ภาพรวม
Watch_Dogs เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2014 ในฐานะโปรเจกต์สุดทะเยอทะยานของ Ubisoft Montreal ที่นำเสนอเกมแนว Open-world Action ในมุมมองใหม่ โดยสร้างขึ้นจากพล็อตเรื่องที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากความกังวลในโลกความเป็นจริง: ทุกระบบในเมืองถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน และหากใครสักคนที่มีทักษะมากพอเข้าถึงมันได้ ก็สามารถเปลี่ยนเครือข่ายนั้นให้กลายเป็นอาวุธร้ายแรงได้เลย คุณจะได้รับบทเป็น Aiden Pearce แฮกเกอร์อัจฉริยะผู้มีอดีตอันดำมืดที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมรุนแรงต่อครอบครัวของเขา แรงจูงใจส่วนตัวนี้เองที่ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องไปทั่วเมือง Chicago ซึ่งถูกเนรมิตขึ้นด้วย Disrupt engine อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ubisoft ที่ช่วยขับเคลื่อนระบบการตอบสนองของเมือง รวมถึงระบบฟิสิกส์ในทุกฉากไล่ล่าและฉากยิงปะทะ
ตัว Complete Edition นี้ได้มัดรวมเกมตัวหลักเข้ากับ Season Pass แบบจัดเต็ม เพิ่มแคมเปญแยกของ T-Bone Cartel, อาวุธใหม่, ชุดคอสตูม และโหมดเกมเพิ่มเติม นี่คือเวอร์ชันที่คุ้มค่าที่สุดในการสัมผัสประสบการณ์เกมนี้ และมักจะวางจำหน่ายในราคา $19.99 ในทุกแพลตฟอร์ม

การแฮกในฐานะเกมเพลย์: ctOS ทำงานอย่างไร?
Central Operating System หรือ ctOS คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Watch_Dogs แตกต่างจากเกม Open-world อื่นๆ ทุกสัญญาณไฟจราจร, กล้องวงจรปิด, สะพานยก และรถไฟใน Chicago ต่างก็รันผ่านระบบนี้ และสมาร์ทโฟนของ Aiden ก็คือกุญแจสำคัญในการควบคุมทุกอย่าง ในทางปฏิบัติ นั่นหมายความว่าการต่อสู้และการเดินทางของคุณจะไม่ซ้ำเดิมแน่นอน คุณสามารถล่อให้การไล่ล่ารถยนต์ไปติดแหง็กอยู่ตรงสี่แยกที่คุณควบคุมอยู่, ตัดไฟอาคารก่อนบุกเข้าไป, หรือสะกดรอยตามเป้าหมายผ่านเครือข่ายกล้อง CCTV โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกไปข้างนอกเลยสักนิด

กลไกการแฮกที่สำคัญประกอบด้วย:
- การควบคุมสัญญาณไฟจราจรและทางแยก
- การเข้าถึงเครือข่ายกล้องวงจรปิด
- การทำโปรไฟล์ข้อมูลส่วนตัวของพลเมือง
- การควบคุมสะพานยกและรถไฟ
- การสั่ง Blackout เพื่อปิดระบบไฟฟ้าในพื้นที่
ระบบนี้ให้รางวัลกับผู้เล่นที่ใจเย็นและมีความคิดสร้างสรรค์ ผู้เล่นที่เน้นสาย Stealth Hacking สามารถเคลียร์ภารกิจได้โดยไม่ต้องลั่นไกแม้แต่นัดเดียว ในขณะที่คนอื่นอาจเลือกใช้ ctOS ในเชิงรุกเพื่อสร้างความโกลาหลได้ตามต้องการ

การต่อสู้และการขับขี่
เมื่อการแฮกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ Aiden ยังมีอาวุธให้เลือกใช้กว่า 30 ชนิด และกระบองสำหรับจัดการศัตรูในระยะประชิด ระบบการยิงแบบ Cover-based shooting นั้นใช้การจำลองฟิสิกส์ที่พัฒนาโดยได้รับคำแนะนำจาก Ubisoft Reflections ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Driver ซึ่งเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน ยานพาหนะแต่ละคันมีการตอบสนองที่สมจริง และการชนแต่ละครั้งก็มีผลกระทบที่ทำให้การไล่ล่าความเร็วสูงรู้สึกคาดเดาไม่ได้มากกว่าการถูกเขียนสคริปต์มา
มียานพาหนะให้ขับขี่กว่า 65 แบบทั่วท้องถนนใน Chicago ตั้งแต่รถซีดานทั่วไปไปจนถึงมอเตอร์ไซค์และเรือ ผังเมืองที่จำลองมาจากเขตต่างๆ ของ Chicago จริง ทั้ง Wards, the Loop และ the Piers ช่วยให้การไล่ล่ามีพื้นที่ให้เล่น และแผนที่ก็กว้างใหญ่พอที่จะคุ้มค่าแก่การสำรวจ
โหมด Multiplayer และฟีเจอร์โซเชียล
Watch_Dogs ผสานระบบ Multiplayer เข้ากับโลก Open-world โดยตรงโดยไม่ต้องมีหน้าโหลดหรือเมนูล็อบบี้ ผู้เล่นคนอื่นสามารถบุกเข้ามาในเกมของคุณเพื่อแฮกข้อมูล ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดเกมไล่จับที่คุณต้องตามหาและจัดการผู้บุกรุกก่อนที่พวกเขาจะอัปโหลดข้อมูลสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีโหมด Co-op และโหมดแข่งรถที่ช่วยขยายขอบเขตความสนุก รองรับผู้เล่นสูงสุด 8 คนออนไลน์บน PlayStation ผ่าน PS Plus
กลไกการบุกรุก (Invasion) ยังคงเป็นหนึ่งในไอเดีย Multiplayer ที่ตึงเครียดที่สุดในเกมแนว Open-world การถูกล่าโดยผู้เล่นจริงที่พยายามซ่อนตัวอยู่ในเมืองที่มีชีวิต สร้างความรู้สึกระแวงที่ภารกิจแบบสคริปต์ทั่วไปไม่สามารถเลียนแบบได้

เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว Watch_Dogs ยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ใน Chicago ไม่ว่าจะเป็นการสกัดขบวนรถอาชญากร, การบุกรังแก๊ง, การเจาะข้อมูลส่วนตัว และ Digital Trips ที่มีตั้งแต่การขับหุ่นยนต์แมงมุมไปจนถึงมินิเกมไขปริศนา เนื้อหาใน Season Pass ช่วยเพิ่มชั่วโมงการเล่นที่คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง โดยในภาคเสริม Bad Blood จะมีแคมเปญเต็มรูปแบบของ T-Bone Grady ที่แยกออกมาจากเนื้อเรื่องของ Aiden สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเก็บครบทุกอย่างในเกม Complete Edition คือแพ็กเกจที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งมอบประสบการณ์การแฮกในโลก Open-world ที่มีความลึกซึ้งทั้งในแง่ของเกมแอ็กชันและผจญภัย











