• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Vanquish Banner
  1. เกม
  2. Vanquish
  3. ภาพรวม

Vanquish

เกี่ยวกับ Vanquish

สตูดิโอ

PlatinumGames

เว็บไซต์

www.vanquishgame.com

วันวางจำหน่าย

October 19th 2010

Vanquish Logo
Vanquish
เกมยิงการผจญภัย

เกมยิงมุมมองบุคคลที่สามสุดมันส์! พุ่ง สไลด์ และใช้ระบบหน่วงเวลาในชุด Augmented Reaction Suit ตะลุยสมรภูมิไซไฟสุดเดือด

ผู้พัฒนา

PlatinumGames

วันวางจำหน่าย

October 19th 2010

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Vanquish คือเกมยิงที่ทำให้คุณรู้สึกเหนือชั้น! ผลงานจาก Shinji Mikami และ PlatinumGames ที่ผสานการหลบหลังที่กำบังเข้ากับความเร็วระดับเทพ การสไลด์ด้วยไอพ่น และการดวลปืนแบบสโลว์โมชั่นท่ามกลางกองทัพหุ่นยนต์ จะทำให้ทุกวินาทีของคุณคือฉากแอ็กชันระดับตำนาน

Vanquish Gallery 1
Vanquish Gallery 2
Vanquish Gallery 3
Vanquish Gallery 4
Vanquish Gallery 5
Vanquish Gallery 6
Vanquish Gallery 7
Vanquish Gallery 8
Vanquish Gallery 9
Vanquish Gallery 10

ภาพรวม

Vanquish เปิดตัวในปี 2010 โดย PlatinumGames และ Sega ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเกมเหมือนรถไฟด่วน เกมนี้พาคุณไปอยู่บนสถานีอวกาศพลังงานแสงอาทิตย์ที่ถูกยึดครองนามว่า Providence โดยคุณจะได้รับบทเป็น Sam Gideon เจ้าหน้าที่จาก DARPA ผู้สวมชุดเกราะทดลอง Augmented Reaction Suit (ARS) ที่เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นยอดมนุษย์ลุยเดี่ยว The Order of the Russian Star ได้บุกยึดสถานีและเปลี่ยนอาวุธลำแสงไมโครเวฟให้กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างที่สามารถกวาดเมืองทั้งเมืองให้ราบคาบ Sam มีเวลาเพียงสิบชั่วโมงก่อนที่นิวยอร์กจะถูกเผาทำลายจนสิ้นซาก

พล็อตเรื่องมีความเป็นหนังแอ็กชันเกรดบีแบบเน้นความมันส์สะใจ ซึ่งตัวเกมก็นำเสนอออกมาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องขอโทษใคร แม้ว่า Lt. Col. Robert Burns จะเป็นผู้นำกองทัพในการบุกครั้งนี้ แต่ Sam มีเครื่องมือที่ต่างออกไป ระบบอาวุธ BLADE ช่วยให้เขาสามารถสแกน คัดลอก และพกพาอาวุธของศัตรูได้สูงสุดถึง 3 ชิ้นในคราวเดียว ทำให้การจัด Loadout มีความยืดหยุ่นสูงมากตลอดสถานการณ์การต่อสู้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใน Vanquish เนื้อเรื่องอาจไม่ได้พยายามเป็นอะไรที่ลึกซึ้งเกินตัว แต่ฉากหลังแนวไซไฟก็ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดจนรู้สึกสมจริง โดยหยิบยกประเด็นความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์เรื่องการขาดแคลนทรัพยากรและความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจมาเป็นแกนหลัก

เกมเพลย์และระบบการเล่น

หัวใจสำคัญของ Vanquish คือสองระบบที่ทำงานประสานกันอย่างลงตัว นั่นคือ AR Mode และ Boost โดย AR Mode จะเปิดใช้งานสโลว์โมชันเมื่อ Sam ถูกโจมตีหนักๆ หรือกดใช้เอง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเล็งยิงจุดอ่อนของศัตรูได้อย่างแม่นยำ ส่วน Boost ช่วยให้ Sam สามารถสไลด์ด้วยความเร็วสูงไปทั่วสนามรบ เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งระหว่างที่กำบังได้ในเสี้ยววินาที

ระบบหลักที่นิยามการต่อสู้ในเกม:

  • AR Mode ระบบเล็งยิงแบบสโลว์โมชัน
  • Boost sliding การสไลด์เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว
  • BLADE ระบบอาวุธปรับเปลี่ยนได้ (พกได้สูงสุด 3 ชิ้น)
  • Melee combos และการโจมตีโดยใช้สภาพแวดล้อม
  • ARS overheat management การจัดการความร้อนของชุดเกราะ

ชุด ARS มีเกจความร้อน (Overheat meter) ที่จะลงโทษผู้เล่นหากใช้ทั้งสองระบบพร่ำเพรื่อ การใช้ AR Mode หรือ Boost บ่อยเกินไปจะทำให้ชุดต้องเข้าสู่ช่วงคูลดาวน์ ซึ่งจะทำให้ Sam ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ การบริหารจัดการเกจนี้คือจุดที่วัดฝีมือของผู้เล่นอย่างแท้จริง ใครที่สามารถคุมจังหวะการ Boost เข้าตำแหน่ง เปิด AR Mode เพื่อระดมยิง แล้วถอยออกมาตั้งหลักก่อนชุดจะ Overheat ได้ คือคนที่ทำให้ Vanquish ดูเป็นเกมที่เล่นง่ายและลื่นไหลสุดๆ

อะไรที่ทำให้ Vanquish แตกต่างจากเกมยิงมุมมองบุคคลที่สามเกมอื่น?

เกมยิงแนว Cover shooter ส่วนใหญ่มักให้รางวัลกับความใจเย็น แต่ Vanquish กลับลงโทษคุณหากทำแบบนั้น การแอบอยู่หลังที่กำบังนานเกินไปจะทำให้ Sam ค่อยๆ เสียเลือด (Chip damage) ซึ่งบีบให้ผู้เล่นต้องเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา เกมนี้เปรียบเสมือนเกมแอ็กชันความเร็วสูงที่สวมคราบเกมยิงเอาไว้ PlatinumGames ซึ่งขึ้นชื่อจากเกมแอ็กชันตัวละครอย่าง Bayonetta ได้นำ DNA นั้นมาใส่ไว้ในดีไซน์ของ Vanquish ส่งผลให้กลายเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่สามที่ให้รางวัลกับความดุดันมากกว่าการตั้งรับ

ดีไซน์ของศัตรูยิ่งตอกย้ำปรัชญานี้ หุ่นยนต์รบของรัสเซียมีตั้งแต่หน่วยทหารราบไปจนถึงหุ่นยนต์ยักษ์ที่เปลี่ยนร่างได้ ซึ่งบังคับให้ผู้เล่นต้องมองหาและเล็งยิงชิ้นส่วนเฉพาะภายใต้การโจมตีที่ถาโถม การสู้กับบอสถูกออกแบบมาให้เหมือนฉากแอ็กชันฟอร์มยักษ์มากกว่าสนามรบในเกมยิงทั่วไป ซึ่งต้องอาศัยการจดจำแพทเทิร์นและการตัดสินใจเคลื่อนที่ในเสี้ยววินาที

อิทธิพลและตำนาน

Vanquish รองรับทุกแพลตฟอร์มหลักทั้ง PlayStation, Xbox และ PC ผ่านทาง Steam โดยเวอร์ชัน PC สามารถปลดล็อกเฟรมเรตได้ ทำให้การต่อสู้ที่รวดเร็วอยู่แล้วดูคมชัดยิ่งขึ้น เกมนี้ถูกจัดเรต Mature 17+ สำหรับเนื้อหาที่มีเลือด ความรุนแรง และภาษาที่รุนแรง โดยวางจำหน่ายในราคา $24.99 บน Xbox

สิบห้าปีหลังจากการวางจำหน่าย Vanquish ยังคงถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอเมื่อมีการสนทนาถึงเกมแอ็กชันที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไป อิทธิพลของมันปรากฏให้เห็นในเกมยิงยุคหลังที่เริ่มเปลี่ยนการเคลื่อนที่ให้กลายเป็นเครื่องมือในการรุกแทนที่จะเป็นแค่การตั้งรับ การผสมผสานระหว่างความแม่นยำทางกลไกของ PlatinumGames และสัญชาตญาณในการออกแบบฉากการต่อสู้ที่กดดันของ Shinji Mikami ทำให้เกมนี้กลายเป็นผลงานที่ยากจะหาเกมไหนมาเลียนแบบได้จริงๆ