Overview
Worms Armageddon เริ่มต้นจากการเป็นภาคเสริมของ Worms 2 ก่อนที่ทีมงาน Team17 จะเล็งเห็นว่ามันเติบโตจนกลายเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น หลังจากวางจำหน่ายในฐานะเกมแยกเดี่ยวและเข้าสู่ Steam ในปี 2013 เกมนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในภาคที่ขัดเกลามาได้ดีที่สุดในซีรีส์ Worms ที่อยู่ยงคงกระพันมาอย่างยาวนาน สูตรสำเร็จของเกมนั้นเรียบง่าย: ทีมหนอนสองทีมหรือมากกว่านั้นจะผลัดกันระเบิดใส่กันบนฉาก 2D ที่ทำลายได้ทุกส่วนจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงทีมเดียว แต่การจะเล่นให้เทพนั้นบอกเลยว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด
ความเก๋าของเกมนี้อยู่ที่การให้รางวัลกับผู้เล่นที่รู้จักวางแผนอย่างรอบคอบ ทิศทางลมมีผลต่อวิถีกระสุน ฉากสามารถถูกเจาะเพื่อเปิดเผยตำแหน่งศัตรูหรือสร้างจุดป้องกันได้ อาวุธทุกชิ้นในคลังแสงมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน และการจะมาสเตอร์มันต้องใช้เวลาจริงๆ นี่คือเกมแนว Turn-based strategy ที่แฝงความโกลาหลเอาไว้ ซึ่ง Banana Bomb ที่เล็งมาอย่างแม่นยำเพียงลูกเดียวก็สามารถพลิกเกมได้ในเสี้ยววินาที

Worms Armageddon content image
อาวุธ เครื่องมือ และความลึกซึ้งทางแทคติก
คลังแสงใน Worms Armageddon ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างสรรค์ที่สุดในบรรดาเกมวางแผนทั้งหมด ด้วยอาวุธและเครื่องมือที่มีให้เลือกใช้กว่า 55 ชนิด ตัวเลือกต่างๆ มีตั้งแต่ของที่ใช้งานได้จริงไปจนถึงของที่แปลกประหลาดสุดๆ:

Worms Armageddon content image
- Holy Hand Grenade สำหรับการทำลายล้างเป็นวงกว้าง
- Ninja Rope สำหรับการย้ายตำแหน่งไปทั่วทุกพื้นที่
- French Sheep Strike สำหรับการระดมโจมตีจากทางอากาศ
- Earthquake เพื่อทำลายฐานที่มั่นของศัตรู
- Freeze เพื่อแช่แข็งคู่ต่อสู้ให้อยู่กับที่
การเรียนรู้ว่าควรใช้อาวุธแต่ละชิ้นตอนไหนคือครึ่งหนึ่งของความสนุกในเกมนี้ แค่ Ninja Rope อย่างเดียวก็มีเพดานสกิล (Skill Ceiling) ที่สูงมาก ทำให้ผู้เล่นระดับโปรสามารถโหนไปมาทั่วแมพด้วยความเร็วที่ทำเอาคู่ต่อสู้ตั้งตัวไม่ติด เกมมีโหมดฝึกสอนเฉพาะทางถึง 5 โหมด รวมถึง Advanced Weapon Training และ Sheep Racing ที่มีไว้เพื่อสอนการใช้เครื่องมือเหล่านี้ก่อนที่คุณจะนำไปใช้จริงในการแข่งขัน
โหมดเล่นคนเดียวเป็นอย่างไรบ้าง?
คอนเทนต์สำหรับเล่นคนเดียว (Single-player) นั้นจัดเต็มกว่าที่หลายคนคาดหวังจากเกมที่โด่งดังเรื่องมัลติเพลเยอร์ แคมเปญที่มีภารกิจกว่า 40 ด่านจะพาผู้เล่นไปเจอกับสถานการณ์ที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบีบให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกใช้อาวุธมากกว่าการใช้กำลังเข้าแลกเพียงอย่างเดียว ส่วนโหมด Deathmatch ก็เป็นทางเลือกที่อิสระกว่าสำหรับผู้เล่นที่ต้องการฝึกฝนโดยไม่ต้องกดดันกับภารกิจที่กำหนดไว้ กราฟความยากนั้นถือว่าแฟร์มาก: ภารกิจช่วงแรกจะสอนพื้นฐาน ส่วนภารกิจหลังๆ จะคาดหวังให้คุณเข้าใจกลไกเหล่านั้นอย่างถ่องแท้แล้ว

Worms Armageddon content image
มัลติเพลเยอร์และสิ่งที่ทำให้เกมนี้ยังคงอยู่
โหมดมัลติเพลเยอร์คือสิ่งที่ทำให้ Worms Armageddon มีชื่อเสียงโด่งดัง การเล่นแบบ Hot-seat บนเครื่องเดียวกันถือเป็นคลาสสิกที่เปลี่ยนทุกการเล่นให้กลายเป็นงานสังสรรค์ เกมได้เพิ่มฟีเจอร์หลายอย่างเพื่อรักษาความสนุกในมัลติเพลเยอร์เอาไว้: ระบบ Handicapping ช่วยให้ผู้เล่นปรับค่าพลังชีวิตของทีมเพื่อความสมดุล, โหมด Allied Teams สร้างพันธมิตรชั่วคราวที่สามารถเปลี่ยนใจได้กลางเกม และโหมดอย่าง Worms Disease หรือ Home Runs ก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายไม่ให้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งครองเกมจนเกินไป
ด้วย Sound bank แบบคอเมดี้และคัสตอมกว่า 30 แบบ รวมถึง Cyberworms และ Stiff Upper Lip ทำให้ทีมสามารถปรับแต่งหนอนให้มีบุคลิกที่โดดเด่นได้ ฟังดูอาจเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่ตัวเลือกเสียงเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเล่นไปเลย เมื่อคุณได้ยินคำยั่วยุเดิมๆ ดังขึ้นในจังหวะที่ใช่เป๊ะๆ
อิทธิพลและตำนาน
มีเกมไม่กี่เกมจากช่วงปลายยุค 90 ที่ยังคงมีฐานผู้เล่นเหนียวแน่นมาจนถึงปัจจุบัน Worms Armageddon ได้รับการอัปเดตเป็นระยะจนถึงปี 2020 โดยชุมชนนักพัฒนาที่ยังคงช่วยกัน Patch และขัดเกลาเกมที่หลายคนมองว่าสมบูรณ์แบบอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เหล่านักวิจารณ์ต่างยกย่องให้เกมนี้ติดอันดับเกมที่ดีที่สุดตลอดกาลหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งก็สมเหตุสมผล การผสมผสานระหว่างฉากที่ทำลายได้ กลไกการยิงแบบ Turn-based และการนำเสนอที่ตลกขบขันอย่างแท้จริง ได้สร้างแม่แบบที่เกมอื่นๆ อีกหลายสิบเกมพยายามจะเลียนแบบ แต่ก็ยังไม่มีเกมไหนทำได้สมดุลเท่าต้นฉบับ

Worms Armageddon content image








