• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Total War: Shogun 2 Banner
  1. เกม
  2. Total War: Shogun 2
  3. ภาพรวม

Total War: Shogun 2

เกี่ยวกับ Total War: Shogun 2

สตูดิโอ

The Creative Assembly

เว็บไซต์

www.totalwar.com

วันวางจำหน่าย

March 15th 2011

Total War: Shogun 2 Logo
Total War: Shogun 2
การจำลองกลยุทธ์

สัมผัสความมันส์ใน Total War: Shogun 2 เกมวางแผนสุดเข้มข้นยุคญี่ปุ่นโบราณ นำทัพซามูไรพิชิตศึกเพื่อก้าวขึ้นเป็นโชกุนผู้ยิ่งใหญ่!

ผู้พัฒนา

The Creative Assembly

วันวางจำหน่าย

March 15th 2011

แพลตฟอร์ม

บทนำ

ญี่ปุ่นยุคเซ็นโกคุไม่เคยดุเดือดเท่านี้มาก่อน! ใน Total War: Shogun 2 คุณต้องนำทัพตระกูลซามูไรฝ่าฟันสงครามแย่งชิงอำนาจ ผสมผสานการวางแผนแบบเทิร์นเบสเข้ากับการรบแบบเรียลไทม์ที่สมจริงที่สุด นี่คือภาคที่ยอดเยี่ยมและขัดเกลามาอย่างดีที่สุดในซีรีส์ Total War ที่จะทดสอบกึ๋นและกลยุทธ์ของคุณตามตำราพิชัยสงครามซุนวู!

Total War: Shogun 2 Gallery 1
Total War: Shogun 2 Gallery 2
Total War: Shogun 2 Gallery 3
Total War: Shogun 2 Gallery 4
Total War: Shogun 2 Gallery 5
Total War: Shogun 2 Gallery 6

Overview

Total War: Shogun 2 คือเกมแนว Hybrid Strategy ที่พัฒนาโดย Creative Assembly และจัดจำหน่ายโดย Sega ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2011 ตัวเกมพาผู้เล่นย้อนกลับไปสู่ยุค Sengoku ในศตวรรษที่ 16 ของญี่ปุ่น โดยให้เรารับบทเป็นผู้นำหนึ่งในเก้าแคลน (หรือสิบแคลนหากรวม Ikko-Ikki DLC) บนแผนที่แคมเปญที่ละเอียดสุดๆ หน้าที่ของคุณคือการบริหารจัดการจังหวัด สร้างพันธมิตร และพิชิตดินแดนญี่ปุ่นให้ได้มากพอเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Shogun ตัวเกมผสมผสานระบบ Grand Strategy แบบ Turn-based เข้ากับการรบแบบ Real-time Tactical Battles ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ซีรีส์ Total War โด่งดัง แต่สำหรับ Shogun 2 นั้นทำออกมาได้แม่นยำและคุมธีมได้เป๊ะจนหาเกมอื่นในแฟรนไชส์มาเทียบได้ยาก

ระบบ AI ของเกมนี้ถอดแบบมาจากตำราพิชัยสงครามของ Sun Tzu ทำให้เหล่าขุนพลศัตรูมีตรรกะการวางแผนที่ปรับเปลี่ยนตามการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ใช่แค่ส่งยูนิตเข้ามาบุกแบบดื้อๆ แต่ละแคลนยังมีจุดเด่น ยูนิตประจำกองทัพ และจุดเริ่มต้นบนแผนที่ที่ต่างกัน ทำให้เส้นทางสู่การเป็น Shogun ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แคลน Shimazu ทางใต้กับแคลน Date ทางเหนือมีสไตล์การเล่นที่ต่างกันชัดเจน และความแตกต่างเหล่านั้นส่งผลต่อเกมตั้งแต่เทิร์นแรกเลยทีเดียว

Gameplay and mechanics

แผนที่แคมเปญคือจุดที่คุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับมัน ซึ่ง Creative Assembly ออกแบบมาให้คุ้มค่ากับการใส่ใจในรายละเอียด การบริหารจังหวัด สายการก่อสร้าง (Building chains) และการจัดสรรทรัพยากร ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งของกองทัพในสนามรบ การเกณฑ์ทหารและการเคลื่อนทัพต้องใช้ Action points ในขณะที่การทูต การแต่งงานเพื่อสร้างพันธมิตร และข้อตกลงทางการค้า ก็สามารถเปลี่ยนกระแสของอำนาจได้โดยไม่ต้องชักดาบออกมาสู้

กลไกหลักที่นิยามประสบการณ์การเล่น:

  • ระบบ General progression แบบ RPG ที่มี Skill trees ให้เลือกอัป
  • การรบปิดล้อม (Siege battles) หลายขั้นตอนที่สามารถปีนกำแพงได้
  • หน่วยพิเศษอย่าง Ninja assassins และ Geisha spies
  • ยูนิตระดับ Hero ที่ช่วยเสริมขวัญกำลังใจ (Morale) ให้กองทัพ
  • การรบทางเรือเต็มรูปแบบควบคู่ไปกับการรบบนบก

การรบจะเกิดขึ้นแบบ Real-time บนภูมิประเทศ 3D ที่เรนเดอร์ออกมาอย่างสมบูรณ์ ทั้งทหารราบ Samurai, ทหารม้า, และยูนิตระยะไกล ต่างก็มีจุดแพ้ทางกันเอง รวมถึงระดับความสูงของพื้นที่ การโอบล้อม (Flanking) และขวัญกำลังใจของยูนิต ล้วนเป็นปัจจัยตัดสินผลแพ้ชนะ โดยเฉพาะการรบปิดล้อมที่ถูกยกเครื่องใหม่หมด จากเดิมที่เป็นแค่การบุกตรงๆ กลายเป็นการต่อสู้หลายเฟสที่ต้องฝ่ากำแพงปราสาทเข้าไปจนถึงลานด้านใน

What makes Shogun 2 stand out from other Total War games?

Shogun 2 คือเกมที่โฟกัสเนื้อหาได้ชัดเจนที่สุดในซีรีส์ ในขณะที่ภาคหลังๆ อย่าง Total War: Warhammer III จะเน้นความอลังการแบบแฟนตาซี หรือ Rome II ที่ขยายแผนที่จนกว้างใหญ่ Shogun 2 กลับเลือกที่จะคุมทุกอย่างให้กระชับ ตัวเกมตั้งอยู่บนเกาะเดียว ยูนิตต่างๆ อ้างอิงจากประวัติศาสตร์จริง และทุกระบบมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือ: การเป็น Shogun

แผนที่แคมเปญแบบ 3D ที่หมุนได้ถือเป็นของใหม่สำหรับซีรีส์ในตอนนั้น และยังคงเป็นหนึ่งในอินเทอร์เฟซที่สะอาดตาที่สุดเท่าที่ Creative Assembly เคยทำมา การเลือกแคลนมีผลต่อกลยุทธ์อย่างแท้จริง และระบบเกียรติยศ (Honor system) ยังเพิ่มมิติทางศีลธรรมให้กับการตัดสินใจที่ปกติอาจดูเป็นแค่เรื่องของตัวเลข การกระทำที่ไร้เกียรติ เช่น การใช้มือสังหารหรือการฉีกสัญญา จะส่งผลต่อค่าชื่อเสียง (Reputation) ซึ่งจะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตของคุณในระยะยาว

Multiplayer and replayability

Shogun 2 รองรับโหมดแคมเปญแบบ Co-op สำหรับผู้เล่น 2 คน ทำให้คุณกับเพื่อนสามารถแบ่งกันคุมแคลนบนแผนที่เดียวกันได้ ส่วนการรบออนไลน์รองรับผู้เล่นสูงสุดถึง 8 คน และยังมีระบบ Persistent online avatar ที่ขุนพลของคุณจะได้รับค่าประสบการณ์ (EXP) และปลดล็อกความสามารถต่างๆ ไปพร้อมกับการเล่นในหลายๆ เซสชัน

ด้วยแคลนพื้นฐาน 9 แคลนที่มีเงื่อนไขเริ่มต้นและโบนัสยูนิตที่ต่างกัน ทำให้โหมด Single-player มีค่า Replay value สูงมาก ส่วน Ikko-Ikki DLC ก็เพิ่มตัวเลือกที่ 10 เข้ามาโดยเน้นไปที่การลุกฮือของกลุ่มพระนักรบ ซึ่งเปลี่ยนบรรยากาศไปจากประสบการณ์การเล่นแบบ Daimyo ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีภาคเสริมใหญ่อย่าง Fall of the Samurai และ Rise of the Samurai ที่ขยายไทม์ไลน์ออกไปทั้งสองฝั่ง เพิ่มสงครามยุคปืนไฟและความขัดแย้งของแคลนในยุคก่อนหน้าเข้ามาอีกด้วย

Impact and legacy

Shogun 2 ได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดสูงสุดของซีรีส์ Total War ในแง่ของประวัติศาสตร์สำหรับแฟนเกมรุ่นเก๋า เกมนี้มักจะติดอันดับต้นๆ ในการให้คะแนนของผู้เล่นบน Steam อยู่เสมอ และระบบ AI, ความสมดุลของแคมเปญ, รวมถึงความกลมกลืนของธีม ยังคงถูกหยิบยกมาเป็นมาตรฐานเวลาที่ภาคใหม่ๆ ทำออกมาได้ไม่ถึง สำหรับผู้เล่นที่มองหาเกมแนว Turn-based strategy ที่มีความลึกของระบบ Real-time tactical, บรรยากาศยุค Feudal Japan, และแคมเปญที่ให้รางวัลทั้งการพิชิตด้วยกำลังและการทูตที่แยบยล Shogun 2 ยังคงเป็นเกมที่แนะนำให้เล่นมากที่สุดในซีรีส์นี้