ภาพรวม
วางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2010 โดย Ubisoft Montreal เกม Tom Clancy's Splinter Cell Conviction™ ถือเป็นการฉีกแนวเกมเพลย์แบบ Stealth ที่เน้นความช้าและรอบคอบซึ่งเป็นจุดขายเดิมของซีรีส์นี้ไปอย่างสิ้นเชิง Sam Fisher ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องทำตามกฎระเบียบอีกต่อไป เขาคือชายที่ไม่มีอะไรจะเสีย และระบบการเล่นของเกมก็สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจน
เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ Fisher ออกจากหน่วย Third Echelon ลูกสาวของเขาถูกฆ่า เพื่อนสนิทถูกเขาสังหารด้วยมือตัวเอง และหน่วยงานที่เขาเคยรับใช้กลับหันมาเล่นงานเขา สิ่งที่ตามมาคือเกมแนวล้างแค้นสุดระทึกที่ฉายเป้าหมายภารกิจและเนื้อเรื่องลงบนฉากหลังโดยตรง ซึ่งเป็นลูกเล่นทางภาพที่ช่วยรักษาอารมณ์ร่วมของเกมให้ตึงเครียดอยู่ตลอดโดยไม่ทำให้เสียอรรถรสในการเล่น แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและชัดเจนในจุดประสงค์ของมัน

Tom Clancy's Splinter Cell Conviction™ content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น: Conviction สนุกอย่างไร?
หัวใจหลักของ Conviction คือการเน้นความต่อเนื่องและจังหวะที่รวดเร็ว (Momentum) ต่างจากเกม Splinter Cell ภาคก่อนๆ ที่การถูกพบตัวหมายถึงการต้องเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ Conviction ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ตอบโต้ศัตรูอย่างรวดเร็วและดุดัน ระบบสำคัญๆ ได้แก่:

Tom Clancy's Splinter Cell Conviction™ content image
- Last Known Position: ร่างเงาที่แสดงตำแหน่งล่าสุดที่ศัตรูเห็นคุณ ทำให้คุณสามารถย้ายตำแหน่งไปอ้อมหลังศัตรูได้
- Mark and Execute: ระบบมาร์คเป้าหมายหลายจุดแล้วจัดการพร้อมกันหลังจากทำ Hand-to-hand takedown (การเผด็จศึกระยะประชิด)
- Environmental interrogations: การเค้นข้อมูลจากศัตรูด้วยสภาพแวดล้อม ซึ่งตอกย้ำความสิ้นหวังของ Fisher
- Sonar goggles: อุปกรณ์ช่วยมองเห็นศัตรูผ่านกำแพงเพื่อวางแผนในระยะใกล้
- Persistence hunting: ศัตรูจะออกตามล่าอย่างจริงจังแทนที่จะเดินตรวจตราตามเส้นทางเดิม
ผลลัพธ์ที่ได้คือเกม Stealth ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเกมยิงแบบ Cover shooter ที่มีตัวเลือกทางยุทธวิธีมากกว่าจะเป็นเกมลอบเร้นแบบดั้งเดิม ผู้เล่นที่อยากเล่นแบบ Ghost (ลอบเร้นไม่ให้ใครเห็น) ก็ยังทำได้ แต่เกมจะไม่ลงโทษความเด็ดขาดของผู้เล่นเหมือนภาคก่อนๆ

Tom Clancy's Splinter Cell Conviction™ content image
นวัตกรรมและฟีเจอร์ที่โดดเด่น
ระบบ Last Known Position คือสิ่งที่ฉลาดที่สุดในเกม Conviction เมื่อศัตรูคลาดสายตาจาก Fisher ร่างเงาสีขาวจะปรากฏขึ้นตรงจุดที่ศัตรูเห็นเขาครั้งสุดท้าย ร่างเงานี้จะกลายเป็นเหยื่อล่อให้ศัตรูแห่กันไปที่นั่น ทำให้ Fisher มีโอกาสย้ายตำแหน่ง อ้อมไปด้านข้าง หรือหายตัวไปได้อย่างสมบูรณ์ มันเปลี่ยนสถานการณ์ที่ควรจะเป็นความล้มเหลวให้กลายเป็นโอกาสทางยุทธวิธี
ระบบ Mark and Execute เปลี่ยนจังหวะการเล่นในทุกการปะทะ หลังจากทำ Hand-to-hand takedown สำเร็จ Fisher จะสามารถมาร์คเป้าหมายได้สูงสุดถึง 3 จุดและจัดการพวกมันได้ในปุ่มเดียว แอนิเมชันที่ออกมาดูเท่เหมือนฉากไฮไลท์ในหนัง ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวอันตรายมากกว่าจะเป็นฝ่ายที่เปราะบาง
แนวทางการเล่าเรื่องด้วยภาพที่ฉายเป้าหมายและเศษเสี้ยวของเนื้อเรื่องลงบนกำแพงและพื้น ถือเป็นวิธีที่แปลกใหม่ในยุคนั้นและยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาบรรยากาศของเกมโดยไม่ทำให้การเล่นสะดุด
โลกและฉากหลังของเกม
Conviction พา Fisher ไปยังสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ Washington D.C., เซฟเฮาส์ของ Third Echelon ไปจนถึงสถานที่ระหว่างประเทศอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาด้วยรายละเอียดที่สมจริง เกมเน้นการใช้โทนสีที่หม่นและการใช้ความมืดอย่างหนัก ทั้งในแง่ของความสวยงามและระบบการเล่น เงายังคงเป็นทรัพยากรสำคัญ แม้ว่าจะไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับภาคก่อนๆ ก็ตาม

Tom Clancy's Splinter Cell Conviction™ content image
โทนของเกมตลอดทั้งเรื่องคือแนวระทึกขวัญการเมือง (Conspiracy thriller) ที่เต็มไปด้วยองค์กรลับของรัฐบาล สายลับสองหน้า และตัวเอกที่ไม่สนใจเรื่องความเสียหายข้างเคียงอีกต่อไป เกมไม่ได้พยายามจะสื่อสารประเด็นลึกซึ้งเกี่ยวกับการสอดแนมหรืออำนาจรัฐ แต่มันคือเรื่องราวการล้างแค้นที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและดุดัน
เนื้อหาและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
Conviction มาพร้อมกับโหมดเนื้อเรื่องหลัก (Single-player campaign) ที่ใช้เวลาเล่นประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมง และยังมีเนื้อเรื่องโหมด Co-op แยกต่างหากซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนเนื้อเรื่องหลัก โหมด Co-op ที่เคยรองรับทั้งการเล่นแบบแบ่งหน้าจอ (Split-screen) และออนไลน์ ปัจจุบันไม่สามารถเล่นออนไลน์ได้แล้ว แต่ยังคงสามารถเล่นแบบแบ่งหน้าจอได้บนแพลตฟอร์มที่รองรับ
โหมด Challenge และภารกิจ Deniable Ops ช่วยยืดเวลาการเล่นให้ยาวนานขึ้นสำหรับผู้เล่นที่ต้องการรีดประสิทธิภาพของระบบ Mark and Execute ให้ถึงขีดสุด เกมให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่กลับมาเล่นซ้ำในระดับความยากที่สูงขึ้น ซึ่งช่องว่างสำหรับความผิดพลาดจะน้อยลงและระบบยุทธวิธีต่างๆ จะถูกใช้งานอย่างเต็มที่ สำหรับเกมแนว Stealth-action ที่เน้นความดุดันและความแม่นยำ นี่คือลูปการเล่นที่ยังคงความสนุกได้เป็นอย่างดี





