จากชานเมือง Raccoon City สู่จอเงิน
แฟรนไชส์ Resident Evil มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับฮอลลีวูดมาโดยตลอด หลังจากผ่านภาพยนตร์แนวแอ็กชันที่เชื่อมโยงกันแบบหลวมๆ มานานหลายปี ผู้กำกับ Zach Cregger (จาก Weapons) กำลังใช้วิธีการที่แตกต่างออกไปในการดัดแปลงครั้งล่าสุดนี้ และตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาก็ทำให้เห็นชัดเจนว่าเขาเป็นแฟนเกมตัวจริง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามชีวิตของ Bryan (รับบทโดย Austin Abrams) พนักงานขนส่งเวชภัณฑ์ที่รับงานส่งของบริเวณชานเมือง Raccoon City แต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว เขาต้องติดอยู่ในบ้านไร่ร้างที่ดูไม่น่าไว้วางใจ ท่ามกลางฝูงสัตว์ประหลาดที่จ้องจะเอาชีวิตเขา เนื้อเรื่องเป็นออริจินัลที่ดำเนินอยู่บนเส้นขนานของเหตุการณ์ใน Resident Evil 2 แทนที่จะเป็นการหยิบเนื้อเรื่องเดิมมาเล่าใหม่แบบฉากต่อฉาก
Cregger ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขาตั้งใจใส่ Easter eggs สำหรับแฟนเกมตัวยงไว้ในหนังเรื่องนี้มากมาย และตัวอย่างใหม่นี้ก็ทำออกมาได้น่าประทับใจและตอบโจทย์แฟนๆ ได้เป็นอย่างดี
Easter eggs ที่แฟนๆ ต่างพากันกดหยุดดู
ประเด็นคือ Easter eggs ในตัวอย่างนี้ไม่ใช่แค่พร็อพประกอบฉากที่ใส่มาให้ผ่านๆ เพื่อเอาใจแฟนเกม แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกวางไว้อย่างตั้งใจ
สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดคือ เครื่องพิมพ์ดีด (Typewriter) ที่วางอยู่ในบ้านไร่ ซึ่งแฟนเกมรุ่นเก๋าจะรู้ทันทีว่ามันคืออะไร เครื่องพิมพ์ดีดเป็นระบบเซฟเกม (Save mechanic) ในเกม Resident Evil ภาคคลาสสิก การเห็นสิ่งนี้ปรากฏในฉากสำคัญถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับฐานแฟนคลับ นอกจากนี้ ในตัวอย่างยังเผยให้เห็น กล่องกระสุนลูกซอง (Shotgun shells) ในสถานที่เดียวกัน ซึ่งเป็นไอเทมหลักที่ผู้เล่นต้องคอยตามหาตามทางเดินมืดๆ มาตั้งแต่ปี 1996
Easter egg ลำดับที่สามถูกผูกไว้กับเนื้อเรื่องหลัก งานของ Bryan ในฐานะ พนักงานขนส่งเวชภัณฑ์ (Medical courier) หมายความว่าพัสดุที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตไปส่งนั้นคือกล่องยา ซึ่งเป็นการอ้างอิงโดยตรงถึงไอเทมฟื้นฟูเลือด (Health item) ที่ช่วยให้ผู้เล่นรอดชีวิตมาได้ในทุกภาค รวมถึง Resident Evil 5
โทนของหนังสยองขวัญเอาชีวิตรอด (Survival horror) ก็ทำออกมาได้ดี ตัวอย่างหนังมีการคุมจังหวะที่ตึงเครียดมากกว่าจะเน้นฉากแอ็กชัน ซึ่งทำให้บรรยากาศใกล้เคียงกับตัวเกมมากกว่าภาพยนตร์ภาคก่อนๆ ที่เคยทำมา
ฉากที่จะติดตาคุณไปอีกนาน
นอกเหนือจาก Easter eggs แล้ว ยังมีฉากหนึ่งในตัวอย่างที่ชวนขนลุกอย่างแท้จริง เมื่อ Bryan เดินกลับเข้าไปในโถงทางเดินโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยคราบเลือด และพบกับมือเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นทารกซอมบี้กำลังยื่นออกมาจากเปล
ภาพเพียงภาพเดียวนี้สื่อถึงความสยองขวัญของหนังได้มากกว่าฉากเอฟเฟกต์สัตว์ประหลาดตลอดทั้งนาที มันแสดงให้เห็นว่า Cregger เข้าใจดีว่าช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุดของ Resident Evil คือความรู้สึกหวาดระแวง (Dread) และการทิ้งปมให้คิด ไม่ใช่แค่การโผล่มาของสัตว์ประหลาดเพียงอย่างเดียว
ความหมายสำหรับแฟนเกม
สำหรับใครที่เคยสัมผัสกับซีรีส์นี้มา ตัวอย่างหนังเรื่องนี้ถือเป็นความพยายามอย่างแท้จริงในการให้เกียรติต้นฉบับ ทีมงานไม่ได้พยายามจะเปลี่ยนแฟรนไชส์ให้กลายเป็นหนังแอ็กชันฟอร์มยักษ์ แต่การเลือกใช้ฉากบ้านไร่ ความโดดเดี่ยว และการวางไอเทมที่คุ้นเคย ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าภาพยนตร์ต้องการมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม Resident Evil จริงๆ ไม่ใช่แค่การนำชื่อเกมมาใช้เท่านั้น
ยุค Co-op ของ Resident Evil 5 พิสูจน์แล้วว่าแฟรนไชส์สามารถขยายสเกลให้ใหญ่และดุดันขึ้นได้ แต่ Cregger กำลังพาหนังย้อนกลับไปในทิศทางตรงกันข้าม สู่ความรู้สึกกดดันแบบเล่นคนเดียว (Single-player dread) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกมยุคแรก หากคุณต้องการรื้อฟื้นความรู้สึกของเกมแนว Survival horror ก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ สามารถเข้าไปดู Resident Evil 5 guides เพื่อเตือนความจำว่าซีรีส์นี้สร้างความตึงเครียดผ่านการบริหารทรัพยากรและการวางตำแหน่งศัตรูได้อย่างไร
ภาพยนตร์เข้าฉายวันที่ 18 กันยายนนี้ ระหว่างนี้การตามล่าหา Easter eggs ในตัวอย่างหนังคงจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแฟนๆ เริ่มเจาะลึกฉากบ้านไร่กันแบบเฟรมต่อเฟรม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมที่ถูกอ้างถึงในภาพยนตร์ สามารถเข้าไปดูที่ศูนย์รวม gaming guides ก่อนไปรับชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย








