ภาพรวม
Venaitura คือเกมแนว Turn-based RPG ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Ephiam วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2021 บน Windows ผ่านทาง Steam ตัวเกมเน้นไปที่การจัดปาร์ตี้ฮีโร่ 4 ตัวละครจากคลาสที่มีให้เลือกถึง 12 คลาส เพื่อออกไปต่อสู้กับความเสื่อมโทรมที่แผ่ขยายออกมาจากหอคอยแห่ง Tsufana ตัวเกมนำเสนอเนื้อเรื่องแบบกระชับและตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นสไตล์ที่เน้นให้ระบบเกมเพลย์ได้โชว์ของมากกว่าการยัดเยียด Lore หรือเนื้อเรื่องยาวเหยียดใส่ผู้เล่น
กลิ่นอายความคลาสสิกแบบ Retro สัมผัสได้ทันทีที่เริ่มเล่น Venaitura ดึงเอาขนบของเกม JRPG ยุคเก่าที่เคยสร้างตำนานไว้บนเครื่องเกม 16-bit มาใช้อย่างเต็มที่ ทั้งงานภาพแบบ Pixel art ระบบต่อสู้แบบเลือกคำสั่งผ่านเมนู และโลกที่ให้ความรู้สึกเหมือนถูกสร้างขึ้นมาด้วยมือมากกว่าการสุ่มสร้าง (Procedurally generated) ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้พัฒนารู้ดีว่าพวกเขาต้องการสร้างเกมออกมาในทิศทางไหน

Venaitura content image
การจัดปาร์ตี้และความหลากหลายของคลาส
หัวใจสำคัญของ Venaitura คือระบบคลาสที่มีให้เลือกถึง 12 คลาส แต่ใส่ปาร์ตี้ได้เพียง 4 ตัวละครเท่านั้น ทำให้ทุกการเล่นต้องมีการตัดสินใจที่จริงจัง โดยสิ่งที่ผู้เล่นต้องคำนึงถึงหลักๆ มีดังนี้:

Venaitura content image
- การรักษาสมดุลระหว่างสายทำดาเมจ (Offensive) และสายสนับสนุน (Support)
- การจัดการเรื่องธาตุหรือความครอบคลุมของสกิล
- การรับมือกับประเภทของบอสแต่ละตัว
- การเลือกใช้คอมโบหรือ Synergies ระหว่างความสามารถของแต่ละคลาส
- การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทีมให้เข้ากับสไตล์การเล่นของตัวเอง
ด้วยการนำ 12 คลาสมาจัดทีม 4 ตัวละคร ทำให้เกิดรูปแบบปาร์ตี้ที่หลากหลายและน่าสนใจ ซึ่งนี่คือจุดที่ทำให้เกมมีความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ (Replayability) สูงมาก ใครที่เป็นสาย Theorycrafting หรือชอบวิเคราะห์เจาะลึกการจัดทีม รับรองว่าหน้าจอเลือกคลาสจะทำให้คุณสนุกได้ไม่รู้จบในทุกรอบที่เล่น

Venaitura content image
ระบบต่อสู้ Turn-based: เล่นยังไง?
กลยุทธ์แบบ Turn-based ใน Venaitura เป็นไปตามรูปแบบดั้งเดิม การต่อสู้จะเน้นการเลือกคำสั่งผ่านเมนู โดยฮีโร่แต่ละตัวจะออกแอ็กชันตามลำดับความเร็วของคลาสและ Build ที่เราจัดไว้ ไม่มีระบบ Real-time ไม่มีแถบ Action bar ให้วุ่นวาย มีเพียงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในแต่ละเทิร์นที่ชัดเจน ความบริสุทธิ์ของดีไซน์นี้อาจจะเป็นทั้งจุดแข็งที่สุดหรือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของเกม ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังมองหาอะไร
ระบบต่อสู้จะให้รางวัลกับผู้เล่นที่เข้าใจความสามารถของปาร์ตี้ตัวเองและวางแผนล่วงหน้าได้ดี การบุกเข้าไปโดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนมักจะทำให้คุณพ่ายแพ้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับความยากในสไตล์ RPG คลาสสิกที่เกมตั้งเป้าไว้นั่นเอง
โลกและบรรยากาศในเกม
โลกของ Tsufana คือฉากหลังของการเดินทางครั้งนี้ โดยมีหอคอยที่เป็นต้นกำเนิดของความเสื่อมโทรมซึ่งผู้เล่นต้องเข้าไปจัดการ Venaitura ไม่ได้เน้นการเล่าเรื่องผ่านคัตซีนยาวๆ แต่เน้นไปที่ประสบการณ์การเล่นและการพัฒนาตัวละครผ่านระบบเกมเพลย์มากกว่า

Venaitura content image
สำหรับผู้เล่นที่ชอบเกม RPG ที่เน้นให้เราได้ "เล่น" มากกว่า "อ่าน" แนวทางนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก เพราะตัวเกมให้บริบทที่เพียงพอต่อการเข้าใจเป้าหมายของภารกิจ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับคัตซีนหรือบทสนทนาที่ยืดเยื้อ
เนื้อหาและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
ความคุ้มค่าของ Venaitura มาจากการทดลองจัดปาร์ตี้ด้วยคลาสที่แตกต่างกันในแต่ละรอบที่เล่น ด้วยคลาสที่มีให้เลือกถึง 12 คลาส ทำให้ระบบการจัดทีมมีความลึกอย่างแท้จริง และผู้เล่นที่อยากลองทุกคอมโบที่เป็นไปได้ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะกลับมาเล่นซ้ำ รูปแบบ Retro RPG ทำให้เกมไม่มีการยืดเยื้อด้วยเนื้อหาเสริมที่ไม่จำเป็น ทุกอย่างในเกมถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจและเน้นย้ำในสิ่งที่ควรจะเป็น สำหรับแฟนเกม Turn-based RPG คลาสสิกที่กำลังมองหาเกมอินดี้ขนาดกะทัดรัดที่เน้นการจัดทีมและการต่อสู้เชิงกลยุทธ์ Venaitura คือเกมที่ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน





