• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Tomb Raider: Underworld Banner
  1. เกม
  2. Tomb Raider: Underworld
  3. navigation.overview

Tomb Raider: Underworld

aboutGame

studio

Crystal Dynamics

website

www.tombraider.com

releaseDate

November 21st 2008

Tomb Raider: Underworld Logo
Tomb Raider: Underworld
การกระทำการผจญภัยเกมยิง

ร่วมผจญภัยไปกับ Lara Croft ใน Tomb Raider: Underworld สำรวจซากปรักหักพังโบราณ ไขปริศนาสุดท้าทาย และต่อสู้กับศัตรูในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก!

developer

Crystal Dynamics

releaseDate

November 21st 2008

sidebar.platform

บทนำ

Tomb Raider: Underworld สานต่อเรื่องราวจากภาค Legend พา Lara Croft ดำดิ่งสู่ตำนานนอร์สและสถานที่ลึกลับทั่วโลกเพื่อไขปริศนาอดีตของเธอ เกมปี 2008 จาก Crystal Dynamics นี้โดดเด่นด้วยระบบปริศนาที่ซับซ้อน การเคลื่อนไหวที่คล่องตัว และการสำรวจที่คุ้มค่า ใครชอบเกมแนวผจญภัยบรรยากาศขลังๆ ห้ามพลาด!

Tomb Raider: Underworld Gallery 1
Tomb Raider: Underworld Gallery 2
Tomb Raider: Underworld Gallery 3
Tomb Raider: Underworld Gallery 4
Tomb Raider: Underworld Gallery 5
Tomb Raider: Underworld Gallery 6
Tomb Raider: Underworld Gallery 7
Tomb Raider: Underworld Gallery 8
Tomb Raider: Underworld Gallery 9
Tomb Raider: Underworld Gallery 10

ภาพรวม

Tomb Raider: Underworld วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2008 โดย Crystal Dynamics ถือเป็นภาคที่สามในจักรวาล Legend ต่อจาก Tomb Raider: Legend และ Tomb Raider: Anniversary การออกตามหา Helheim ดินแดนแห่งความตายของชาวนอร์สของ Lara จะพาผู้เล่นดำดิ่งสู่ก้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ลัดเลาะชายฝั่งของประเทศไทย ไปจนถึงเกาะในแถบอาร์กติกและป่าลึกในเม็กซิโก เนื้อเรื่องเน้นโครงสร้างแบบ Monomyth (การเดินทางของวีรบุรุษ) โดยนำตำนานไวกิ้งมาถักทอเข้ากับการผจญภัยรอบโลกที่ทำให้ทุกสถานที่ในเกมมีที่มาที่ไปในเชิงตำนานอย่างน่าสนใจ

ตัวเกมขับเคลื่อนด้วยระบบฟิสิกส์ที่มองสภาพแวดล้อมเป็นระบบที่โต้ตอบได้จริง ไม่ใช่แค่ฉากหลังสวยๆ พื้นผิวต่างๆ จะมีโคลนและน้ำเกาะบนตัวละคร Lara แบบเรียลไทม์ ศัตรูมีการตอบสนองต่อสภาพภูมิประเทศ และวัตถุต่างๆ ก็มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ที่จำเป็นต่อการไขปริศนา ซึ่งรากฐานทางเทคนิคเหล่านี้เองที่กำหนดรูปแบบการเล่นในทุกๆ ส่วนของเกม

Tomb Raider: Underworld content image

Tomb Raider: Underworld content image

เกมเพลย์และระบบการเล่น

การสำรวจคือหัวใจสำคัญของการออกแบบใน Underworld ชุดทักษะกายกรรมของ Lara ถือว่าจัดเต็มที่สุดในไตรภาคของ Crystal Dynamics ณ เวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งไต่กำแพง (Wall run) การโหนเสา (Pole swing) การเดินบนคาน และการปีนป่ายอิสระ (Free-climbing) ไปตามฉากที่มีรายละเอียดสูง นอกจากนี้ Grapple (ตะขอเกี่ยว) อเนกประสงค์ยังใช้ได้ทั้งปีนป่าย โรยตัว และจัดการกับวัตถุต่างๆ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่ผู้เล่นต้องหยิบมาใช้บ่อยที่สุดในเกม

Tomb Raider: Underworld content image

Tomb Raider: Underworld content image

ระบบหลักที่น่าสนใจประกอบด้วย:

  • Active Sonar map ที่ช่วยสแกนภาพ 3D ของสภาพแวดล้อมรอบตัว
  • ระบบ Dual-target combat สำหรับจัดการศัตรูหลายตัวพร้อมกัน
  • การยิงปืนมือเดียวขณะโหนตัวจาก Grapple
  • ทางเลือกในการจัดการศัตรูว่าจะทำให้สลบหรือกำจัดทิ้ง
  • มอเตอร์ไซค์ All-terrain hybrid สำหรับใช้เดินทางในฉากภายนอก

ระบบต่อสู้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกว่าจะจัดการศัตรูแบบไม่ถึงตายหรือจะบู๊แหลกก็ได้ และระบบ Dual-target ยังช่วยให้ Lara ล็อกเป้าหมายศัตรูสองตัวพร้อมกันได้อีกด้วย การยิงปืนมือเดียวขณะห้อยโหนอยู่บนขอบหน้าผาหรือสาย Grapple ช่วยเพิ่มมิติในแนวดิ่ง (Verticality) ให้กับการต่อสู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคก่อนๆ ในซีรีส์ยังไม่มี

โลกและบรรยากาศภายในเกม

ทุกสภาพแวดล้อมใน Underworld ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับโครงสร้างตำนานของเนื้อเรื่อง ฉากเปิดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่พา Lara ดำดิ่งสู่ซากปรักหักพังใต้น้ำช่วยสร้างโทนของเกมได้เป็นอย่างดี ก่อนที่เนื้อเรื่องจะขยายขอบเขตออกไป ไม่ว่าจะเป็นวิหารริมชายฝั่งของไทย เกาะน้ำแข็งในแถบนอร์ดิก หรือซากโบราณสถานในป่าเม็กซิโก ทุกที่ล้วนมีเอกลักษณ์ทางภาพที่โดดเด่นและเชื่อมโยงเข้ากับปมเนื้อเรื่องของ Helheim

Tomb Raider: Underworld content image

Tomb Raider: Underworld content image

ความใส่ใจในรายละเอียดของสภาพแวดล้อมไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น การออกแบบปริศนาถูกผูกเข้ากับสถาปัตยกรรมและตำนานของแต่ละสถานที่โดยตรง ทำให้การไขปริศนารู้สึกสมเหตุสมผลกับโลกในเกมมากกว่าจะเป็นแค่การสุ่มทำไปเรื่อย ปริศนาหลายขั้นตอนที่มองทั้งห้องเป็นกลไกขนาดใหญ่ ทำให้ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจพื้นที่นั้นๆ ก่อนที่จะลงมือทำอะไรลงไป

นวัตกรรมและฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร

Active Sonar map ถือเป็นเครื่องมือที่แปลกใหม่ที่สุดที่ Crystal Dynamics เพิ่มเข้ามาในซีรีส์ แทนที่จะเป็นแค่แผนที่แบนๆ ทั่วไป แต่มันช่วยสร้างภาพ 3D แบบเรียลไทม์ของพื้นที่รอบตัว ทำให้เห็นซอกหลืบที่ซ่อนอยู่และไอเทมสะสมที่การนำทางปกติอาจมองข้ามไป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนการสำรวจให้กลายเป็นการสืบสวนเชิงรุกอย่างแท้จริง

การโต้ตอบด้วยระบบฟิสิกส์ยังครอบคลุมไปถึงการต่อสู้และการเคลื่อนที่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากในเกมแนว Action-adventure ยุค 2008 การเคลื่อนไหวของ Lara จะตอบสนองต่อสภาพพื้นผิว และสาย Grapple ก็มีน้ำหนักสมจริง ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันทำให้โลกในเกมดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้ถูกแยกส่วนเป็นโหมดการเล่นที่ขาดจากกัน

Tomb Raider: Underworld content image

Tomb Raider: Underworld content image

อิทธิพลและมรดกที่ทิ้งไว้

Underworld ปิดฉากจักรวาล Legend และแสดงให้เห็นถึงจุดสูงสุดทางเทคนิคของ Crystal Dynamics ก่อนที่ซีรีส์จะถูก Reboot ในปี 2013 โดยเน้นความดิบเถื่อนและการเอาตัวรอดมากขึ้น เกมนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Lara Croft ที่มีความสมจริงมากกว่ายุค PS1 และมีความทะเยอทะยานในเชิงตำนานมากกว่าภาคก่อนๆ สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบเกมแนว Action-adventure ที่เน้นการสำรวจและการออกแบบด่านที่ต้องใช้หัวคิด Underworld ยังคงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของสูตรสำเร็จที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความประณีตอย่างแท้จริง