto

เว็บไซต์

www.splintercell.com

วันวางจำหน่าย

August 22nd 2013

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Logo
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist
การกระทำการผจญภัยเกมยิง

สวมบท Sam Fisher ใน Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist เกมสายลับสุดระทึกที่ให้คุณเลือกวิธีจัดการศัตรูได้ดั่งใจ ไม่ว่าจะลอบเร้นหรือบุกตะลุย!

ผู้พัฒนา

Ubisoft Toronto

วันวางจำหน่าย

August 22nd 2013

แพลตฟอร์ม

โฆษณา

บทนำ

Sam Fisher กลับมาอีกครั้งใน Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist เกมสายลับเชิงกลยุทธ์ที่ให้อิสระคุณเต็มที่! จะเลือกเป็นผีไร้ร่องรอย บุกยิงถล่ม หรือลอบสังหารเงียบๆ ก็ทำได้ ระบบการเล่นที่หลากหลายทำให้เกมนี้เล่นซ้ำได้สนุกไม่รู้จบ

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 1
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 2
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 3
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 4
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 5
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 6
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 7
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 8
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 9
Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist Gallery 10
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Tom Clancy's Splinter Cell Blacklist พัฒนาโดย Ubisoft Toronto และวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2013 พาผู้เล่นไปสวมบทบาทเป็น Sam Fisher ท่ามกลางภารกิจแข่งกับเวลา เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เรียกตัวเองว่า The Engineers ได้เริ่มแผนการ Blacklist ซึ่งเป็นการนับถอยหลังสู่การโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วโลก Sam จึงต้องนำทีม Fourth Echelon หน่วยปฏิบัติการลับเฉพาะกิจที่ได้รับอำนาจเต็มในการทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งพวกมัน

เกมนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของแฟรนไชส์ เมื่อเทียบกับยุค Chaos Theory ที่เน้นความช้าและพิถีพิถัน Blacklist กลับเทน้ำหนักไปที่แอ็กชันมากขึ้นโดยที่ยังคงระบบ Stealth (การลอบเร้น) เอาไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่ให้ความรู้สึกรวดเร็วและมีความเป็นภาพยนตร์มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความตึงเครียดที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคก่อนๆ ไปเสียทีเดียว

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

เกมเพลย์และระบบกลไก: ระบบการเล่นทำงานอย่างไร?

จุดเด่นที่สุดของ Blacklist คือระบบ Playstyle (สไตล์การเล่น) 3 รูปแบบ ซึ่งเป็นตัวกำหนดคะแนนและรางวัลที่ผู้เล่นจะได้รับตลอดทุกภารกิจ โดยแต่ละแนวทางจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว:

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

  • Ghost: เน้นทำภารกิจโดยไม่ให้ศัตรูรู้ตัว
  • Panther: เน้นการลอบสังหารแบบเงียบเชียบและจัดการศัตรูอย่างรวดเร็ว
  • Assault: เน้นการปะทะโดยตรงด้วยอาวุธหนัก

ระบบ Killing in Motion ช่วยให้ผู้เล่นสามารถมาร์กเป้าหมายหลายจุดและจัดการศัตรูได้ในคราวเดียวอย่างลื่นไหล ทำให้สไตล์ Panther ดูเท่และเร้าใจเหมือนในหนัง ส่วนสาย Ghost สามารถจับและแบกร่างศัตรูไปซ่อนได้ ในขณะที่สาย Assault จะเข้าถึงอาวุธที่หนักหน่วงและอุปกรณ์ที่ดุดันกว่า เกมจะคอยติดตามสไตล์ที่คุณเลือกและให้รางวัลเป็นการอัปเกรดที่เหมาะสม ดังนั้นจึงไม่มีบทลงโทษหากคุณจะเลือกสายใดสายหนึ่งแล้วเล่นให้สุดทางไปเลย

อุปกรณ์และ Gadget

Blacklist นำอุปกรณ์ยอดฮิตกลับมาพร้อมกับของเล่นใหม่ๆ Snake Cam กลับมาในเวอร์ชันอัปเกรดที่ช่วยให้ผู้เล่นส่องดูภายในห้องก่อนบุกเข้าไปได้ ส่วน Micro-trirotor Drone ก็เป็นตัวเลือกสำหรับการสำรวจระยะไกลที่ใช้งานได้ดีมากในพื้นที่ภารกิจที่กว้างขวาง Sticky Shocker ช่วยให้จัดการศัตรูได้โดยไม่ถึงตาย และมีด Karambit ก็เป็นตัวช่วยให้ Sam จัดการศัตรูในระยะประชิดได้อย่างโหดเหี้ยมเมื่อสถานการณ์เริ่มบานปลาย

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

อุปกรณ์ทั้งหมดสามารถอัปเกรดได้ผ่าน Paladin ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่ของ Fourth Echelon โดย Paladin คือเครื่องบินขนส่งที่ถูกดัดแปลงให้เป็นฐานทัพลับที่ใช้พักระหว่างภารกิจ ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้เงินที่หามาได้ไปซื้ออาวุธ Gadget และอัปเกรดชุด นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของทีมงานของ Sam ทั้ง Anna "Grim" Grímsdóttir ที่ดูแลด้านเทคนิค, เจ้าหน้าที่ CIA อย่าง Isaac Briggs ที่คอยสนับสนุนภาคสนาม และแฮกเกอร์ Charlie Cole ที่ดูแลระบบสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์

โลกและฉากหลังของเกม

โครงสร้างภารกิจพา Sam เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ฐานทัพในตะวันออกกลางไปจนถึงเมืองต่างๆ ในอเมริกา ซึ่งแต่ละฉากมีการออกแบบที่เอื้อต่อสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน บางด่านบีบให้ผู้เล่นต้องผ่านทางเดินแคบๆ ซึ่งการลอบเร้นเป็นทางเลือกที่ชัดเจนที่สุด ในขณะที่บางด่านเปิดกว้างพอให้สาย Assault บุกตะลุยได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกลงโทษ

เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างรวดเร็วและใช้สูตรสำเร็จสไตล์ Tom Clancy ที่เต็มไปด้วยการเมืองและการคุกคามระดับโลก แม้เนื้อเรื่องอาจจะไม่ได้น่าจดจำนัก แต่มันก็ให้บริบทที่เพียงพอที่จะทำให้ภารกิจต่างๆ ดูมีเป้าหมายที่ชัดเจน

เนื้อหาและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ

Blacklist มาพร้อมกับแคมเปญเนื้อเรื่องหลัก, ภารกิจเสริมที่ผูกกับสมาชิกในทีม และภารกิจ Co-op ที่เล่นกับเพื่อนได้ น่าเสียดายที่โหมดออนไลน์และ Co-op ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับผู้เล่นที่ยังคิดถึงโหมด Spies vs. Mercs จากภาคก่อนๆ

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

Tom Clancy’s Splinter Cell Blacklist content image

แต่สิ่งที่เหลืออยู่ก็ยังถือเป็นเกมที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ ระบบการให้คะแนนตามสไตล์การเล่นทำให้แคมเปญนี้มีคุณค่าในการเล่นซ้ำสูง เพราะการเล่นแบบ Ghost และ Assault ในด่านเดียวกันให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภารกิจเสริมช่วยขยายเนื้อเรื่องและมอบเงินสำหรับอัปเกรดเพิ่มเติม ทำให้ภารกิจเหล่านี้คุ้มค่าที่จะเล่นมากกว่าจะเป็นแค่ส่วนเติมเต็ม สำหรับแฟนเกมแนว Tactical Stealth ที่กำลังมองหาเกมที่เปิดโอกาสให้ทดลองวิธีการเล่นใหม่ๆ โดยไม่จำกัดสไตล์ Blacklist ยังคงเป็นหนึ่งในภาคที่มอบอิสระในการเล่นได้ดีที่สุดในซีรีส์นี้