DragonSword: Awakening มีระบบมากมายให้คุณต้องรับมือตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เริ่มเล่น ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัคร Hero, อาวุธ Karma, อุปกรณ์สวมใส่ธาตุต่างๆ, Familiars, World Bosses และภารกิจรายวัน ซึ่งมีรายละเอียดเยอะมากจนอาจจะงงได้ตั้งแต่ยังไม่พ้นพื้นที่แรก ข่าวดีก็คือระบบเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผลเมื่อคุณรู้ว่าควรเริ่มจากจุดไหนก่อน คู่มือนี้จะเจาะลึกกลไกหลักทุกอย่าง บอกคุณว่าอะไรควรทำก่อนหลัง และช่วยให้คุณผ่านช่วงต้นเกมไปได้โดยไม่เสียทรัพยากรไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น
วิธีดำเนินเกมใน DragonSword: Awakening
เนื้อเรื่องหลักคือหัวใจสำคัญของการดำเนินเกม ทุกบทที่คุณทำสำเร็จจะเปิดระบบการเล่นใหม่ๆ ปลดล็อก Hero Quests และเผยพื้นที่ใหม่ๆ ให้คุณไปสำรวจ การข้ามไปทำคอนเทนต์เสริมก่อนที่จะจบเนื้อเรื่องจะทำให้คุณพลาดการปลดล็อกเหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นจงลุยเนื้อเรื่องหลักต่อไปเรื่อยๆ
มีกิจกรรมรายวันสองอย่างที่สำคัญรองลงมาจากเนื้อเรื่องหลัก นั่นคือ Regional Missions และ World Bosses โดย Regional Missions จะให้รางวัลเป็น Skill Scrolls ที่จำเป็นสำหรับการอัปเกรดความสามารถของ Hero และ Forging Molds ที่ใช้ปรับแต่งค่าสถานะหลักของอุปกรณ์สวมใส่ในช่วงท้ายเกม ส่วน World Bosses จะดรอป Basic Karma ซึ่งจำเป็นสำหรับการอัปเกรดและเลื่อนขั้นอาวุธ Karma ของคุณ กิจกรรมทั้งสองอย่างนี้จะรีเซ็ตทุกวัน ดังนั้นการพลาดไปแม้เพียงไม่กี่วันอาจทำให้ความคืบหน้าของคุณตามหลังคนอื่นได้

การจัดทีม
วิธีปลดล็อก Hero ใหม่
DragonSword: Awakening ตัดระบบ Gacha แบบเดิมออกไปโดยสิ้นเชิง Hero ทุกตัวจะถูกรับสมัครโดยใช้ Fate's Invitation Tickets และคุณสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการใครจากเมนู Exchange ไม่มีการสุ่ม ไม่ต้องกังวลเรื่องระบบการันตีตัวละครซ้ำ
ตั๋วหาได้จากสองแหล่งหลักคือ บทเนื้อเรื่องหลักและ Hero Quests โดย Hero Quests จะปลดล็อกหลังจากถึงจุดสำคัญของเนื้อเรื่อง และให้รางวัลทั้งตั๋วเพิ่มเติมรวมถึง Exclusive Karma ที่ผูกกับ Hero เฉพาะตัว นอกจากนี้บางตัวละครจะเข้าร่วมทีมโดยอัตโนมัติผ่านเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องใช้ตั๋วกับทุกคน
เนื่องจากตั๋วค่อนข้างหายาก ให้ใช้กับ Hero ที่เหมาะกับการจัดทีมที่คุณวางแผนไว้เท่านั้น การรับสมัครตัวละครเพียงเพราะดูน่าสนใจแล้วปล่อยทิ้งไว้ในคลังเป็นวิธีที่ทำให้การเล่นของคุณสะดุดได้ง่ายที่สุด
ระบบ Awakening คืออะไรและทำงานอย่างไร?
Awakening คือการเพิ่มพลังครั้งใหญ่ในช่วงท้ายเกมสำหรับ Hero ที่คุณต้องการปั้นจริงจัง Hero แต่ละตัวมีเลเวล Awakening ทั้งหมด 6 ระดับ แต่ละขั้นจะปลดล็อกโบนัสพิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีหรือเพิ่มเอฟเฟกต์ Passive ใหม่ๆ ที่เปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวละครนั้นๆ
ไอเทมที่ต้องใช้คือ Stigma Awakened Stones ซึ่งซื้อได้ในราคา 200 Fragment of Sacred Light ต่อชิ้น เนื่องจาก Fragment of Sacred Light ต้องใช้เวลาสำรวจพอสมควรในการสะสม การทำ Awakening จึงเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำให้เต็มได้ในสัปดาห์แรก แนะนำให้เน้น Awakening ตัวทำดาเมจหลัก (Main DPS) ของคุณก่อนที่จะกระจายทรัพยากรไปให้ตัวอื่น
ทีมเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือทีมไหน?
การต่อสู้ใน DragonSword: Awakening เน้นไปที่ เอฟเฟกต์ธาตุและการทำ Crowd Control (CC) ต่อเนื่อง ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่แค่การรวม Hero ที่มีค่าสถานะสูงสามตัว แต่คือการรวม Hero ที่สกิลสามารถต่อคอมโบกันและเปิดโอกาสให้ทำดาเมจต่อเนื่องได้
ทีมเน้นทำดาเมจ
ทีมนี้ให้ดาเมจสูงที่สุดทีมหนึ่งในเกม Charlotte จะรับหน้าที่ทำ Burst Damage ผ่านคอมโบการลอบโจมตี Johnny จะคอยแปะสถานะ Poison อย่างรวดเร็วเพื่อกดดันศัตรู และ Renia จะคอยแช่แข็งศัตรูเพื่อเปิดโอกาสให้ทำคอมโบเพิ่มเติม ข้อควรระวังคือทีมนี้ต้องอาศัยจังหวะที่ดี ทั้งคอมโบกลางอากาศ การสลับตัวละครด้วยตัวเอง และการหลบหลีกที่แม่นยำ หากคุณคุ้นเคยกับระบบต่อสู้ ทีมนี้จะตอบแทนความสามารถของคุณได้อย่างคุ้มค่า
ทีมสำหรับผู้เริ่มต้น
นี่คือทีมที่แนะนำหากคุณยังอยู่ในช่วงเรียนรู้จังหวะการต่อสู้ Seris จะทำ Frost damage อย่างต่อเนื่องพร้อมแช่แข็งศัตรูเป็นกลุ่ม Othello จะคอยล็อกศัตรูด้วย Ice Spears และการโจมตีต่อเนื่อง ส่วน Dana จะคอยปกป้องทีมด้วยโล่และสกิล CC เพิ่มเติม เนื่องจากดาเมจส่วนใหญ่มาจากระยะไกล คุณจึงไม่ต้องเสี่ยงกับการหลบหลีกบ่อยๆ และมีเวลาโฟกัสกับการรักษา Freeze combo chains ได้มากขึ้น ทีมนี้สามารถเคลียร์บอสเนื้อเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องอาศัยการเล่นที่สมบูรณ์แบบระดับเฟรมต่อเฟรม
สำหรับตัวเลือกการจัดทีมเชิงลึกนอกเหนือจากสองทีมนี้ สามารถดูได้ที่ คู่มือการจัดทีมที่ดีที่สุด ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดทีมสาย Bleed, Airborne และ Stagger อย่างละเอียด
วิธีหาและรีฟอร์จ (Reforge) อุปกรณ์
อุปกรณ์ส่วนใหญ่จะได้มาจาก Blacksmith มากกว่าการดรอปจากศัตรู วัตถุดิบในการคราฟต์หาได้จาก Trait Dungeons, Exchange (ใช้เหรียญ Adventurer's Emblem ที่ได้จากภารกิจ) หรือจาก Alchemist NPC Shanoa
Hero แต่ละตัวจะมีธาตุประจำตัว ดังนั้นควรคราฟต์อุปกรณ์ที่เสริมจุดแข็งด้านธาตุของตัวละครนั้นๆ สำหรับการเลือกค่าสถานะ ให้เน้นค่าสถานะโจมตีที่แรงที่สุดอย่าง Critical Damage หรือ Attack Power ไว้ที่ส่วนอกและขา เพราะเป็นส่วนที่ให้ค่าสถานะสูงที่สุด
หากอุปกรณ์ที่คุณคราฟต์มาได้ค่าสถานะรอง (Substats) ไม่ดี ระบบ Reforging ที่ Blacksmith จะช่วยให้คุณสุ่มใหม่ได้ การรีฟอร์จต้องใช้ Stat Grinder (ชิ้นละ 25 เหรียญ Adventurer's Emblem) บวกกับทอง ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการสุ่ม ดังนั้นให้มองว่าเป็นเครื่องมือปรับแต่งทีละน้อย ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบฟาร์มหนักในช่วงต้นเกม เมื่อต้องจัดลำดับความสำคัญของ Substats ให้เรียงตามนี้:
- Critical Damage
- Attack Power
- Defense Ignore
- Airborne Damage

การปลดล็อก Familiar Bright Crowtit
ระบบ Karma ทำงานอย่างไร?
Karma จะผูกกับระบบอาวุธของ Hero และส่งผลโดยตรงต่อพลังโจมตี Basic Karma จะให้โบนัสสถานะทั่วไปและสามารถสวมใส่ข้าม Hero ได้หลายตัว ส่วน Exclusive Karma จะเป็นของเฉพาะตัวละครและปลดล็อกความสามารถในการต่อสู้เพิ่มเติมที่เปลี่ยนวิธีการเล่นของ Hero ตัวนั้นๆ อย่างเห็นได้ชัด
วิธีอัปเกรดและเลื่อนขั้น Karma
การอัปเกรด Karma จะใช้ทรัพยากรที่กำหนดเพื่อเลื่อนไปสู่ระดับถัดไป การเลื่อนขั้น (Ascend) Basic Karma ต้องใช้ ไอเทมซ้ำ (Duplicate) ของ Karma ชิ้นนั้นๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการฟาร์ม World Bosses ทุกวันจึงสำคัญ เพราะเป็นแหล่งที่หาไอเทมซ้ำได้สม่ำเสมอที่สุด
หากคุณได้รับ Exclusive Karma สำหรับ Hero ที่คุณไม่ได้ใช้ ให้ย่อยทิ้งเพื่อเอาทรัพยากรแทนที่จะเก็บไว้เฉยๆ หากคุณมี Fragment of Afterimage คุณสามารถนำไปแลกเป็น Exclusive Karma ของ Hero ที่คุณใช้งานจริงได้ การคราฟต์ Fragment of Afterimage ต้องใช้ Fragment of Memory และ Whirling Thoughts ซึ่งฟาร์มได้ที่ Tower of Trials ในภูเขา Skyspire Rock
สำหรับรายละเอียดระบบอัปเกรดทั้ง 4 แบบ รวมถึงการทำ Breakthrough และการเลเวลอัป Hero สามารถดูได้ที่ คู่มือการอัปเกรด Hero ซึ่งครอบคลุมทุกรายละเอียด
วิธีฟาร์ม Fragment of Sacred Light
Fragment of Sacred Light คือสกุลเงินที่ใช้ซื้อ Stigma Awakened Stones สำหรับการทำ Awakening แหล่งหลักคือการสำรวจ: การเปิดหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่ การกำจัดมินิบอสที่กระจายอยู่ทั่วโลก และการเคลียร์คอนเทนต์สำรวจเสริมต่างๆ ล้วนให้รางวัลเป็นไอเทมนี้
เมื่อคุณปลดล็อก Familiars ที่ดีขึ้นและความสามารถในการเดินทางใหม่ๆ พื้นที่ที่เคยเข้าไม่ถึงก็จะเปิดออก ซึ่งหมายถึงหีบสมบัติและ Fragment ที่มากขึ้น จงเก็บ Fragment ทุกชิ้นที่พบแทนที่จะข้ามพื้นที่เสริมไป เพราะมันจะมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณเข้าสู่ช่วงท้ายเกม
วิธีปลดล็อก Familiars และเพิ่ม Mercenary Rank
Familiars คือสัตว์ขี่ของคุณ แต่ละตัวไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่เท่านั้น แต่ละตัวยังมอบ ความสามารถในการเดินทาง (Traversal Ability) ที่ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ของโลก บางตัวถูกล็อกไว้ตามเนื้อเรื่องหรือเควสต์เฉพาะ ในขณะที่บางตัวปลดล็อกได้จากการทำ Mercenary Rank ให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
Mercenary Rank ของคุณจะเพิ่มขึ้นผ่านการทำเนื้อเรื่องหลัก การสำรวจพื้นที่ และการทำกิจกรรมทั่วไป นี่คือ Familiars 5 ตัวที่แนะนำให้เน้นหาในช่วงแรก:
สกิลที่ปลดล็อกได้จาก Familiar ตัวอื่นๆ มักจะสามารถนำมาติดตั้งกับสัตว์ขี่ตัวอื่นของคุณได้ ดังนั้นการเก็บ Familiar ให้ครบเมื่อมีโอกาสจึงไม่ใช่เรื่องเสียเปล่า
สำหรับเงื่อนไขการปลดล็อกและรายละเอียดความสามารถในการเดินทางของ Familiar ทุกตัวในเกม สามารถดูได้ที่ คู่มือการปลดล็อก Familiars ซึ่งมีรายชื่อครบถ้วน


