ภาพรวม
Twelve Minutes คือเกมแนวระทึกขวัญเชิงโต้ตอบ (Interactive Thriller) มุมมองจากด้านบน (Top-down) แบบเรียลไทม์ พัฒนาโดย Luis Antonio และจัดจำหน่ายโดย Annapurna Interactive เกมนี้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2021 โดยจะขังคุณไว้ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่ซึ่งค่ำคืนอันแสนโรแมนติกจะพังทลายลงสู่ความรุนแรงในทุกๆ 12 นาที เมื่อนักสืบตำรวจบุกเข้ามา กล่าวหาว่าภรรยาของคุณเป็นฆาตกร และซ้อมคุณจนตาย จากนั้นลูป (Loop) ก็จะเริ่มใหม่ Core loop ของเกมนี้ฟังดูเรียบง่าย: รวบรวมข้อมูลจากการเล่นซ้ำไปซ้ำมา แล้วนำสิ่งที่รู้มาใช้เพื่อเปลี่ยนเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในครั้งถัดไป
ตัวเกมมีการเปรียบเปรยอย่างชัดเจนกับภาพยนตร์อย่าง Rear Window ของ Alfred Hitchcock, The Shining ของ Stanley Kubrick และ Memento ของ Christopher Nolan ซึ่งไม่ใช่การอ้างอิงที่ว่างเปล่าแต่อย่างใด การเซ็ตติ้งในสถานที่เดียวที่ให้ความรู้สึกอึดอัด (Claustrophobic) รวมถึงโครงสร้างเนื้อเรื่องที่แตกกระจายและเชื่อถือไม่ได้นั้นสะท้อนอิทธิพลจากผลงานเหล่านั้นออกมาได้อย่างแท้จริง Luis Antonio ใช้เวลาหลายปีกับโปรเจกต์นี้ และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างหมกมุ่นว่าแต่ละวัตถุ บทสนทนา และการตัดสินใจเชื่อมโยงกันอย่างไรนั้น ปรากฏให้เห็นตลอดทั้งเกม

Twelve Minutes content image
ทีมนักแสดงนำสร้างน้ำหนักให้กับเนื้อหาได้อย่างยอดเยี่ยม James McAvoy ให้เสียงเป็นสามี, Daisy Ridley รับบทเป็นภรรยา และ Willem Dafoe เป็นนักสืบ การพากย์เสียงแบกรับอารมณ์ทั้งหมดของเกมไว้ เนื่องจากมุมมองแบบ Top-down ทำให้เราไม่เห็นใบหน้าของตัวละคร และนักแสดงทั้งสามคนก็ถ่ายทอดผลงานที่ลึกซึ้งและสมจริงออกมาได้ในบทสนทนาจำนวนมหาศาลที่ครอบคลุมทุกการกระทำที่เป็นไปได้ของผู้เล่น
เกมเพลย์และกลไก
อินเทอร์เฟซเป็นแบบ Click-and-drag ที่เข้าถึงง่ายจนใครก็ตามที่คุ้นเคยกับเกมแนว Point-and-click Adventure คลาสสิกสามารถเริ่มเล่นได้ทันที ฟีเจอร์หลักของระบบเกมเพลย์มีดังนี้:

Twelve Minutes content image
- โต้ตอบกับวัตถุโดยการลากไปยังตัวละครหรือไอเทมอื่นๆ
- บทสนทนาจะแตกแขนงออกไปตามข้อมูลที่คุณค้นพบ
- ตัวจับเวลา 12 นาทีจะเดินแบบเรียลไทม์
- ความรู้จะติดตัวไปในแต่ละลูปแม้ว่า Inventory จะรีเซ็ตก็ตาม
- ฉากจบที่หลากหลายและแตกต่างกันต้องใช้วิธีการเล่นที่ต่างกัน
ความคืบหน้าของเกมมาจากความรู้ที่สะสมไว้ล้วนๆ ไม่ใช่การปลดล็อกความสามารถหรืออุปกรณ์ใหม่ๆ ในแต่ละลูปจะเผยให้เห็นชิ้นส่วนใหม่ของปริศนา และความสนุกของเกมก็มาจากการเชื่อมโยงชิ้นส่วนเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อทดสอบทฤษฎีใหม่ๆ อพาร์ตเมนต์อาจจะมีขนาดเล็ก แต่จำนวนการโต้ตอบที่เป็นไปได้กับวัตถุและตัวละครทั้งหมดนั้นมีมากมายอย่างน่าประหลาดใจ

Twelve Minutes content image
โลกและบรรยากาศ
มุมมองแบบ Top-down ช่วยจำกัดขอบเขตของภาพให้แคบลงอย่างตั้งใจ คุณจะเห็นเฟอร์นิเจอร์ ประตู และส่วนหัวของตัวละคร ซึ่งข้อจำกัดนี้กลับกลายเป็นจุดแข็ง อพาร์ตเมนต์จะเริ่มดูคุ้นตาจนน่าอึดอัดเมื่อเล่นซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งนั่นคือประเด็นสำคัญของเกม การออกแบบเสียงช่วยเสริมความตึงเครียดได้ดี ทั้งเสียงบรรยากาศในห้อง เสียงฝีเท้า และการเปลี่ยนของดนตรีเมื่อนักสืบใกล้จะมาถึง
เนื้อเรื่องของเกมดำดิ่งสู่ความมืดมนอย่างแท้จริง โดยเรต ESRB ระดับ Mature นั้นครอบคลุมถึงเลือด ความรุนแรง ภาษาที่รุนแรง และเนื้อหาทางเพศ ซึ่งเนื้อเรื่องก็สมกับคำเตือนเหล่านั้น ปริศนาที่เป็นหัวใจสำคัญของ Time Loop เกี่ยวข้องกับความลับของครอบครัวและความคลุมเครือทางศีลธรรมที่เกมไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน
Twelve Minutes ยังน่าเล่นซ้ำอยู่ไหม?
โครงสร้างแบบ Time Loop คือหัวใจของความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ เกมนี้ไม่มีระบบ New Game Plus หรือการตั้งค่าความยากแยกต่างหาก สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นกลับมาเล่นซ้ำในหลายๆ เซสชันคือระบบบทสนทนาที่แตกแขนงและการตามหาฉากจบให้ครบทุกรูปแบบ ผู้เล่นที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทั้งหมดและเก็บรายละเอียดบทสนทนาทุกอย่างจะใช้เวลาอยู่ในอพาร์ตเมนต์นานกว่าคนที่รีบเล่นให้จบเพื่อดู Credits อย่างแน่นอน
เกมนี้วางจำหน่ายบน Windows, Xbox, PlayStation, Nintendo Switch, Android, iOS, Steam และ Epic Games Store ทำให้เป็นหนึ่งในเกมของ Annapurna ที่เข้าถึงได้กว้างขวางที่สุด ประสบการณ์การเล่นอาจจะสั้นสำหรับคนที่ไขปริศนาหลักได้เร็ว แต่การออกแบบปริศนาแบบ Point-and-click ก็ให้รางวัลกับผู้เล่นที่ช่างสังเกตและพร้อมจะทดสอบทุกความเป็นไปได้

Twelve Minutes content image








